สหรัฐ แกะรอยชิป AI เอ็นวิเดียทะลักเข้าจีนผ่านไทย สงสัยโยงอาลีบาบา
สหรัฐ กำลังตรวจสอบเครือข่ายลักลอบส่งเซิร์ฟเวอร์ AI ที่ใช้ชิปขั้นสูงของเอ็นวิเดียเข้าจีนผ่านไทย สงสัยอาลีบาบาอาจเป็นหนึ่งในปลายทางสำคัญ ท่ามกลางสงครามเทคโนโลยีระหว่างวอชิงตันและปักกิ่งที่ร้อนแรงต่อเนื่อง
วันที่ 8 พ.ค.2569 สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า สหรัฐกำลังตรวจสอบเส้นทางลักลอบส่งเซิร์ฟเวอร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ใช้ชิปขั้นสูงของเอ็นวิเดียเข้าสู่จีน ผ่านบริษัทในไทยที่เกี่ยวข้องกับโครงการ AI ระดับชาติ โดยมีชื่อของอาลีบาบาโผล่เป็นหนึ่งในลูกค้าปลายทาง ท่ามกลางความเข้มงวดของมาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีของวอชิงตัน
รัฐบาลสหรัฐเชื่อว่า บริษัทแห่งหนึ่งในไทยที่มีบทบาทในโครงการพัฒนา AI ระดับชาติ อาจเกี่ยวข้องกับการลักลอบส่งเซิร์ฟเวอร์ของซูเปอร์ ไมโคร คอมพิวเตอร์ (Super Micro Computer) ซึ่งติดตั้งชิปประมวลผลขั้นสูงของเอ็นวิเดีย (Nvidia) ไปยังจีน โดยมีอาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิง (Alibaba Group Holding) เป็นหนึ่งในลูกค้าปลายทาง ตามรายงานของบลูมเบิร์กที่อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดการสอบสวน
รายงานระบุว่า หน่วยงานสหรัฐกำลังตรวจสอบเส้นทางการค้าของเซิร์ฟเวอร์ AI มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจละเมิดมาตรการควบคุมการส่งออกชิป AI ขั้นสูงที่สหรัฐใช้จำกัดจีนมาตั้งแต่ปี 2565 เนื่องจากกังวลว่าจีนอาจนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้ด้านการทหาร
บริษัทตัวกลางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ถูกกล่าวถึงในเอกสารอัยการสหรัฐภายใต้ชื่อ “Company-1” ถูกบลูมเบิร์กระบุว่า คือ โอบอน คอร์ป (OBON Corp) บริษัทในกรุงเทพฯ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับโครงการ AI ของไทย
ตามข้อมูลจากอัยการสหรัฐ เซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวถูกส่งผ่านไต้หวันและหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนถูกเปลี่ยนเส้นทางเข้าสู่จีน โดยมูลค่าเทคโนโลยี AI ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้สูงถึง 2.5 พันล้านดอลลาร์ และในจำนวนนี้กว่า 500 ล้านดอลลาร์ ถูกเคลื่อนย้ายในช่วงเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคมปี 2568
อัยการสหรัฐได้ตั้งข้อหาผู้เกี่ยวข้องหลายราย รวมถึง อี้ห์ เสียน เหลียว (Yih-Shyan Liaw) ผู้ร่วมก่อตั้งซูเปอร์ ไมโคร, รุ่ย-ซาง ชาง (Ruei-Tsang Chang) ผู้จัดการฝ่ายขาย และ ติง-เหว่ย ซุน (Ting-Wei Sun) ผู้รับเหมารายหนึ่ง ฐานเกี่ยวข้องกับการส่งออกเทคโนโลยีที่ฝ่าฝืนข้อจำกัดของสหรัฐ
ด้านอาลีบาบาปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับซูเปอร์ ไมโคร, โอบอน คอร์ป หรือบริษัทนายหน้าที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ขณะที่รอยเตอร์ระบุว่ายังไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลจากบลูมเบิร์กได้อย่างอิสระ
รายงานนี้ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเอ็นวิเดีย ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางการแข่งขันด้าน AI ระหว่างสหรัฐและจีน หลังรัฐบาลวอชิงตันพยายามจำกัดการเข้าถึงชิปประสิทธิภาพสูงของจีนอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
อ้างอิง : www.bloomberg.com