โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลเตรียมลดฟรีวีซ่าเหลือ 30 วัน ยกระดับท่องเที่ยวคุณภาพ-แยกกีฬาออก ตั้งเป้าปั้นวงการกีฬาไทย

THE STANDARD

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
รัฐบาลเตรียมลดฟรีวีซ่าเหลือ 30 วัน ยกระดับท่องเที่ยวคุณภาพ-แยกกีฬาออก ตั้งเป้าปั้นวงการกีฬาไทย

วันนี้ (10 เมษายน) ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) พิจารณาวาระเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดย สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ชี้แจงว่าในคำแถลงนโยบายด้านกีฬาและการท่องเที่ยว คีย์เวิร์ด คือ สร้างไทยเป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค ยกระดับการท่องเที่ยว จากการเน้นปริมาณสู่การสร้างมูลค่าสูง จากนี้ถ้าพูดถึงนักท่องเที่ยวจะไม่ใช้คำว่าจำนวนกี่คน แต่จะใช้คำว่ารายได้ที่มีต่อประเทศกี่บาท

ทั้งนี้ รัฐบาลชุดนี้จะทำการปรับโครงสร้างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้การท่องเที่ยวไปอยู่กับการบริหารจัดการกับวัฒนธรรม และแยกกีฬา โดยจะใช้ชื่อว่ากระทรวงกีฬาอย่างชัดเจน เชื่อว่าทุกคนเห็นในทิศทางเดียวกันว่าการท่องเที่ยวกับวัฒนธรรมแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน การขายวัฒนธรรมอัตลักษณ์ของความเป็นไทย คือหมุดหมายหนึ่งของนักท่องเที่ยวที่อยากจะเดินทางมาประเทศไทย และแน่นอนว่าการแยกกีฬาออกไป จะทำให้ความชัดเจนของกีฬามีทิศทางมากขึ้น สามารถพัฒนานักกีฬาเป็นนักกีฬาอาชีพได้อย่างจริงจัง

นอกจากนี้ ต้องขอบคุณศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะที่รองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลการท่องเที่ยว ในการพัฒนาให้ไทยเป็นจุดหมายในการเดินทาง 365 วัน เที่ยวได้ทั้งปี ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในนโยบาย รวมถึงการส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโดยที่คนในชุมชนได้รับประโยชน์ และมีความพร้อมในการร่วมกันดูแลรักษาอย่างยั่งยืน แต่ทำอย่างไรจะให้ชุมชนได้รายได้อย่างแท้จริง การจัดสรรงบประมาณเป็นรายหัวที่จะลงไปในพื้นที่ คือนักท่องเที่ยวไปชุมชนไหนมากรายได้ก็ต้องกระจายไปสู่ชุมชนนั้นตามรายหัว จะเป็นอีกนโยบายที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะดำเนินการ รวมถึงการยกระดับความปลอดภัยการสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว

สุรศักดิ์ กล่าวว่า การสนับสนุนให้คนไทยเที่ยวในประเทศมากขึ้นโดยจะยกระดับเมืองน่าเที่ยวเป็นอีกนโยบายสำคัญ ต้องยอมรับว่าในสถานการณ์โลกปัจจุบันค่าครองชีพ และค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น จะต้องรณรงค์ให้คนไทยเที่ยวไทยให้มากขึ้น เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยมุ่งเน้นการขนส่งมวลชน ทั้งรถไฟหรือรถที่ต้องใช้ร่วมกันมากขึ้น ซึ่งจะเป็นนโยบายที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะขับเคลื่อนและผลักดัน

สุรศักดิ์ กล่าวถึงนโยบายฟรีวีซ่าด้วยว่า ช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยเปิดฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยว 90 กว่าประเทศ โดยพักพิงในประเทศประเทศไทยได้ 60 วัน ช่วงที่ผ่านมาคณะกรรมการนโยบายตรวจลงตราได้เก็บข้อมูลและศึกษาถึงแนวทาง พบว่า นักท่องเที่ยวโดยเฉลี่ยอยู่ในประเทศไทยประมาณ 9 วัน นานที่สุดคือ 21 วัน และนักท่องเที่ยวที่เที่ยว 1-3 วัน คิดเป็น 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ คณะกรรมการฯจึงมีแนวทางชัดเจนว่าการทบทวนระยะเวลาในการให้ฟรีวีซ่าที่สามารถอยู่ได้ 60 วัน จำเป็นจะต้องลดจำนวนวันเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการท่องเที่ยว

“ทุกท่านทราบดีว่าการอยู่นานเกินไปเริ่มไม่ใช่นักท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มเริ่มมาแย่งงานคนไทย มีนอมินีในบางประเด็นในการทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้น การศึกษาครั้งนี้ระบุชัดว่าการที่จะลดเหลือ 30 วันจะไม่กระทบนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของประเทศ ส่วนคนที่อยู่เกิน 30 วัน มีวีซ่า DTV สามารถอยู่ได้ถึง 180 วัน รัฐบาลโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ศึกษาเบื้องต้นกับกระทรวงการต่างประเทศ จะทบทวนเรื่องนี้เพื่อจำกัดเวลาให้นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง และไม่เพียงแค่จำกัดเวลา ท้ายที่สุดประเทศต่างๆที่เคยได้ฟรีวีซ่าจะต้องมีการพิจารณาทั้งหมดทุกประเทศว่าประเทศไหนยังคงเหมาะสมอยู่” สุรศักดิ์ กล่าว

สุรศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนด้านกีฬารัฐบาลชุดนี้ภายใต้การนำของตนจะต้องเปลี่ยนสนามที่ร้างให้ใช้งานได้ แน่นอนว่ายังมีปัญหานอกจากเรื่องงบประมาณยังมีเรื่องการถ่ายโอนซึ่งจะต้องตั้งคณะกรรมการร่วมกันทำงานอย่างจริงจัง เชื่อว่ารัฐมนตรีหลายท่านที่ผ่านมาไม่มีใครสบายใจเรื่องนี้ ดังนั้น เป็นข้อที่ตนจะต้องทำให้ได้ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

นอกจากนี้ ตนยังเห็นด้วยกับการพิจารณาโครงสร้างการสนับสนุนเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา ซึ่งเป็นความตั้งใจของตน และกระทรวงที่จะทำเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับนักกีฬา มีนักข่าวถามตนว่าอยากจัดรายการกีฬาใหญ่ๆในประเทศไทยหรือไม่ แน่นอนว่ารัฐมนตรีทุกคนอยากจัดทั้งหมด เพราะถ้ายิ่งจัดก็ยิ่งเป็นเครดิต แต่ต้องดูความคุ้มค่าหลายเรื่องถ้าไม่คุ้มก็ต้องพิจารณาให้ดีในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...