โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“พอแล้วไม่ไหวแล้ว!” ปชน.แท็กทีม 20 สส. เตรียมรุมสับนโยบายรัฐบาล “เท้ง” ยันรอบนี้ไม่มีพูดซ้ำซาก!

สยามรัฐ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

“พอแล้วไม่ไหวแล้ว!” พรรคประชาชนแท็กทีม 20 สส. เตรียมรุมสับนโยบายรัฐบาล “เท้ง” ยันรอบนี้ไม่มีพูดซ้ำซาก!

สยบดราม่า สส.ใหม่วิจารณ์สภาอภิปรายน่าเบื่อ! “เท้ง ณัฐพงษ์” จัดพาร์ทเนื้อหาเข้ม ขนประเด็นเศรษฐกิจ-พลังงาน-ฝุ่นพิษ ถล่มรัฐบาลชุด "มัดรวมนโยบาย" เตือนอยู่ยาวไม่ยาวอยู่ที่ทำตัว ไม่ใช่แค่อยู่ให้ครบเทอม

วันที่ 7 เม.ย. 2569 เวลา 09.05 น. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาล ว่า การแถลงนโยบายในครั้งนี้ เรามาในธีม พอแล้วไม่ไหวแล้ว ซึ่งพรรคประชาชนพร้อมที่จะเป็นตัวแทนส่งเสียงสะท้อนไปยังรัฐบาล ถึงความเดือดร้อนของประชาชน ตนคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลควรทำคือมองไปข้างหน้า หากเรามองวิกฤตที่ผ่านมา ในเรื่องของฝุ่น PM 2.5 และน้ำมัน รัฐบาลมักตามแก้ปัญหาย้อนหลัง โดยตั้งแต่มีวิกฤตวิกฤตแรกๆ ก็มีประชาชนสะท้อนว่าอยากให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลว่ามีใครกักตุนน้ำมันหรือไม่ ซึ่งตอนแรกรัฐบาลยืนยันว่าไม่มี แต่สุดท้ายก็ออกมาแถลงอีกแบบว่าสุดท้ายคนที่กักตุนน้ำมันแสวงหาผลประโยชน์ บนความเดือดร้อนของประชาชนจริงๆ วิกฤตเรื่องฝุ่นก็เช่นเดียวกันมีการเกิดขึ้นทุกปี แม้เราเรียกร้องมาโดยตลอดว่าการจัดสรรงบประมาณ ที่เพียงพอและการให้สวัสดิการที่ดีและเพียงพอ ประกันชีวิต ประกันกลุ่ม ประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุและประกันสุขภาพ แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเรามักเห็นการแก้ไขปัญหาย้อนหลัง คือเมื่อเกิดความสูญเสียขึ้น รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องค่อยออกไปแสดงความเสียใจ เราทุกคนมีความเสียใจ แต่จริงๆรัฐบาล ควรบริหารจัดการล่วงหน้าได้ดีกว่านี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสูญเสีย

"นี่เป็นวิกฤตเฉพาะหน้า ที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนมากๆอยู่ในขณะนี้ แต่จริงๆต้องบอกว่าประเทศเรามีวิกฤตเรื่องเศรษฐกิจที่โตรั้งท้าย เช่น ปัญหาด้านการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม หรือตลาดพลังงานที่เราเรียกร้องให้มีการเปิดเสรี การเกณฑ์ทหาร โดยพรรคประชาชนได้เตรียมผู้อภิปรายไว้ไม่ต่ำกว่า 20 คน คงจะอภิปรายทุกอย่างได้อย่างรอบด้าน โดยตนจะเป็นผู้อภิปรายเปิด แล้วตามด้วยนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ชุดแรกอาจจะเป็นการเปิดอภิปรายด้วยประเด็นเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาชนรอฟังอยู่ทั้งประเทศ และจะมีการอภิปรายต่อเนื่องจนครบทุกด้าน"หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าว

เมื่อถามว่า หลังจากได้เห็นตัวร่างนโยบายของรัฐบาลแล้วประเมินว่าเป็นอย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากที่เห็นความพยายามที่จะปรับให้มีอะไรใหม่ๆ เช่น การที่มีการตั้งคลัสเตอร์ ยุทธศาสตร์การบริหารแบบบูรณาการ ขึ้นมา 5 กลุ่ม ซึ่งตนเชื่อว่าสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล พยายามทำ คือเขาพยายามที่จะเอานโยบายของพรรคอื่นๆ ที่อาจจะเห็นว่าดีไปมัดรวมกัน ซึ่งหากดูเฉพาะในเรื่องของนโยบาย ตนคิดว่าในหลักการไม่ได้ติดขัด หลายอย่างพรรคประชาชนก็เคยนำเสนอในส่วนนี้ เช่น เรื่องโครงสร้างของทีมบริหาร แต่การออกแบบโครงสร้างผังบริหาร นโยบาย เรียกว่าเอาจากพรรคอื่นๆ มามัดรวมกันอาจจะยังไม่เพียงพอ เพราะสิ่งที่จำเป็นของประเทศไทยในขณะนี้ คือการขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีพลัง นโยบายจะขับเคลื่อนอย่างมีพลังได้ต้องมีการร่วมมือจากทุกส่วน สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งคือการไว้เนื้อเชื่อใจ

"สิ่งที่เป็นปัญหาสูงสุดของรัฐบาลในขณะนี้คือ ประชาชนและภาคเอกชน ขาดความเชื่อมั่น เชื่อใจในรัฐบาล กับการที่ประชาชนตั้งคำถามว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ที่มาที่ไปของฐานอำนาจของรัฐบาลชุดนี้ ตกลงมาจากไหน เราอาจจะเห็นโฉมหน้าของรัฐบาล คณะรัฐมนตรี (ครม.) หลายคนที่อาจจะมีความรู้ความสามารถจริงในบางสาย แต่โดยส่วนใหญ่เรายังเห็นโฉมหน้าของครม.ที่มาจากโควตาทางการเมือง ซึ่งพวกเรายืนยันมาโดยตลอดว่า โฉมหน้าของครม. ลักษณะนี้ต่อให้จะมีนโยบายที่สวยหรูขนาดไหน ก็อาจจะไม่สามารถแก้ไขโครงสร้างใหญ่ๆ ได้ หากไม่กล้าชนกับคอรัปชั่น ผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมือง"นายณัฐพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่า จากบริบททางการเมืองหรือนโยบายของรัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา ประเมินว่ารัฐบาลอยู่ได้ครบเทอม หรืออยู่ได้ยาวหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จะอยู่ครบเทอมหรือไม่ครบเทอม ตนคิดว่า อยู่ที่รัฐบาลจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับให้กับประชาชนหรือไม่ การแถลงนโยบายคือจุดเริ่มต้นสิ่งที่ตนคิดว่าสิ่งสำคัญไม่แพ้คือการทำให้ประชาชนเห็นว่า ที่มาของรัฐบาลชุดนี้มีความถูกต้อง ซึ่งความชอบธรรมของรัฐบาลชุดนี้ควรเริ่มต้นมาจากการเลือกตั้งที่โปร่งใส และเป็นธรรม เช่น ความผิดปกติที่จังหวัดสุพรรณบุรี เขต 2 ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่เป็นผู้สมัครของสส. พรรคภูมิใจไทย ไม่จำเป็นต้องรอการแสวงหาข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งจริงๆการตรวจสอบคนในพรรคตัวเอง สามารถดำเนินการทำได้เลย โดยในขณะนี้เราพยายามเดินหน้าทุกช่องทาง และดำเนินการเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินคดีทุกช่องทาง สามารถทำได้ โดย ฝ่ายกฎหมายของพรรค นำโดยนพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ดำเนินการเรื่องนี้อยู่ รวมถึงบุคคลที่อยู่ในครม. ต้องไม่มีผลประโยชน์ โดยก่อนหน้านี้เราก็เห็นนายกรัฐมนตรีออกมาปกป้องนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แต่สุดท้ายเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ต้องรับผิดชอบด้วยการลาออก แต่ทำไมไม่แสดงความบริสุทธ์ใจก่อนหน้านี้

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าฝั่งรัฐบาลจะมองว่าฝ่ายค้านใช้เวทีนี้เป็นเวทีซักฟอก นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเวทีในสภา ทุกเวทีคือเวทีซักฟอกรัฐบาลอยู่แล้ว แต่จะเป็นการซักฟอกหนักแบบอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือซักฟอกแบบปกติที่เราต้องตรวจสอบรัฐบาลทุกวัน ตนคิดว่าเป็นกลไกธรรมดาของรัฐสภา ที่เราต้องใช้กลไกไม่ว่าจะเป็นการตั้งกระทู้ถาม การอภิปราย หรือในคณะกรรมาธิการ ในการซักฟอกรัฐบาลทุกอันอยู่แล้ว

เมื่อถามว่าการอภิปรายจะซ้ำซ้อนหรือไม่ เนื่องจากนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก็เคยระบุว่าไม่อยากให้มีการอภิปรายที่ซ้ำซ้อน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ดูที่เนื้อหาเชื่อว่าผู้อภิปราย 20 คน ของพรรคประชาชน เตรียมเนื้อหาการอภิปรายมาอย่างดี แบ่งพาร์ทกันมาอย่างดี ไม่มีการอภิปรายซ้ำซ้อนแน่นอน ส่วนผู้อภิปรายอื่นๆ ก็อยู่ที่เพื่อนสมาชิกรัฐสภาควรที่จะพยายามควบคุมเนื้อหาการอภิปรายของตนเองไม่ให้มีความซ้ำซ้อน

เมื่อถามว่าที่ผ่านมาพรรคประชาชน ถูกโจมตีมาโดยตลอด มีวิธีการรับมืออย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเราทำหน้าที่ของเราอย่างตรงไปตรงมา หากจะมีการใช้ข้อบังคับหรือเทคนิควิธี เพื่อที่จะพยายามตีรวน กระบวนการในสภาเราเองก็พร้อมที่จะลุกขึ้น วิธีการตอบโต้ แต่ตนไม่อยากให้ เวทีสภาที่ประชาชนรอรับฟังว่ารัฐบาลมีนโยบายอะไรบ้าง ตอบโจทย์หรือไม่ตอบโจทย์ สุดท้ายกลายเป็นว่า สมาชิกรัฐสภาในฐานะที่จะต้องตรวจสอบ การทำงานของรัฐบาล มาทะเลาะกันเอง ไม่อยากให้เวทีนี้เป็นเวทีที่ประชาชนติดตามแล้วรู้สึกว่ารัฐสภาไม่ได้ทำหน้าที่ของตนเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...