โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Dior เปิดมุมมองใหม่ของ Reverse Aging เมื่อผิวคือเข็มทิศของความงามระยะยาว

Hello Magazine Thailand

อัพเดต 08 พ.ค. เวลา 14.37 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. เวลา 18.31 น. • HELLO! Magazine Thailand

หากพูดถึงสกินแคร์ในกลุ่มลักซ์ชัวรี่ หลายปีที่ผ่านมาเราอาจคุ้นเคยกับคำว่า anti-aging ในฐานะคำสำคัญที่ถูกใช้เพื่ออธิบายการดูแลผิวให้แลดูอ่อนเยาว์ ลดเลือนริ้วรอย หรือฟื้นบำรุงความกระชับของผิว ทว่าวันนี้ บทสนทนาในโลกความงามกำลังขยับไปไกลกว่านั้น เพราะความอ่อนเยาว์ไม่ได้ถูกมองเพียงผ่านสิ่งที่ปรากฏบนผิว หากแต่เริ่มถูกอธิบายผ่านกลไกที่ลึกลงไปในระดับเซลล์ โมเลกุล และระบบการทำงานของผิวในฐานะอวัยวะมีชีวิต ซึ่ง Dior คือหนึ่งในแบรนด์ที่กำลังผลักดันประเด็นนี้อย่างจริงจังผ่านแนวคิด Reverse Aging และศาสตร์ของ Skin Longevity

Dior Reverse Aging

HELLO! ได้มีโอกาสไปร่วมฟังแนวคิดจากแบรนด์โดยตรง ซึ่งทำให้เห็นว่า Reverse Aging ในมุมมองของ Dior Beauty กำลังพยายามวางรากฐานของสกินแคร์ยุคใหม่ที่เชื่อมโยงความงามเข้ากับวิทยาศาสตร์เชิงลึก โดยเฉพาะการทำความเข้าใจว่าผิวแก่ลงอย่างไร และเราจะดูแลคุณภาพของผิวให้แข็งแรง สมดุล และแลดูอ่อนเยาว์ในระยะยาวได้อย่างไร แนวคิดนี้ถูกถ่ายทอดผ่านการศึกษาเซลล์พื้นฐานของร่างกายมนุษย์มากกว่า 300,000 เซลล์ และยีนกว่า 12,000 ยีน เพื่อนำไปสู่การพัฒนา ‘Skin Longevity Compass’ ซึ่งเปรียบเสมือนแผนที่ทางชีวภาพที่ช่วยอ่านทิศทางการเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัยได้อย่างละเอียดมากขึ้น

หนึ่งในหัวใจสำคัญของ Skin Longevity Compass คือการระบุทิศทางทางชีวภาพ 15 ประการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัย โดย Dior ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ 3 แกน ได้แก่ Circadian Rhythms หรือจังหวะนาฬิกาชีวภาพ, Oxidative Stress หรือภาวะเครียดจากออกซิเดชัน และ Dermal Matrix หรือโครงสร้างพื้นฐานในชั้นผิว ซึ่งทั้งสามส่วนนี้สะท้อนให้เห็นว่าความอ่อนเยาว์ของผิวไม่ได้เกิดจากการบำรุงเพียงด้านเดียว แต่เป็นผลจากการทำงานร่วมกันของหลายระบบ ตั้งแต่จังหวะการฟื้นตัวของผิว การปกป้องเซลล์จากปัจจัยกระทบ ไปจนถึงความแข็งแรงของโครงสร้างผิวในระดับลึก

Dior Reverse Aging

ในมิติของ Circadian Rhythms Dior ชี้ให้เห็นว่าผิวเองก็มีจังหวะการทำงานตามธรรมชาติในรอบประมาณ 24 ชั่วโมง ซึ่งเกี่ยวข้องกับ clock genes ที่คอยควบคุมวงจรต่างๆ ของร่างกาย เมื่ออายุมากขึ้น ความเสถียรของยีนเหล่านี้อาจถูกรบกวน และส่งผลต่อการทำงานของทั้งผิวชั้นนอกและชั้นหนังแท้ ขณะเดียวกัน Oxidative Stress หรือภาวะเครียดจากออกซิเดชัน ก็เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ทำให้เห็นว่า ผิวต้องเผชิญกับความเครียดจากสิ่งรอบตัวอยู่ตลอดเวลา ทั้งแสงแดด มลภาวะ ความเครียด และไลฟ์สไตล์ประจำวัน โดย Dior พบว่าเมื่ออายุมากขึ้น เซลล์ผิวมีการแสดงออกของสารต้านอนุมูลอิสระลดลง และมียีนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสมดุลถูกรบกวน ทั้งหมดนี้ทำให้การดูแลผิวในอนาคตอาจไม่ได้มีคำถามเพียงว่าเราควรใช้อะไร แต่รวมถึงการเข้าใจจังหวะการฟื้นตัวและระบบป้องกันภายในผิวให้ลึกขึ้นด้วย

อีกหนึ่งแกนสำคัญคือ Dermal Matrix หรือรากฐานของผิวที่แลดูอิ่มฟู แน่นกระชับ และมีความยืดหยุ่น เพราะเป็นโครงสร้างในชั้นผิวที่เกี่ยวข้องกับคอลลาเจน เส้นใยอีลาสติน และองค์ประกอบอย่างไฮยาลูรอนิก แอซิด เมื่อเวลาผ่านไป โครงสร้างเหล่านี้ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงและลดลงตามธรรมชาติ Dior จึงให้ความสำคัญกับการอ่านสัญญาณเหล่านี้ในระดับ marker เฉพาะ เพื่อทำความเข้าใจว่าเราจะดูแลโครงสร้างผิวในเชิงลึกได้อย่างไร ไม่ใช่เพียงทำให้ผิวดูดีขึ้นชั่วคราว แต่เป็นการสนับสนุนคุณภาพผิวในระยะยาว

L’Or de Vie
L’Or de Vie
L’Or de Vie

หากมองในเชิงทิศทางของอุตสาหกรรม ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่าอนาคตของความงามกำลังเดินไปสู่การผสมผสานระหว่าง luxury experience และ scientific credibility อย่างชัดเจน ผู้บริโภคในวันนี้ไม่ได้ต้องการเพียงผลิตภัณฑ์ที่ให้ความรู้สึกดีบนผิว หรือให้ผลลัพธ์ที่สังเกตได้เท่านั้น แต่ยังต้องการเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังว่าแต่ละสูตร แต่ละเทคโนโลยี และแต่ละ active ingredient กำลังทำงานกับผิวอย่างไร แนวคิดนี้ยังสะท้อนผ่านผลิตภัณฑ์สำคัญของ Dior ไม่ว่าจะเป็น Dior Capture ที่ต่อยอดด้วย OX-C Treatment, Dior Prestige ที่มี Rose de Granville และ Rosapeptide™ เป็นหัวใจสำคัญ หรือ L’Or de Vie ที่พัฒนาจาก Château d’Yquem และ Golden Drop Life Technology™ ซึ่งทั้งหมดช่วยให้เห็นว่า Dior กำลังวางผลิตภัณฑ์แต่ละไลน์ให้เป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ด้าน Skin Longevity มากกว่าการเป็นสกินแคร์ที่ตอบโจทย์เฉพาะจุดเพียงอย่างเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...