โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

IMF ชี้สงคราม ฉุดเศรษฐกิจโตช้า-ของแพงขึ้น จ่อหั่นคาดการณ์ GDP โลก

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รอยเตอร์รายงานว่านางคริสตาลินา กอร์เกียวา ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)ออกมาเตือนว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังกลายเป็นปัจจัยลบที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจโลก ทั้งราคาสินค้าที่จะแพงขึ้น หรือภาวะ “เงินเฟ้อ” และ เศรษฐกิจโลกที่จะเติบโตช้าลง

กอร์เกียวากล่าวว่า แม้ว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงได้เร็ว แต่ทาง IMF ก็เตรียมปรับลดตัวเลขคาดการณ์ทางเศรษฐกิจลง และปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ

“ไม่ว่าสถานการณ์จะดำเนินไปในทิศทางใด ผลลัพธ์ที่โลกต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ของแพงขึ้นแต่เศรษฐกิจโตช้าลง" โดยมีกำหนดจะขยายความประเด็นนี้ในสุนทรพจน์วันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้

ขณะเดียวกันนายอเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก ก็เตรียมจะนำเสนอมุมมองต่อสถานการณ์โลกในสัปดาห์นี้เช่นกัน

IMF ยังระบุด้วยว่า ปัจจุบันเรากำลังอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนสูงมาก ทั้งจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่รวดเร็ว สภาวะโลกร้อน และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้เราไม่สามารถนิ่งนอนใจได้เลย พร้อมกล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า "แม้เราจะผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้ แต่เราก็จำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤติครั้งต่อไปที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ"

กอร์เกียวา ระบุว่าสงครามครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทรัพยากรโลก โดยทำให้อุปทาน น้ำมันดิบทั่วโลกหายไปถึง 13% และยังลามไปถึงห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ก๊าซธรรมชาติ ฮีเลียม และปุ๋ย ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการผลิตภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมทั่วโลก

นอกจากนี้ IMF ประเมินสถานการณ์ไว้เป็น 2 ฉากทัศน์

  • หากสงครามจบเร็ว เศรษฐกิจโลกจะยังคงได้รับผลกระทบ โดย IMF จะปรับลดตัวเลขการเติบโตลง "เล็กน้อย" และปรับตัวเลขเงินเฟ้อขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มไปแล้ว
  • หากสงครามยืดเยื้อ ผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อและการเติบโตจะรุนแรงมากขึ้น

จับตาประชุม IMF และ World Bank

รายงานคาดการณ์ว่า “สงคราม” จะเป็นหัวข้อหลักในการหารือของเจ้าหน้าที่ด้านการเงินจากทั่วโลกในการประชุมฤดูใบไม้ผลิ (spring meetings) ของ IMF และธนาคารโลกที่กรุงวอชิงตันในสัปดาห์หน้า

IMF ส่งสัญญาณเตือนผ่านบทความเมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า เตรียมจะ “ปรับลดตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจโลก” ในรายงาน World Economic Outlook ที่จะเผยแพร่ในวันที่ 14 เมษายนนี้ โดยระบุว่าสงครามได้สร้าง "ผลกระทบที่ไม่เท่าเทียมกัน" ในแต่ละภูมิภาค ประกอบกับภาวะทางการเงินที่ตึงตัวขึ้นทั่วโลก

อย่างไรก็ดี กอร์เกียวาชี้ให้เห็นว่า หากไม่มีสงคราม IMF เคยคาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตขึ้นเล็กน้อยเป็น 3.3% ในปี 2026 และ 3.2% ในปี 2027

กระทบ ‘ประเทศยากจน’ หนักสุด

กลุ่มที่จะได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ ประเทศยากจนที่ต้องนำเข้าพลังงาน เนื่องจากไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะเข้ามาช่วยพยุงราคาสินค้าให้ประชาชน และภาวะของแพงนี้อาจกลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดความไม่สงบทางสังคมได้ในที่สุด

กอร์เกียวาเผยว่า ปัจจุบันมีหลายประเทศเริ่มติดต่อขอความช่วยเหลือทางการเงินจาก IMF แล้ว โดยสมาชิกของ IMF ประมาณ 85% ล้วนเป็นประเทศที่นำเข้าพลังงาน

ทั้งนี้ กองทุนพร้อมจะเพิ่มวงเงินกู้ให้เพื่อประคองสถานการณ์ โดยมีข้อแม้ว่ารัฐบาลต่างๆ ไม่ควรใช้วิธีอุดหนุนราคาพลังงานแบบเหวี่ยงแห เพราะการอัดฉีดเงินเข้าระบบมากเกินไปจะยิ่งซ้ำเติมให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นไปอีก

"แม้ว่าสงครามจะยุติลงในวันนี้ ผลกระทบเชิงลบก็จะยังคงส่งผลต่อส่วนอื่นๆ ของโลกต่อไป" เธอกล่าว

อ้างอิง Reuters

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...