โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"หมอตุลย์" บุกทำเนียบฯ ยื่นหนังสือร้อง "อนุทิน" เช็กบิลขบวนการกักตุนน้ำมันในช่วงวิกฤตพลังงาน

ข่าวช่อง8

เผยแพร่ 31 มี.ค. เวลา 04.15 น. • RS PCL
“หมอตุลย์” นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ยื่นหนังสือ ขอนายกฯ ตรวจสอบหาผู้กักตุนน้ำมันในช่วงวิกฤตพลังงาน มองตั้ง “พิพัฒน์” นั่ง ศบก. ไม่เหมาะสม เพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อน

วันที่ 31 มี.ค. 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังเพื่อหากลุ่มบุคคลที่อาจมีพฤติกรรมเข้าข่ายกักตุนน้ำมันเพื่อทำกำไรจากวิกฤติพลังงาน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ตุลย์ เปิดเผยว่า ภายหลังจากนายอนุทิน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าภาวะขาดแคลนน้ำมันของประเทศไทย มาจากการที่ประชาชนแห่ออกไปเติมน้ำมัน ส่วนตัวไม่เห็นด้วย อีกทั้งนายกรัฐมนตรียังเคยประกาศว่าประเทศไทยมีน้ำมันพอใช้ไม่น้อยกว่า 100 วัน แต่ตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา กลับพบว่าทุกปั๊มน้ำมันทั่วประเทศมีน้ำมันไม่พอจำหน่าย ทำให้ประชาชนต้องต่อแถวรอโดยมีข้อมูลว่าแต่ละปั๊มได้รับน้ำมันจากคลังน้ำมันน้อยกว่าร้อยละ 50 จากปริมาณเดิมก่อนเกิดสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทั้ง ๆ ที่มีข้อมูลว่าโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 โรงในประเทศไทยทำการกลั่นน้ำมันในปริมาณที่ไม่ลดลง จึงมีข้อสงสัยว่าอาจจะมีการกักตุนน้ำมันเกิดขึ้น เพื่อรอการขายทำกำไร เมื่อรัฐบาลประกาศขึ้นราคาในกายหลัง เพราะหลังการประกาศขึ้นราคาน้ำมันลิตรละ 6 บาท เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ตามปั๊มต่างๆ กลับมีน้ำมันทุกประเภทจำหน่ายทันที ตัวเองจึงอยากเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี สั่งการให้มีการตรวจสอบย้อนหลังปริมาณน้ำมันที่ออกจากโรงกลั่นและคลังน้ำมัน ตลอดจนผู้ค้าส่งรายใหญ่-รายย่อย เพื่อเทียบกับปริมาณที่ปั๊มน้ำมันได้รับตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เพื่อหาว่ามีผู้ใดเป็นผู้ทำการกักตุนน้ำมันไว้และนำตัวมาสอบสวนลงโทษตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ตุลย์ ยังระบุอีกว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำหน้าที่หลักในการบริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ โดยเฉพาะประเด็นน้ำมันและพลังงาน เพราะมองว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน แม้ว่าทั้งนายพิพัฒน์ และ นายอนุทิน จะยืนยันว่าไม่เคยใช้ผลประโยชน์จากตำแหน่งดังกล่าว แต่ก็ยากจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ส่วนนี้จึงอยากฝากความหวังไปยังรัฐบาลใหม่ให้ทำหน้าที่โดยปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...