โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SETเปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

ทันหุ้น

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

#ทันหุ้น – บล.ฟินันเซียไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index จะแกว่งตัว Sideways ในกรอบ 1,445-1,465 จุด โดยคาดตลาดจับตาดูพัฒนาการเจรจาสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ว่าจะสามารถหยุดยิ่งชั่วคราว 45 วันได้ก่อนเส้นตายการโจมตีที่ทรัมป์ระบุในช่วงเช้าวันพุธตามเวลาไทยหรือไม่

โดยล่าสุดมีข่าวอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอโดยต้องการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซและต้องการยุติสงครามถาวร ขณะทีทรัมป์ล่าสุดระบุว่าข้อเสนอปัจจุบันยังไม่ดีพอแต่ถือเป็นก้าวสำคัญ ภาพรวมจึงทำให้สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนและเสี่ยงสูง โดยเฉพาะหากสหรัฐฯมีการโจมตีโรงไฟฟ้าและสะพานของอิหร่านจริงตามคำขู่ จะทำให้สถานการณ์สงครามรุนแรงมากขึ้น ล่าสุดราคาน้ำมันดิบ Brent ยังคงยืนสูงที่ US$110 ต่อบาร์เรล

ส่วนปัจจัยในประเทศวันนี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อไทย (คาด Headline +0.2% y-y Core +0.7% y-y) ขณะที่ครม.ล่าสุดเตรียมออกมาตรการประหยัดพลังงานช่วงหลังสงกรานต์ เช่น อาจกำหนดเวลาเปิด-ปิดสถานีบริการน้ำมัน และให้ข้าราชการ WFH สัปดาห์ละ 3 วัน ซึ่งจะทำให้กิจกรรมการเศรษฐกิจหมุนเวียนน้อยลงและเห็นผลกระทบอย่างชัดเจนมากขึ้นใน 2Q26 ส่วนมาตรการพยุงเศรษฐกิจและกำลังซื้อติดตามนโยบายคนละครึ่ง รวมถึงการเจรจาโรงกลั่นนำกำไรส่วนเกินมาชดเชยราคาน้ำมัน ภาพรวมยังกดดันและจำกัด Upside ของดัชนี

กลยุทธ์ : Barbell ด้วยหุ้นที่เสี่ยงต่ำจากผลกระทบจากเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงาน ผสานกับกลุ่มที่ได้อานิสงส์หากสงครามคลี่คลาย
หุ้นเด่นเดือน เม.ย. : CPALL, CPF, GULF, KTB, PRM
FSSIA Portfolio : BA, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, KTB, MTC, OSP, WHAUP

หุ้นเด่นวันนี้ : TRUE
• แนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus 16.59 บาท
• คาดกำไรปกติ 1Q26 อยู่ที่ 6.3 พันลบ. +6% q-q, +45% y-y หนุนจากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้นตามจำนวน Subscriber อย่างไรก็ตามคาด blended ARPU ลดลงเล็กน้อย q-q ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง q-q
• หากออกมาตามคาดกำไร 1Q26 คิดเป็นราว 26% ของกำไร consensus ปี 2026 ที่ 2.4 หมื่นลบ. +24% y-y ซึ่งเราคาดว่าประมาณการของตลาดอาจยังมี Upside เพิ่มเติมในอนาคต ปัจจุบัน TRUE ยังซื้อขายที่ PER ราว 20 เท่า ต่ำกว่า ADVANC ที่ 21 เท่า
• แนวรับ 14.20-14 บาท แนวต้าน 14.90//15.60-15.90 บาท

ด้าน บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี 1,440 -1,450 แนวต้าน 1,460 – 1,470 คาดดัชนีทรงตัวรอประเมินท่าทีของสหรัฐ & อิหร่านต่อข้อเสนอหยุดยิง รวมถึงเส้นตายของ ปธน.ทรัมป์ที่จะโจมตีอิหร่านในวันพรุ่งนี้เช้า แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนี่อ่อนตัวในกลุ่ม Value เช่น GULF,ADVANC,TRUE,KTB,WHA,CPF / เก็งกำไร PTTGC, IRPC หลังโรงงานปิโตรเคมี PE & PP หลายแห่งในตะวันออกกลางถูกโจมตี, DOHOME, GLOBAL ราคาขายเหล็กปรับขึ้น

MRDIYT* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 10.30 บาท) แนวโน้มผลประกอบการปี 69 มีปัจจัยหนุนจากแผนการขยายสาขากว่า 200 ร้านค้า (สิ้นปี 68 มีอยู่ 1,127 ร้านค้า) และเห็นการเติบโตของ SSSG ราว 2-3% ด้านอัตรากำไรขั้นต้นยังรักษาไว้ได้จากการประหยัดต่อขนาดต้นทุนในการจัดหาสินค้าถูกลง และกลยุทธ์ขายสินค้า house brand ที่มี margin สูงกว่า พร้อมปรับรูปแบบร้าน MR.DIY 2.0 เพิ่มความหลากหลายของสินค้า-ปรับภาพลักษณ์ และเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าในช่วงที่กำลังซื้อในประเทศมีแนวโน้มชะลอตัว ขณะที่ดอกเบี้ยจ่ายมีแนวโน้มลดลงจากการชำระหนี้ทั้งหมดในช่วง 4Q68 ทั้งนี้อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 2.96 พันล้านบาท +13%YoY และ 3.49 พันล้านบาท +18%YoY

ADVANC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 380.0 บาท) มองเป็นหุ้นรับความผันผวนได้ดีจากประเภทของธุรกิจและการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอ(ไม่รวมปันผลพิเศษ) Dividend Payout Ratio ในโซน 80%/ Dividend Yield ในโซน 3-5% ด้านกำไร 4Q68 +YoY, +QoQ มีแรงหนุนทั้งในเชิงรายได้จาก การปลี่ยนอัพแพกเกจมือถือ, การให้บริการลูกค้าองกรณ์(EDS, Cloud), การขาย iPhone17 และ ปัจจัยตามฤดูกาล ขณะที่ฝั่ง Cost กดดันน้อยลงจากค่าใช้จ่ายโครงข่าย ทั้งนี้ ภาพปี69 เรายังมองการเติบโตได้ต่อ กำไร +6%YoY และ ระยะยาวมีมุมมองบวกต่อธุรกิจใหม่ร่วมกับพันธมิตรอย่าง Data Center, Cloud, Virtual Bank

ขณะที่ บล.ดาโอ มองกรอบดัชนีฯ สัปดาห์นี้ ซึ่งจะซื้อขายเพียง 4 วัน ไว้ที่ 1440-1480 จุด ตลาดยังแกว่งตัวผันผวนในกรอบแคบและมีโอกาสถูกกดดัน (Sideways Down) จาก Supply Shock ล่าสุดในช่วงวันหยุดที่มีการโจมตีโรงกลั่นและโรงงานปิโตรเคมีในตะวันออกกลาง ซึ่งจะส่งผลลบต่อตลาดหุ้น พันธบัตร และทองคำในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าดัชนีฯ จะยังคงได้รับแรงพยุงจากหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) ที่ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันระดับสูง นักลงทุนจึงควรมีความพร้อมทั้งสองด้าน (ซื้อ-ขาย) เพื่อรับมือกับความผันผวน

ปัจจัยในประเทศ

  • มาตรการเศรษฐกิจ: กระทรวงการคลังยืนยันเดินหน้า “คนละครึ่ง พลัส” เฟส 2 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. 69 โดยเบื้องต้นจะเป็นการจ่ายเงินก้อนเดียวให้ใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน และนำเทคโนโลยี AI มาช่วยเสริมทักษะร้านค้า
  • ความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย (Technical Recession): ไตรมาส 2/69 จะเป็น “จุดชี้ชะตา” ของเศรษฐกิจไทย (อ้างอิงประเมินจากสำนักวิจัย CIMB Thai) ว่าจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิคหรือไม่ ภาคธุรกิจถูกบีบจากต้นทุนพลังงานและสงคราม โดย กกร. ปรับลดเป้า GDP ปีนี้ลงเหลือ 1.2-1.6% และ ททท. หั่นเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติลง 18% (เหลือ 30-34 ล้านคน) ขณะที่ สศค. ประเมินว่าวิกฤตได้ขยับเข้าสู่ฉากทัศน์ที่ 2 อย่างเต็มตัว (GDP โต 1.4%, เงินเฟ้อ 1.9%)
  • เงินเฟ้อไทย (CPI) ส่อพลิกบวก: คาดการณ์ตัวเลขเงินเฟ้อเดือน มี.ค. ของไทยมีแนวโน้มกลับมาขยายตัวที่ +0.35% YoY (พลิกจาก -0.88% ในเดือน ก.พ.) สาเหตุหลักจากการยกเลิกการตรึงราคาน้ำมันดีเซลและการพุ่งขึ้นของราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลก
  • หุ้นธนาคาร (Safe Haven & Dividend): เข้าเทศกาลเก็งงบ 1Q หุ้นธนาคาร และจะเริ่มขึ้น “XD” เราประเมินกำไรสุทธิหุ้นธนาคาร 7 ตัว ที่เราจัดทำบทวิเคราะห์ จะอยู่ที่ 5.2 หมื่นล้านบาท (-11% YoY, +9% QoQ) โดย KTB (@2.24) จะประเดิมขึ้น XD เป็นตัวแรก 10 เม.ย. ตามด้วย SCB (@9.28) ในวันที่ 20 เม.ย.
  • กระแส Fund Flow: ต่างชาติยังคงมีสถานะ Risk-off ชัดเจน ล่าสุด (3 เม.ย.) เทขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 1,876.34 ล้านบาท และขายสุทธิในตลาดตราสารหนี้ 1,121 ล้านบาท (ยอดถือครองพันธบัตรต่างชาติลดลงเหลือ 9.33 แสนล้านบาท)

ปัจจัยต่างประเทศ

  • ขีดเส้นตายสงครามตะวันออกกลาง: โดนัลด์ ทรัมป์ ขีดเส้นตายวันอังคาร (เวลา 20.00 น. EST) ขู่จะทำลายโครงสร้างพื้นฐานและโรงไฟฟ้าของอิหร่านหากไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ สถานการณ์ทวีความตึงเครียดหลังเครื่องบินรบสหรัฐฯ (F-15E) ถูกยิงตกในอิหร่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในความขัดแย้งนี้รวมแล้วกว่า 5,000 ราย
  • ช่องแคบฮอร์มุซ เริ่มมีสัญญาณระบายน้ำมัน: แม้ถูกปิดกั้น แต่อิหร่านประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมให้เรือบรรทุกน้ำมันของอิรัก ล่าสุดเรือ “Ocean Thunder” บรรทุกน้ำมันดิบอิรัก 1 ล้านบาร์เรลสามารถเดินทางออกจากช่องแคบได้สำเร็จ ซึ่งหากขยายผลอาจช่วยระบายน้ำมันดิบได้ถึง 3 ล้านบาร์เรล/วัน
  • ราคาน้ำมันและผลกระทบ: คำขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานอิหร่านดันราคาน้ำมันดิบ Brent ทะลุ 110 ดอลลาร์/บาร์เรล และ WTI ทะลุ 111 ดอลลาร์ ดันราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยในสหรัฐฯ ทะลุ 4.09 ดอลลาร์/แกลลอน และดีเซลพุ่งแตะ 5.53 ดอลลาร์…. ข่าวนี้ บวกต่อหุ้นผู้ผลิตน้ำมันและปิโตรเคมี แต่ลบต่อหุ้นโรงกลั่นน้ำมัน (ต้นทุนสูง และอาจถูกคุมราคาขาย)
  • มติการประชุมและกำลังการผลิตของ OPEC+: ที่ประชุม OPEC+ มีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตสำหรับเดือนพฤษภาคม 2026 เพียง 206,000 บาร์เรลต่อวัน ทั้งที่กลุ่ม OPEC+ ยังมี “กำลังการผลิตสำรอง (Spare Capacity)” สูงถึง 4.40 – 4.70 ล้านบาร์เรลต่อวัน (จากปริมาณการผลิตจริงที่ 36.45 ล้านบาร์เรล/วัน ในช่วง มี.ค.) การก้าวเดินอย่างระมัดระวังของ OPEC+ สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มผู้ผลิตยังไม่พร้อมใช้อาวุธสำรองเต็มกำลังเพื่อสกัดความร้อนแรงของราคาพลังงาน

Technical : BCH, KAMART

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...