โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Hawker Center สวนลุมพินี จากตัวอย่างสิงคโปร์ สู่แหล่งรวมสตรีทฟู้ดใจกลาง กทม.

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

กรุงเทพมหานครเปิดตัวศูนย์อาหาร ฮอว์เกอร์ เซ็นเตอร์ สวนลุมพินี (Hawker Center) รวมแผงค้าอาหาร 130 แผง ขายช่วงเช้าและเย็น ด้วยค่าเช่าที่เป็นธรรม ประมาณวันละ 60 บาทต่อแผง พร้อมจัดสาธารณูปโภคพื้นฐาน ย้อนไปดูตัวอย่างที่สิงคโปร์ มีชื่อเสียงกระทั่งยูเนสโก ยกให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติเมื่อปี 63

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2569 กรุงเทพมหานครเปิดศูนย์อาหาร ฮอว์เกอร์ เซ็นเตอร์ สวนลุมพินี (Hawker Center) ซึ่งเกิดขึ้นจากการจัดระเบียบผู้ค้าบริเวณถนนสารสินและพื้นที่โดยรอบสวนลุมพินี ซึ่งเดิมมีผู้ค้าหาบเร่จำนวนมาก และประสบปัญหาเรื่องความไม่เป็นระเบียบ รวมถึงสุขอนามัย โดยกรุงเทพมหานครได้ทยอยนำผู้ค้าเข้ามาอยู่ในพื้นที่ที่จัดไว้ ก่อนพัฒนาเป็น Hawker Center ภายในร้านประกอบด้วยร้านเด็ดข้างทาง อาทิ ร้านเกาเหลาเลือดหมูสวนลุมประตูแปด, น้ำเต้าหู้ สวนลุมพินี, ข้าวขาหมูโกล้าน, เตี๋ยวไก่ยกซด, ต้อมกล้วยทอด และอื่นๆ

แนวคิดของ Hawker Center คือการจัดพื้นที่ค้าขายที่เหมาะสมให้กับผู้ค้าหาบเร่แผงลอยเดิม ให้มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ ด้วยค่าเช่าที่เป็นธรรม ประมาณวันละ 60 บาทต่อแผง พร้อมทั้งช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอาหารในราคาประหยัด ภายในศูนย์อาหารมีแผงค้ารวมประมาณ 130 แผง แบ่งรูปแบบการขายช่วงเช้าและช่วงเย็น มีการจัดระบบสาธารณูปโภค อาทิ ระบบน้ำสะอาด การระบายน้ำ ระบบดักไขมัน พื้นที่ล้างภาชนะ และที่นั่งรับประทานอาหาร

ศูนย์อาหารดังกล่าว ถูกออกแบบภายใต้แนวคิดผสมผสานระหว่างการรักษาอัตลักษณ์สตรีทฟู้ดของกรุงเทพฯ กับมาตรฐานสากล โดยตัวอาคารคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมรอบพื้นที่ เช่น การเคลื่อนย้ายต้นไม้ใหญ่ไปปลูกชั่วคราวและนำกลับคืนหลังการก่อสร้าง การใช้ระบบระบายอากาศธรรมชาติลดการใช้เครื่องปรับอากาศ และเลือกใช้สีหม่นบนหลังคาเพื่อลดแสงสะท้อนรบกวนโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม นอกจากนี้ ยังจัดสรรพื้นที่ร้านค้าแบบเป็นระเบียบ ขนาด 2215;2 เมตรต่อร้าน รองรับผู้ค้า 130 ราย พร้อมการจัดโซนเดินทางและจราจรให้คล่องตัว

พร้อมกันนี้ บริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด สนับสนุนอุปกรณ์และระบบต่างๆ อาทิ ระบบรับชำระเงินผ่าน QR Code (QR Payment Box) อุปกรณ์สำหรับร้านค้า เช่น กล่องบรรจุอาหาร เครื่องแต่งกายสำหรับผู้ค้าและเข้าถึงลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ค้าอีกด้วย

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจุบันได้จัดสรรสิทธิให้กับผู้ค้าเดิมที่ได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบก่อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และสร้างความต่อเนื่องในการประกอบอาชีพ พร้อมกำหนดมาตรการควบคุม เช่น ห้ามโอนสิทธิหรือให้เช่าช่วง และเตรียมนำระบบยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าเข้ามาใช้ เพื่อป้องกันการแสวงหาผลกำไรในทางที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังมีแผนพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่เพิ่มเติม อาทิ การเพิ่มจุดนั่งรับประทานอาหาร การติดตั้งพัดลม และเพิ่มร่มเงา เพื่อลดผลกระทบจากสภาพอากาศ รวมถึงมีแนวคิดขยายโมเดล Hawker Center ไปยังพื้นที่อื่นๆ ในอนาคต เพื่อสร้างเครือข่ายแหล่งอาหารราคาประหยัดทั่วกรุงเทพฯ

สำหรับ ฮอว์เกอร์ เซ็นเตอร์ ที่ถือเป็นแบบอย่างที่สมบูรณ์แบบ อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ องค์การยูเนสโก ยกให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติในปี ค.ศ. 2020 (พ.ศ. 2563) ซึ่งประกอบด้วยการรับประทานอาหารร่วมกันของชุมชนและวิถีการปรุงอาหารในบริบทสังคมเมืองพหุวัฒนธรรม ปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วทุกแห่งในสิงคโปร์ เหล่าพ่อค้าแม่ค้าฮอว์เกอร์จะจัดเตรียมอาหารที่หลากหลายให้กับผู้คนที่มานั่งรับประทานอาหารและพบปะสังสรรค์กัน

ฮอว์เกอร์ เซ็นเตอร์ ทำหน้าที่เป็นห้องอาหารของชุมชน ที่ผู้คนจากภูมิหลังที่แตกต่างกันได้มาพบปะและแบ่งปันประสบการณ์ในการรับประทานอาหารร่วมกันทั้งมื้อเช้า มื้อกลางวัน และมื้อค่ำ นอกจากนี้ยังมีการทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น การเล่นหมากรุก การแสดงเปิดหมวก และการสร้างสรรค์งานศิลปะร่วมกัน

ศูนย์อาหารฮอว์เกอร์มีวิวัฒนาการมาจากวัฒนธรรมอาหารข้างถนน จนกลายเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นนครรัฐพหุวัฒนธรรมของสิงคโปร์ ซึ่งประกอบด้วยวัฒนธรรมจีน มลายู อินเดีย และวัฒนธรรมอื่นๆ พ่อค้าแม่ค้าฮอว์เกอร์ต่างได้รับแรงบันดาลใจจากการหลอมรวมของวัฒนธรรมเหล่านี้ โดยนำเมนูอาหารมาปรับปรุงให้เข้ากับรสชาติและบริบทของท้องถิ่น

ปัจจุบันศูนย์อาหารฮอว์เกอร์ทั่วสิงคโปร์ยังคงตอบสนองความต้องการของชุมชนที่หลากหลาย ทั้งในย่านที่พักอาศัย ย่านสันทนาการ และย่านธุรกิจ พ่อค้าแม่ค้าฮอว์เกอร์รุ่นเก่าบางรายเริ่มประกอบอาชีพนี้มาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 หลายคนมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในอาหารเมนูใดเมนูหนึ่ง ที่ผ่านการขัดเกลาฝีมือมานานหลายปี และได้ถ่ายทอดสูตรอาหาร ความรู้ และทักษะให้แก่สมาชิกในครอบครัวรุ่นหลังหรือเหล่าเด็กฝึกงาน

องค์กรชุมชน องค์กรพัฒนาเอกชน และสถาบันการศึกษา ต่างมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและสืบสานวัฒนธรรมฮอว์เกอร์ผ่านโครงการฝึกอบรม การจัดกิจกรรม และการจัดทำโครงการบันทึกข้อมูล ในฐานะที่เป็นพื้นที่ทางสังคมที่เปิดรับผู้คนจากภูมิหลังทางเศรษฐกิจและสังคมที่แตกต่างกัน ศูนย์อาหารฮอว์เกอร์จึงมีบทบาทสำคัญยิ่งในการเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์ภายในชุมชนและสร้างความเข้มแข็งให้แก่โครงสร้างทางสังคม

นอกจากประเทศสิงคโปร์แล้ว ปัจจุบัน ฮอว์เกอร์ เซ็นเตอร์ ตั้งอยู่ในเมืองที่มีประชากรเชื้อสายจีนอาศัยอยู่ เช่น ประเทศมาเลเซีย พบได้ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เกาะปีนัง และรัฐยะโฮร์ ส่วนประเทศอินโดนีเซียพบได้ที่เมืองเมืองสุราบายา จังหวัดชวาตะวันออก รวมทั้งยังพบที่ฮ่องกง อีกทั้งยังมีชาวสิงคโปร์ก่อตั้ง Urban Hawker ที่ย่านแมนฮัตตัน สหรัฐอเมริกาอีกด้วย

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...