โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เปิด 5 นโยบายรัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 9 เม.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 9-10 เมษายน 2569 รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้มีกำหนดการแถลงนโยบายต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภา โดยแบ่งหัวข้อของนโยบายออกเป็น 5 ด้าน คือ 1.นโยบายด้านเศรษฐกิจ 2.นโยบายด้านการต่างประเทศและความมั่นคง 3.นโยบายด้านสังคม 4.นโยบายด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม 5.นโยบายด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งในแต่ละด้าน ยังไม่มีโครงการหรือแผนงานครอบคลุมปัญหาต่างๆของประเทศได้ทั้งหมด

เมื่อได้อ่านนโยบายของรัฐบาลอนุทิน2แล้ว เห็นว่ายังมีนโยบายสำคัญหลายอย่างที่ตกหล่น และรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ยังไม่ได้ให้ความสำคัญ ในฐานะที่เป็นนักการเมืองมาก่อน และเป็นผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองในตอนนี้ จึงอยากเสนอให้รัฐบาลพิจารณา และนำเสนอข้อมูลให้ฝ่ายค้าน เพื่อประกอบการอภิปรายท้วงติง หรือฝากความคิดเห็นไปยังรัฐบาล เพื่อให้เพิ่มเติมในนโยบายต่างๆ ซึ่งจะเสนอแนวทางนโยบายสำคัญสำคัญ5ข้อ ดังนี้

1.นโยบายด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญ และตอนนี้ประเทศชาติกำลังประสบกับปัญหาเรื่องพลังงานเป็นหลัก รัฐบาลควรจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ โดยปฏิรูปโครงสร้างพลังงานด้านน้ำมันและปฏิรูปโครงสร้างพลังงานด้านไฟฟ้า แม้ว่าจะเป็นความยากลำบากในการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานทั้งหมด ซึ่งจะกระทบต่อกลุ่มทุนด้านพลังงาน ที่เป็นแบ็กอัพหรือสนับสนุนพรรคการเมือง หรือสนับสนุนเป็นแหล่งทุนให้กับฝ่ายการเมืองมาโดยตลอด แต่รัฐบาลไม่ควรจะเกรงใจ ต้องยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก มากกว่ายึดผลประโยชน์ของกลุ่มทุน

2.นโยบายด้านสังคม ซึ่งเป็นปัญหาหลักทางด้านสังคมในขณะนี้ คือปัญหายาเสพติด รัฐบาลต้องเอาจริงเอาจัง และปราบปรามยาเสพติดที่เป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนานให้สำเร็จ หลายรัฐบาลที่ผ่านมายกปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ แต่ไม่ได้ทำให้ปัญหายาเสพติดลดลง มีแต่จะเพิ่มขึ้น และกำลังเป็นปัญหาทางสังคม ที่ทำให้ต้องสูญเสียทรัพย์สิน เงินทองและชีวิตของประชาชน ผู้คนในสังคมอยู่ในอาการหวาดผวา เมื่อผู้ติดยาเสพติด ผู้ค้ายาเสพติดแพร่หลาย จะพบคนวิกลจริต มีปัญหาทางจิต อาการจิตหลอน ป่วยจิตเวชจำนวนมาก รัฐบาลควรยกเอาปัญหายาเสพติดขึ้นมาปราบปราม เพื่อแก้ปัญหาทางสังคมให้ได้เร็วที่สุด

3.ปัญหาด้านการเมือง หัวใจของการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติอยู่ที่รัฐธรรมนูญ รัฐบาลไม่ได้เขียนนโยบายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง เขียนแบบเลื่อนลอย ไม่ได้กำหนดขั้นตอนการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า มีรายละเอียดอย่างไร และจะเสร็จเมื่อไหร่ ทั้งที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นประชามติที่เสียงส่วนใหญ่ 21 ล้านเสียงเห็นชอบ ให้มีการทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ถือว่าเป็นฉันทามติของคนทั้งประเทศ รัฐบาลควรผลักดันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จในสมัยรัฐบาลชุดนี้ เพื่อแก้ปัญหาประเทศชาติทั้งหมด ซึ่งรัฐธรรมนูญจะเป็นตัวบทกฎหมายที่กำหนดการแก้ไขปัญหาของชาติ

4.นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม รัฐบาลควรจะให้ความสำคัญ เรื่องมลพิษที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ คือฝุ่นPM 2.5 รัฐบาลจะต้องมีแผนงานหรือผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด รวมถึงการกำหนดนโยบายแผนงานการสร้าง หรือขจัดปัญหามลพิษในอนาคตให้ได้ เช่น การลดการใช้เชื้อเพลิงที่ก่อให้เกิดมลพิษ รัฐบาลต้องส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าทดแทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านรถยนต์รถยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นในประเทศ ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

5.นโยบายด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย ต้องมีการบังคับใช้กฎหมาย และปรับปรุงกฎหมายที่ล่าสมัย เพื่อนำไปสู่การปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย โดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ หรือ CPI วัดดัชนีการทุจริตของโลก จัดให้ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 116 และอยู่ในอันดับ8 ของประเทศอาเซียน ซึ่งนับว่าดัชนีการทุจริตคอรัปชั่นตกต่ำมาก รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ แม้ว่าจะแก้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นได้ยาก เนื่องจากการเข้าสู่อำนาจรัฐของฝ่ายการเมืองมาจากการซื้อเสียง ใช้เงินทุนเป็นจำนวนมาก ก็เป็นเรื่องธรรมดาต้องถอนทุนคืน และทุนที่ได้มาก็มาจากการทุจริตคอรัปชั่น จึงทำให้การแก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นเป็นไปได้ยาก แต่รัฐบาลก็ต้องมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาทุจริตให้ได้ มิฉะนั้นประเทศไทยก็จะเป็นประเทศสุดท้ายในอาเซียน และลำดับดัชนีการทุจริตจะตกต่ำไปมากกว่านี้

จึงเสนอมายังรัฐบาลและฝ่ายค้าน ได้นำประเด็นเหล่านี้ไปอภิปรายในที่ประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อให้รัฐรัฐบาลได้พิจารณาและนำไปปฏิบัติ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ว่า ประเทศมีปัญหาอะไรบ้าง เพื่อจะได้ช่วยกันผลักดันให้รัฐบาลนำไปปฏิบัติต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...