โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ธ.ทิสโก้ แนะเก็บหุ้นเฮลธ์แคร์ คาดไบโอเทค – MedTech โตแรง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 พ.ค. เวลา 12.57 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. เวลา 05.57 น.

ธนาคารทิสโก้ คาดราคาหุ้นไบโอเทคยังไปต่อหลัง 1 ปีพุ่งแล้ว 64 % รับอานิสงส์ AI ช่วยค้นคว้ายาใหม่เร็วขึ้น ประกอบกับยุคทอง M&A และ FDA เร่งอนุมัติยา ดันกลุ่มไบโอเทค - MedTech

วันที่ 8 พ.ค.2569 นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าธนาคารแนะนำให้ลูกค้าลงทุนในหุ้นกลุ่ม “เฮลธ์แคร์” มาตั้งแต่ต้นปี 2569 เพราะมองว่าเป็นกลุ่มหุ้นปลอดภัยที่ยังเติบโตได้แม้เศรษฐกิจซบเซา รวมทั้งราคาหุ้นมีโอกาสก้าวกระโดดเร็วขึ้นเพราะมีปัญญาประดิษฐ์(AI) เข้ามาช่วยกระบวนการค้นคว้ายาใหม่ให้ประสบความสำเร็จสูงกว่าในอดีต ซึ่งทั้งหมดเป็นไปตามคาดหมาย เพราะตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันราคาหุ้นเฮลธ์แคร์สร้างผลตอบแทนโดดเด่นโดยเฉพาะในช่วงวิกฤตสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ หรือไบโอเทค ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงกว่าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ พิสูจน์ว่านวัตกรรมการแพทย์ กำลังถูกยกระดับเป็นสินทรัพย์ทำกำไรที่แข็งแกร่งในภาวะวิกฤต

“จากข้อมูลตั้งแต่วันที่เกิดเหตุการณ์โจมตีสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน ( 28 ก.พ.- 27 เม.ย )การลงทุนในหุ้นกลุ่มไบโอเทคให้ผลตอบแทน 8% ในขณะที่ทองคำให้ผลตอบแทติดลบ 13% และหุ้นโลกให้ผลตอบแทนเพียง 2.4% ยิ่งไปกว่านั้นหากเปรียบผลตอบแทนย้อนหลังในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา พบว่าการลงทุนในหุ้นกลุ่มไบโอเทคสร้างผลตอบแทนสูงถึง 64% ชนะทั้งทองคำที่ให้ผลตอบแทน 38.41% และหุ้นโลกที่ให้ผลตอบแทน 29.95%”

สาเหตุที่หุ้นกลุ่มไบโอเทคปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมาเกิดจาก 3 ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก ได้แก่

1. ภูมิคุ้มกันสูง ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง

ในขณะที่ธุรกิจอื่นหยุดชะงักจากค่าขนส่งหรือราคาน้ำมันที่พุ่งสูง แต่ธุรกิจไบโอเทค มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง เพราะความต้องการยารักษาโรคคือความจำเป็นพื้นฐานที่ไม่ว่าโลกจะเกิดอะไรขึ้น คนไข้ยังต้องใช้ยา นี่คือกลุ่มธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กับวิกฤตโลกต่ำ แต่มีความมั่นคงในเชิงรายได้สูงที่สุดกลุ่มหนึ่ง

2. ยุคทองของการซื้อและควบรวมกิจการ (M&A)

เมื่อบริษัทยารายใหญ่ (Big Pharma) ที่กำลังเผชิญภาวะหน้าผาสิทธิบัตร (Patent Cliff) เร่งทุ่มงบมหาศาลเพื่อเข้าซื้อบริษัท ไบโอเทค ขนาดกลางและเล็กที่มีนวัตกรรมล้ำสมัย เพื่อชิงสิทธิบัตรยาตัวใหม่ ซึ่งดีลเหล่านี้มักเกิดในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด (Premium) ดันให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วภายในชั่วข้ามคืน

3. FDA เร่งอนุมัติยา

กฎระเบียบที่เคยยุ่งยากในการอนุมัติยาจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA) กำลังเปลี่ยนไปด้วยโปรแกรม Accelerated Approval และ Priority Review Vouchers (PRV) ทำให้ยาตัวใหม่ได้รับการอนุมัติและเข้าสู่ตลาดได้เร็วขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ลดความเสี่ยงด้านเวลาและทำให้บริษัทรับรู้รายได้ไวขึ้น ในขณะเดียวกันยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จูงใจให้บริษัทยาขนาดใหญ่เร่งเข้าซื้อกิจการ

นอกจากนี้ MedTech มาแรงไม่แพ้กัน

โดยเมื่อเครื่องมือแพทย์กลายเป็น “ผู้กุมเทค” ของโลกสุขภาพ

นอกเหนือจาก หุ้นกลุ่มไบโอเทค อีกกลุ่มที่โดดเด่นและน่าจับตามองคือ Healthcare Equipment & Supplies (MedTech) หรือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์เฉพาะทาง เช่น หุ่นยนต์ผ่าตัดหลอดเลือด หรือ AI คัดกรองมะเร็งความแม่นยำสูง ซึ่งกำลังกลายเป็นเป้าหมายสำคัญในกระแส M&A ของบริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องการ “ทางลัด” ในการเติมพอร์ตนวัตกรรมและขยายฐานรายได้

เพราะในปีนี้ธุรกิจ MedTech ได้ยกระดับโมเดลธุรกิจจากเพียง "ผู้ผลิตเครื่องมือ" สู่การเป็น "Software-as-a-Medical-Device" (SaMD) อย่างเต็มตัว โดยเปลี่ยนจากการขายขาดมาเป็นการเก็บค่าบริการ Subscription รายปีผ่านการอัปเดต AI และซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง โมเดลรายได้แบบ Recurring Revenue นี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มอัตรากำไร (Margin) ให้สูงขึ้นและสม่ำเสมอ แต่ยังสร้างความได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่ดึงดูดให้เกิดการควบรวมกิจการจากบริษัท Biopharma ขนาดใหญ่ เพื่อปิดช่องว่างทางการเติบโตและสร้าง New S-Curve ในระยะยาว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...