TFGขยายร้านค้าปลีกดันโต ไร้ผลกระทบจีนแบนไก่ไทย
#TFG #ทันหุ้น – TFG สานต่อกลยุทธ์เพิ่มร้านค้าปลีก Thai Foods Fresh Market เป้าปี 2569 แตะ 850 สาขา ใช้สินค้าคุณภาพสูงดึงดูดผู้บริโภค ขณะที่ปัญหาจีนระแวงไก่ไทย ชี้ไม่กระทบเพราะโครงสร้างธุรกิจกระจายตัว และส่งออกตลาดอื่นแทนได้ หนุนปีนี้ยังลุ้นทำผลงานนิวไฮโต 10-15% พร้อมงัดแจกปันผลระหว่างกาลอัตรา 0.085 บาทต่อหุ้น หลังไตรมาส 1/2569 กำไรกว่า 2 พันล้านบาท
นายเพชร นันทวิสัย ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า บริษัทกำลังเดินหน้ากลยุทธ์การเข้าถึงผู้บริโภคให้ใกล้ชิดมากขึ้น ผ่านแผนขยายสาขาร้านค้าปลีก Thai Foods Fresh Market อย่างต่อเนื่องรองรับความต้องการของผู้บริโภคในระดับชุมชนและเมืองใหญ่ เน้นการนำเสนอสินค้าคุณภาพมาตรฐานระดับส่งออก ในราคาที่ย่อมเยาดึงดูดลูกค้าเข้าสู่ร้านค้า โดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความเปราะบาง
ทั้งนี้แผนการดำเนินงานในปี 2569 ตั้งเป้าขยายธุรกิจค้าปลีกเพิ่มเป็น 850 สาขา จาก 615 สาขาในปีก่อน และ ณ ไตรมาส 1/2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 690 สาขา
*ไม่กังวลจีนแบน
ขณะกรณีที่ประเทศจีนระงับการนำเข้าไก่จากโรงงานในไทยหลายแห่ง เพราะไม่ไว้วางใจมาตรฐานสุขอนามัย และยังตั้งข้อสงสัยที่มาของชิ้นส่วนไก่นั้น แต่ TFG ไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ จากมีโครงสร้างธุรกิจที่กระจายความเสี่ยงได้ดี มีทั้งตลาดในประเทศผ่านหน้าร้านของตนเองและการส่งออกที่ไม่ได้พึ่งพาตลาดจีนเพียงอย่างเดียว แม้จะเคยมีการส่งออกไปยังจีน แต่บริษัทมีการส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ทำให้เมื่อเกิดปัญหาการแบนจากจีน บริษัทจึงสามารถบริหารจัดการเปลี่ยนทิศทางการส่งออกไปยังตลาดอื่นแทนได้
สำหรับแนวนโยบายกรมปศุสัตว์ที่สนับสนุนให้วงการปศุสัตว์ไทยรวมถึงสินค้าเกษตรมีการนำนวัตกรรมดิจิทัลมาช่วยสนับสนุนประสิทธิภาพนั้น แม้ปัจจุบัน TFG ยังไม่มีโครงการร่วมกับภาครัฐในเชิงดิจิทัลโดยตรง แต่ภายในบริษัทได้มีการนำเทคโนโลยีที่หลากหลายมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการเลี้ยงสัตว์อยู่ก่อนแล้ว และบริษัทมองว่าแนวทางการผลักดันด้านดิจิทัลของภาครัฐจะส่งผลดีต่อความชัดเจนในเรื่องการตรวจสอบย้อนกลับของผลิตภัณฑ์ต่างๆ
*ผลงานโต
ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ เปิดเผยข้อมูลอีกว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาส 1/2569 มีรายได้รวม 17,877.88 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,047.09 ล้านบาท ได้รับปัจจัยหนุนจากรายได้ธุรกิจร้านค้าปลีกที่เติบโตอย่างต่อเนื่องตามแผนขยายสาขา ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 21.68% สูงขึ้นเมื่อเทียบงวดเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้แม้สถานการณ์สงครามจะส่งผลให้ต้นทุนบางส่วนปรับสูงขึ้น แต่บริษัทมีการล็อกราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ล่วงหน้าแล้วราว 60-70% ซึ่งช่วยจำกัดผลกระทบจากราคาวัตถุดิบ ทำให้มั่นใจว่าแนวโน้มทั้งปี รายได้รวมจะเติบโต 10-15% ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง
รวมถึงบริษัทเดินหน้าลงทุนตามแผนควบคู่กับการรุกตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนามซึ่งวางเป็น Growth Engine ใหม่ ผ่านการก่อสร้างโรงงานอาหารสัตว์ ขยายธุรกิจไก่ และเพิ่มฟาร์มสุกร คาดโครงการแล้วเสร็จปลายปี 2569 และเริ่มสร้างผลบวกต่อรายได้และต้นทุนตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวด 3 เดือนของปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 30 มีนาคม 2569 และกำไรสะสม เป็นเงินสดในอัตรา 0.085 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดขึ้น XD วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 11 มิถุนายน 2569