เปิดโทษหนัก ‘เมาแล้วขับ’ ฝ่าฝืนนอนคุก-ปรับสูงสุด 2 แสน ไม่เป่าแอลกอฮอล์ก็ผิด
ช่วงเทศกาลสงกรานต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจเน้นย้ำมาตรการเข้มงวดในการตรวจวัดแอลกอฮอล์ โดยหากผู้ขับขี่ตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะถูกดำเนินคดีในข้อหา “เมาแล้วขับ” ทันที
ในกรณีที่ตรวจพบว่ามีการดื่มแอลกอฮอล์แต่ปริมาณไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด เจ้าหน้าที่จะให้ผู้ขับขี่พักที่จุดบริการจนกว่าร่างกายพร้อม ก่อนอนุญาตให้เดินทางต่อเพื่อความปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม หากผู้ขับขี่ปฏิเสธการเป่าตรวจวัดแอลกอฮอล์โดยไม่มีเหตุอันสมควร จะถือว่ามีความผิดฐานขับรถขณะเมาสุรา และยังมีความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานอีกด้วย
สำหรับขั้นตอนการตรวจวัดแอลกอฮอล์ เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด เริ่มจากการชี้แจงรายละเอียดเครื่องตรวจและขั้นตอนการตรวจให้ผู้ขับขี่ทราบ มีการบันทึกภาพเคลื่อนไหวแบบดิจิทัลไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง ใช้อุปกรณ์เป่าแบบใหม่แกะซองต่อหน้าผู้ถูกตรวจ และเปิดช่องทางให้ประชาชนร้องเรียนหากพบการปฏิบัติหน้าที่ไม่โปร่งใส ผ่านสายด่วน 1599 หรือผู้บังคับบัญชาในพื้นที่
ทั้งนี้ โทษตามกฎหมายเกี่ยวกับการเมาแล้วขับมีความรุนแรงแตกต่างกันตามผลกระทบที่เกิดขึ้น ได้แก่
- กรณีเมาแล้วขับทั่วไป มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 5,000–20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาต
- กรณีทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย มีโทษจำคุก 1–5 ปี ปรับ 20,000–100,000 บาท และพักใช้ใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอน
- กรณีทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส มีโทษจำคุก 2–6 ปี ปรับ 40,000–120,000 บาท และพักใช้ใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือเพิกถอน
- กรณีเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต มีโทษจำคุก 3–10 ปี ปรับ 60,000–200,000 บาท และเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
เจ้าหน้าที่เตือนผู้ขับขี่ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้ใช้ถนนส่วนรวม ลดความสูญเสียในช่วงเทศกาลสำคัญนี้.