ชี้เป้า PTTGC-IVL มีแววฟื้นตัวแรง
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 23 มี.ค. เวลา 10.21 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. เวลา 03.21 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด(มหาชน) คงคำแนะนำ Bullish ต่อกลุ่มปิโตรเคมี จากแนวโน้มการฟื้นตัวในระยะยาวตามภาวะ Oversupply ที่ลดลง หลังจากโรงผลิตที่มีต้นทุนสูงทั่วโลกทยอยทำ Rationalized (ลดกำลังการผลิตหรือปิดตัวลง) อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับนโยบายกระตุ้นการปรับโครงสร้างการผลิตของจีนและเกาหลีใต้
นอกจากนี้ สงครามในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยเร่งให้โรงผลิตทั่วโลกต้องปรับตัวมากขึ้น โดยเราประเมินว่า:สายโอเลฟินส์ (Olefins): ในประเทศจีนจะได้รับผลกระทบมาก ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมอุปทาน สาย PET: จะได้รับประโยชน์สูงสุด เนื่องจาก Feedstock หลักอย่าง MEG ได้รับผลกระทบ และมีกำลังการผลิตใหม่ (New Capacity) เพิ่มขึ้นในจำนวนที่จำกัดที่สุด
ทั้งนี้เราปรับเพิ่ม PBV ของกลุ่มขึ้นมาที่ระดับ -0.5 ถึง -1.0 S.D. และปรับ Target Price (TP) ขึ้น 23–38% ตามการปรับ Product Spread เพิ่มขึ้น เพื่อสะท้อนภาวะ Supply Disruption จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้เกิดการขาดแคลนวัตถุดิบและทำให้อุปทานหายไปเร็วกว่ากำหนด
การฟื้นตัวของ Spread: การทยอยประกาศ Rationalized (การปรับโครงสร้างกำลังการผลิต) ในช่วงปี 2025 หนุนให้ Product Spread ฟื้นตัวเร็วกว่าคาด รวมถึงคาดการณ์ว่าการ Ramp-up กำลังการผลิตให้กลับมาดังเดิมจะต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 1 ไตรมาส
สำหรับความเสี่ยงในการจัดซื้อวัตถุดิบในตะวันออกกลาง คาดว่าจะทำให้ผู้ผลิตในเอเชียที่มีต้นทุนสูงเสียเปรียบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คาดการณ์ว่ากระบวนการ Rationalized จะเกิดขึ้นเร็วขึ้นในปี 2026F (จากเดิมที่คาดไว้ปี 2027F) และจะมีขนาดใหญ่กว่านโยบาย Anti-involution ของจีนและเกาหลีใต้
หุ้นเด่นที่แนะนำ: PTTGC และ IVL: ได้ประโยชน์สูงสุดในช่วง Supply Disruption เนื่องจากมีการพึ่งพา Feedstock จากตะวันออกกลางน้อยกว่ากลุ่ม SCC: มีความน่าสนใจเมื่อสถานการณ์ความขัดแย้งเริ่มคลี่คลายลง
สแกนหุ้นเด่นตามปัจจัยหนุน
PTTGC (ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น BUY) ราคาเหมาะสม (TP26F): 37.00 บาท (เดิม 27.00 บาท)
เหตุผล: ปรับประมาณการกำไรรวมปี 2026–28F ขึ้น +42% และปรับ PBV ขึ้นมาที่ 0.7 เท่า (ระดับ -1.0 S.D.) สะท้อนภาวะ supply ที่ตึงตัวกว่าคาด หนุนให้ product spread ฟื้นตัวเร็วและ ROE สูงกว่าเดิม
จุดเด่น: PTTGC ได้ประโยชน์เด่นในช่วงที่ supply โอเลฟินส์ทั่วโลกเผชิญการหยุดชะงัก (disruption) เนื่องจากพึ่งพา feedstock ที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพียง 9% ทำให้สามารถจัดหาทดแทนได้ง่ายกว่าและผลิตได้อย่างต่อเนื่อง รับประโยชน์ในช่วงที่ spread ผันผวนขาขึ้นได้เต็มที่
IVL (คงคำแนะนำ BUY) ราคาเหมาะสม (TP26F): 27.00 บาท (เดิม 22.00 บาท)
เหตุผล: ปรับประมาณการกำไรปี 2026–28F ขึ้น 10% สะท้อนแนวโน้ม Integrated PET (PTA+PET) ที่ดีกว่าคาด จาก supply ที่ตึงตัวหลังโรงผลิตโอเลฟินส์ทั่วโลกขาดแคลน feedstock ส่งผลให้ supply MEG ขาดแคลนตามไปด้วย ปรับ PBV ขึ้นมาที่ 1.2 เท่า (-0.5 S.D.)
จุดเด่น: คาดฐานการผลิตมากกว่า 70% ไม่ได้พึ่งพา feedstock จากตะวันออกกลาง ผลิตภัณฑ์ทั้ง PET/ IOD/ Fibers มีแนวโน้มฟื้นตัวเร็ว และในระยะยาว PET มีแรงกดดันจากกำลังการผลิตใหม่ (new capacity) น้อยกว่าสายโอเลฟินส์
SCC (ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น BUY) ราคาเหมาะสม (TP26F): 202.00 บาท (เดิม 218.00 บาท)
เหตุผล: แม้จะปรับกำไรปี 2026–28F ลง -21% เพื่อสะท้อนการขาดแคลน feedstock และต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น แต่ราคาหุ้นที่ปรับตัวลง YTD ได้สะท้อนความกังวลเรื่องการประกาศ force majeure ของโรง ROC และการลดกำลังการผลิตของโรง MOC และ LSP ไปมากแล้ว
กลยุทธ์: แนะนำ"ทยอยซื้อ" ในช่วงที่มีแรงกดดัน คาดว่าหลังสถานการณ์กลับสู่ปกติ บริษัทจะกลับมาเปิดดำเนินการโรง ROC ที่ทำกำไรได้ดี และเป็นผู้รอดชีวิตในระยะยาวจากการฟื้นตัวของวัฏจักรปิโตรเคมี
IRPC (คงคำแนะนำ NEUTRAL) ราคาเหมาะสม (TP26F): 1.80 บาท
เหตุผล: ปรับกำไรรวมปี 2026–28F ขึ้น 304% (จากฐานที่ต่ำมาก) โดยน้ำหนักหลักมาจากธุรกิจโรงกลั่นที่ได้รับอานิสงส์จากค่าการกลั่นที่สูงขึ้น
ข้อควรระวัง: ธุรกิจปิโตรเคมีได้ประโยชน์ไม่เต็มที่ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ HDPE ของบริษัทเป็นเกรดท่อ (pipe grade) ซึ่งเผชิญภาวะอุตสาหกรรมก่อสร้างชะลอตัว ต่างจากเกรดสินค้าอุปโภคบริโภค (consumer grade) นอกจากนี้ IRPC ยังมีการพึ่งพา feedstock จากตะวันออกกลางสูงกว่ากลุ่ม