รวบโจรลักตู้เซฟ พรางตัวเป็นไรเดอร์ ขโมยเงินชาวรัสเซียกว่า 1.3 ล้านบาท
รวบ “สันติ” จอมโจรลักตู้เซฟ พรางตัวเป็นพนักงานขับรถส่งพัสดุ ขโมยเงินชาวรัสเซียกว่า 1.3 ล้านบาท ตำรวจ ตรวจยึดเงินสดได้กว่า 800,000 บาทส่งคืนชาวรัสเซีย
7 พฤษภาคม 2569 - พ.ต.อ.สุรศักดิ์ ใจดี สภ.ฉลอง เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ ผู้เสียหายชาวต่างชาติ แจ้งเหตุกับสภ.ฉลอง เมื่อ 11 เมษายน 2569 ว่า ถูกบุกรุกบ้านพักในหมู่บ้านบันยันวิลล่า โดย ได้ยินเสียงผิดปกติภายในบ้าน เมื่อลงมาตรวจสอบพบคนร้ายกำลังงัดแงะประตู ก่อนคนร้ายจะหลบหนีไป ซึ่งผู้เสียหายสามารถจดจำใบหน้าคนร้ายได้อย่างชัดเจน
ต่อมา วันที่ 16 เมษายน 2569 เกิดเหตุลักทรัพย์อีกครั้งภายในหมู่บ้านเดียวกัน ห่างจากจุดแรกเพียง 1 คูหา จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายเข้าก่อเหตุ ตั้งแต่ช่วงวันที่ 13 เมษายน ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่เจ้าของบ้านไม่อยู่บ้านหลายวัน โดยคนร้ายได้ลักตู้เซฟที่ภายในมีเงินสดกว่า 1,300,000 บาท แล้วหลบหนีไป
พ.ต.ท.ชยกร ตั้งสกุล สว.สส.สภ.ฉลอง นำกำลังชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบเบาะแสสำคัญทั้งตำหนิรูปพรรณคนร้ายและรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ โดยผู้เสียหายยืนยันว่าเป็น นายสันติ (นามสมมติ)
จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า ผู้ต้องหามีพฤติกรรมวางแผนอย่างเป็นขั้นตอน เริ่มจากใช้รถจักรยานยนต์ส่วนตัวออกจากบ้าน ก่อนจะไปเช่ารถอีกคัน แล้วสวมเสื้อพนักงานขนส่งของแอปฯรายหนึ่ง และหมวกกันน็อกอำพรางตัว ขับรถตระเวนสำรวจหมู่บ้านที่มีชาวต่างชาติสูงอายุพักอาศัยอยู่จำนวนมาก เลือกบ้านที่ไม่ได้ล็อกประตูหรือสามารถเข้าออกได้ง่าย ก่อนอาศัยจังหวะสบโอกาสเดินเข้าไปก่อเหตุอย่างแนบเนียน
หลังลักตู้เซฟได้สำเร็จ คนร้ายได้นำไปทุบทำลายเอาเงินสดภายใน ก่อนนำซากตู้เซฟไปโยนทิ้งลงขุมเหมืองเจ้าฟ้าเพื่ออำพรางคดี จากนั้นนำรถเช่าไปคืนและขับรถส่วนตัวกลับบ้านพร้อมเงินสดที่ขโมยมา
เมื่อตรวจสอบประวัติพบว่า นายสันติ เคยก่อเหตุลักทรัพย์ในลักษณะเดียวกันมาแล้ว 3 คดี โดยหนึ่งในนั้นเป็นคดีปี 2567 ซึ่งอยู่ระหว่างประกันตัวชั้นอุทธรณ์และติดกำไล EM ของศาล อีก 2 คดีเกิดขึ้นในปี 2568 ในพื้นที่ สภ.ฉลอง
ตำรวจใช้เวลาติดตามไล่ล่ากว่า 1 สัปดาห์ ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับและหมายค้น จนนำไปสู่การจับกุมตัวนายสันติ พร้อมของกลางหลายรายการ ทั้งนาฬิกา เงินสด และทรัพย์สินอื่น แต่ในชั้นจับกุมผู้ต้องหา ยังไม่ยอมเปิดเผยจุดซ่อนตู้เซฟและเงินสดที่เหลือ
ต่อมา พ.ต.อ.สุรศักดิ์ ใจดี ผกก.สภ.ฉลอง สั่งการให้ พ.ต.ท.พีรสิทธิ์ หนูพยันต์ รอง ผกก.สส.สภ.ฉลอง นำทีมสืบสวนขยายผลต่อเนื่อง กระทั่งสามารถขอหมายค้นบ้านพักผู้ต้องหาเป็นรอบที่ 2 และตรวจยึดเงินสดได้กว่า 800,000 บาท ภายในบ้านพัก
ภายหลัง ถูกกดดันด้วยหลักฐานจำนวนมาก ผู้ต้องหาจึงยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง พร้อมรับว่าได้นำตู้เซฟไปทุบทำลายและโยนทิ้งลงขุมเหมืองเจ้าฟ้า
ตำรวจจึงประสานนักประดาน้ำลงงมหาซากตู้เซฟจนสามารถกู้ขึ้นมาได้สำเร็จ ส่วนเงินสดที่เหลือ ผู้ต้องหาอ้างว่านำไปใช้จ่ายหมดแล้ว แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ และอยู่ระหว่างขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการหรือผู้รับผลประโยชน์เพิ่มเติม
ต่อมา วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 สภ.ฉลอง ได้ส่งมอบเงินสดกว่า 800,000 บาท คืนให้ผู้เสียหายชาวรัสเซีย ซึ่งเปิดเผยด้วยความซาบซึ้งว่า เงินดังกล่าวเป็นค่าเทอมของหลาน พร้อมชื่นชมการทำงานของตำรวจไทยที่สามารถติดตามคนร้ายและนำทรัพย์สินกลับคืนมาได้ ทำให้รู้สึกเชื่อมั่นว่าภูเก็ตยังเป็นเมืองที่ปลอดภัยสำหรับชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยว
ด้าน พ.ต.ท.พีรสิทธิ์ หนูพยันต์ รอง ผกก.สส.สภ.ฉลอง กล่าวว่า คดีนี้คนร้ายมีการวางแผนอย่างรัดกุม หากจับกุมไม่ได้อาจกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก การติดตามทรัพย์สินคืนให้ผู้เสียหายได้ถือเป็นความภาคภูมิใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะการจับคนร้ายได้อย่างเดียวแต่ไม่สามารถนำทรัพย์สินคืนมาได้ ถือว่างานยังไม่สมบูรณ์
ทั้งนี้ สภ.ฉลอง ฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง ล็อกประตูบ้าน ติดตั้งกล้องวงจรปิด เปิดไฟส่องสว่าง และเก็บทรัพย์สินมีค่าไว้ในจุดปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ พร้อมย้ำว่า หากมีผู้คิดก่อเหตุในพื้นที่ ตำรวจฉลองพร้อมติดตามดำเนินคดีถึงที่สุดแน่นอน