โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอกนัฏย้ำไม่อุ้มนายทุน เล็งถกโรงกลั่นลดค่ากลั่นอีก เม.ย.

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 10 เม.ย. เวลา 14.57 น.
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ระบุไม่เคยเกรงใจนายทุน เตรียมเรียกโรงกลั่นหารือลดค่าการกลั่นน้ำมันอีกครั้งในเดือนเมษายน พร้อมย้ำภาษีสรรพสามิตเป็นมาตรการสุดท้าย รื้อกองทุนน้ำมันหลังพ้นวิกฤต และเดินหน้าตรึงค่าไฟกลุ่มใช้ไฟน้อย

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภาระหว่างการแถลงนโยบายรัฐบาล ถึงแนวทางรับมือวิกฤตราคาพลังงานจากผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยย้ำว่าการบริหารพลังงานต้องมองทั้งมิติเศรษฐกิจประเทศและภาระค่าครองชีพของประชาชนควบคู่กันไป

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานระบุว่า ได้เตรียมแนวทางปรับโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ เพราะต้นทุนพลังงานเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่กระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนและความสามารถในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันผันผวนและสร้างแรงกดดันในวงกว้าง

ในส่วนของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง นายเอกนัฏยอมรับว่าใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการบริหาร และมองว่าหลังผ่านพ้นภาวะวิกฤต จำเป็นต้องทบทวนบทบาทและกติกาการทำงานของกองทุนใหม่ หลังพบว่าปัจจุบันกองทุนมีภาระติดลบประมาณ 60,000 ล้านบาท พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ากลไกเดิมเปิดช่องให้ใช้อำนาจอุดหนุนเงินจำนวนมากเกินไป จึงควรวางกรอบให้รัดกุมมากขึ้นในอนาคต

สำหรับประเด็นค่าการกลั่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานมองว่า ในภาวะที่ตลาดโลกผิดปกติ กลไกตลาดไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ และการอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปจากสิงคโปร์อาจไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของไทยที่มีกำลังการกลั่นในประเทศเพียงพอ จึงเห็นว่าโรงกลั่นควรเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระประชาชนในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

นายเอกนัฏเปิดเผยว่า ได้ใช้อำนาจในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน พิจารณาต้นทุนที่เกี่ยวข้อง ทั้งค่าความเสี่ยงจากสงคราม ค่าประกันภัย และค่าขนส่ง เพื่อนำมาคำนวณเป็นส่วนลดหน้าโรงกลั่นในเดือนเมษายน และหากค่าการกลั่นในช่วงเดือนนี้ขยับสูงขึ้นอีก ก็พร้อมนำข้อมูลจริงกลับมาหารือเพื่อกำหนดส่วนลดเพิ่มเติม โดยย้ำว่าเวลานี้โรงกลั่นให้ความร่วมมือในระดับที่ดี และยืนยันชัดว่าไม่เคยให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของนายทุนมากกว่าความเดือดร้อนของประชาชน

ส่วนข้อเสนอให้ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน นายเอกนัฏระบุว่า แม้เป็นมาตรการที่ทำได้ไม่ยาก แต่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน เพราะจะกระทบต่อรายได้รัฐในช่วงที่ประเทศยังต้องใช้งบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ จึงขอเก็บมาตรการดังกล่าวไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย โดยในระยะนี้ยังให้น้ำหนักกับการเจรจาลดราคาหน้าโรงกลั่นและการใช้กองทุนน้ำมันร่วมกัน เพื่อลดภาระราคาขายปลีกโดยไม่ซ้ำเติมฐานะการคลังมากเกินไป

นายเอกนัฏยังกล่าวด้วยว่า การบริหารสถานการณ์พลังงานที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ต้องอาศัยความรอบคอบและสติ ไม่ใช่การตัดสินใจแบบเร่งรีบ พร้อมยอมรับว่าแม้ขณะนี้น้ำมันดิบขาเข้าเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ และมีแนวโน้มว่าการนำเข้าในเดือนพฤษภาคมจะดีขึ้น แต่สถานการณ์ตะวันออกกลางยังเปลี่ยนแปลงได้ตลอด จึงต้องเตรียมพร้อมรับมือทุกฉากทัศน์ รวมถึงกรณีเลวร้ายที่สุด

ในประเด็นการกักตุนหรือฉวยโอกาสหากำไรจากวิกฤต นายเอกนัฏส่งสัญญาณแข็งกร้าวว่า หากพบการเอาเปรียบประชาชนในช่วงเวลาที่สังคมกำลังได้รับผลกระทบ กระทรวงพลังงานจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด โดยย้ำว่าจะไม่ปล่อยให้ผู้กระทำผิดใช้สถานการณ์เป็นช่องทางแสวงหาผลประโยชน์

นอกจากนี้ ยังชี้แจงถึงแนวโน้มค่าไฟฟ้าที่อาจขยับจาก 3.88 บาทต่อหน่วยเป็น 3.95 บาทต่อหน่วย โดยระบุว่ายังมีทางบริหารจัดการให้กลับมาอยู่ที่ระดับเดิมได้ ผ่านการนำรายได้ของการไฟฟ้ามาชดเชยบางส่วนให้กับผู้ใช้ไฟกลุ่มแรกไม่เกิน 200 หน่วย พร้อมวางแนวคิดปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟใหม่ ให้ผู้ใช้ไฟน้อยจ่ายต่ำลง ขณะที่ผู้ใช้มากต้องรับภาระตามระดับการใช้ เพื่อช่วยประคองค่าครองชีพของครัวเรือนขนาดเล็กโดยไม่ผลักภาระไปยังค่าไฟเฉลี่ยทั้งระบบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...