โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

TFGขยายร้านค้าปลีกดันโต ไร้ผลกระทบจีนแบนไก่ไทย

ทันหุ้น

อัพเดต 12 พ.ค. เวลา 10.05 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. เวลา 01.00 น.

#TFG #ทันหุ้น – TFG สานต่อกลยุทธ์เพิ่มร้านค้าปลีก Thai Foods Fresh Market เป้าปี 2569 แตะ 850 สาขา ใช้สินค้าคุณภาพสูงดึงดูดผู้บริโภค ขณะที่ปัญหาจีนระแวงไก่ไทย ชี้ไม่กระทบเพราะโครงสร้างธุรกิจกระจายตัว และส่งออกตลาดอื่นแทนได้ หนุนปีนี้ยังลุ้นทำผลงานนิวไฮโต 10-15% พร้อมงัดแจกปันผลระหว่างกาลอัตรา 0.085 บาทต่อหุ้น หลังไตรมาส 1/2569 กำไรกว่า 2 พันล้านบาท

นายเพชร นันทวิสัย ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า บริษัทกำลังเดินหน้ากลยุทธ์การเข้าถึงผู้บริโภคให้ใกล้ชิดมากขึ้น ผ่านแผนขยายสาขาร้านค้าปลีก Thai Foods Fresh Market อย่างต่อเนื่องรองรับความต้องการของผู้บริโภคในระดับชุมชนและเมืองใหญ่ เน้นการนำเสนอสินค้าคุณภาพมาตรฐานระดับส่งออก ในราคาที่ย่อมเยาดึงดูดลูกค้าเข้าสู่ร้านค้า โดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความเปราะบาง

ทั้งนี้แผนการดำเนินงานในปี 2569 ตั้งเป้าขยายธุรกิจค้าปลีกเพิ่มเป็น 850 สาขา จาก 615 สาขาในปีก่อน และ ณ ไตรมาส 1/2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 690 สาขา

*ไม่กังวลจีนแบน

ขณะกรณีที่ประเทศจีนระงับการนำเข้าไก่จากโรงงานในไทยหลายแห่ง เพราะไม่ไว้วางใจมาตรฐานสุขอนามัย และยังตั้งข้อสงสัยที่มาของชิ้นส่วนไก่นั้น แต่ TFG ไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ จากมีโครงสร้างธุรกิจที่กระจายความเสี่ยงได้ดี มีทั้งตลาดในประเทศผ่านหน้าร้านของตนเองและการส่งออกที่ไม่ได้พึ่งพาตลาดจีนเพียงอย่างเดียว แม้จะเคยมีการส่งออกไปยังจีน แต่บริษัทมีการส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ทำให้เมื่อเกิดปัญหาการแบนจากจีน บริษัทจึงสามารถบริหารจัดการเปลี่ยนทิศทางการส่งออกไปยังตลาดอื่นแทนได้

สำหรับแนวนโยบายกรมปศุสัตว์ที่สนับสนุนให้วงการปศุสัตว์ไทยรวมถึงสินค้าเกษตรมีการนำนวัตกรรมดิจิทัลมาช่วยสนับสนุนประสิทธิภาพนั้น แม้ปัจจุบัน TFG ยังไม่มีโครงการร่วมกับภาครัฐในเชิงดิจิทัลโดยตรง แต่ภายในบริษัทได้มีการนำเทคโนโลยีที่หลากหลายมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการเลี้ยงสัตว์อยู่ก่อนแล้ว และบริษัทมองว่าแนวทางการผลักดันด้านดิจิทัลของภาครัฐจะส่งผลดีต่อความชัดเจนในเรื่องการตรวจสอบย้อนกลับของผลิตภัณฑ์ต่างๆ

*ผลงานโต

ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ เปิดเผยข้อมูลอีกว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาส 1/2569 มีรายได้รวม 17,877.88 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,047.09 ล้านบาท ได้รับปัจจัยหนุนจากรายได้ธุรกิจร้านค้าปลีกที่เติบโตอย่างต่อเนื่องตามแผนขยายสาขา ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 21.68% สูงขึ้นเมื่อเทียบงวดเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้แม้สถานการณ์สงครามจะส่งผลให้ต้นทุนบางส่วนปรับสูงขึ้น แต่บริษัทมีการล็อกราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ล่วงหน้าแล้วราว 60-70% ซึ่งช่วยจำกัดผลกระทบจากราคาวัตถุดิบ ทำให้มั่นใจว่าแนวโน้มทั้งปี รายได้รวมจะเติบโต 10-15% ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง

รวมถึงบริษัทเดินหน้าลงทุนตามแผนควบคู่กับการรุกตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนามซึ่งวางเป็น Growth Engine ใหม่ ผ่านการก่อสร้างโรงงานอาหารสัตว์ ขยายธุรกิจไก่ และเพิ่มฟาร์มสุกร คาดโครงการแล้วเสร็จปลายปี 2569 และเริ่มสร้างผลบวกต่อรายได้และต้นทุนตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวด 3 เดือนของปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 30 มีนาคม 2569 และกำไรสะสม เป็นเงินสดในอัตรา 0.085 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดขึ้น XD วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 11 มิถุนายน 2569

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...