ทลายเครือข่ายโรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้า ตัดวงจรเครือข่ายออนไลน์ ยึดของกลางกว่า 80,000 ชิ้น มูลค่า 40 ล้านบาท
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บูรณาการเครือข่ายปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า ตัดวงจรเครือข่ายออนไลน์ บุกโกดัง พร้อมทลายเครือข่ายโรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้า ยึดของกลางกว่า 80,000 ชิ้น มูลค่า 40 ล้านบาท
(7 พฤษภาคม 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปบย.ตร.), พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปบย.ตร., นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค, ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ฯลฯ ร่วมแถลงผลการจับกุมเครือข่ายลักลอบจำหน่ายและผลิตบุหรี่ไฟฟ้า
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันพบว่ามีการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และมีการลักลอบจำหน่ายในหลายช่องทาง เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลจึงได้บูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยหารือร่วมกับ พล.ต.อ.นิรันดรฯ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ร่วมกันตรวจสอบและลงพื้นที่บังคับใช้กฎหมายการกระทำผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะการจำหน่ายในช่องทางออนไลน์ การกระทำความผิดในลักษณะเป็นเครือข่ายหรือขบวนการ หรือมีโกดังเก็บบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมาก เพื่อเป็นมาตรการตัดวงจรการกระจายสินค้าไปยังประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน
“จากการบูรณาการในห้วงเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ได้หลายราย ตรวจยึดของกลางได้มากกว่า 80,000 ชิ้น มูลค่าของกลางรวมกว่า 40 ล้านบาท
พล.ต.อ.นิรันดรฯ กล่าวว่า แม้ว่าจะเริ่มมีการตั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปบย.ตร.) ได้ไม่ถึง 1 เดือน แต่ทุกหน่วยร่วมกันสืบสวนจับกุมตามมาตรการที่กำหนด จนมีผลการดำเนินการเป็นรูปธรรม ล่าสุดตำรวจสอบสวนกลางทลายขบวนการบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์แก๊งหน้ากาก GMpot ที่มีวลี "สืบดูกูใคร" ตรวจยึดอุปกรณ์การผลิต พร้อมของกลางบุหรี่ไฟฟ้ากว่า 6,890 ชิ้น
ในการปราบปรามอย่างจริงจังเด็ดขาด สั่งให้ทุกหน่วยเปิดปฏิบัติการลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่ เพื่อดำเนินการปราบปรามเครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งรายใหญ่ รายย่อย ลักลอบขายหน้าร้านและขายออนไลน์ รวมถึงเครือข่ายการลักลอบผลิตบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในกฎหมายทุกฉบับที่
“สำนักงานตำรวจแห่งชาติยกระดับการรณรงค์และป้องกันควบคู่กันไป ด้วยการบูรณาการกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่, ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.), มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ และเครือข่ายรณรงค์อื่น ๆ เพื่อให้สร้างองค์ความรู้ให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ให้ทราบถึงอันตรายและโทษ ตามกฎหมายจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้า”
พร้อมทั้งฝากไปยังพี่น้องประชาชนว่า หากพบเบาะแสการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นการลักลอบเปิดหน้าร้านหรือจำหน่ายออนไลน์ สามารถโทรแจ้งเบาะแสมายังสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 สายด่วน สคบ. 1166 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และในอนาคตจะเปิดให้มีการแจ้งเบาะแสผ่านทางแอปพลิเคชัน Police Care ได้อีกช่องทางด้วย