“ผู้นำอาเซียน” ถกวิกฤตพลังงาน-สงครามอิหร่าน หวังเพิ่มความร่วมมือรับเศรษฐกิจผันผวน
"ผู้นำอาเซียน" ประชุมสุดยอดที่ฟิลิปปินส์ หารือความร่วมมือ-การประสานงานรับมือวิกฤต ขณะภูมิภาคเผชิญความตึงเครียดทั้งในทะเลจีนใต้ เมียนมา และชายแดนไทย-กัมพูชา
วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.54 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าผู้นำประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เดินทางเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนประจำปีที่ประเทศฟิลิปปินส์ โดยมุ่งหารือแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเพิ่มความแข็งแกร่งให้ภูมิภาค ท่ามกลางแรงกดดันจากวิกฤตพลังงานที่เชื่อมโยงกับสงครามอิหร่านซึ่งนำโดยสหรัฐ
กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน 11 ประเทศมีเป้าหมายร่วมกันในการกำหนดท่าทีรับมือความต้องการพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น หลังหลายประเทศเผชิญต้นทุนพลังงานที่พุ่งขึ้นและปัญหาห่วงโซ่อุปทานสะดุด
นอกจากประเด็นเศรษฐกิจแล้ว ผู้นำอาเซียนยังเตรียมหารือปัญหาด้านความมั่นคงในภูมิภาค ทั้งข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ สงครามกลางเมืองในเมียนมา และความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
มาเรีย เทเรซ่า พี ลาซาโร่ รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ กล่าวเปิดการประชุมระดับรัฐมนตรีที่เมืองเซบูว่า ประสบการณ์จากวิกฤตที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า อาเซียนจำเป็นต้องเสริมสร้างกลไกประสานงานในภาวะวิกฤตและเพิ่มความพร้อมของสถาบันระดับภูมิภาค พร้อมกล่าวว่า “ขณะที่เรารวมตัวกันในวันนี้ ภูมิภาคของเรากำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญอย่างยิ่ง”
รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ระบุว่า ประเทศในอาเซียนนำเข้าน้ำมันดิบประมาณ 66% ของความต้องการทั้งหมด และความขัดแย้งอิหร่านกำลังผลักดันให้ราคาอาหารและเชื้อเพลิงสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อภาคการขนส่ง การท่องเที่ยว และแรงงานอพยพในตะวันออกกลาง
ด้านรัฐบาลฟิลิปปินส์กำลังผลักดันให้ที่ประชุมออกแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับวิกฤตตะวันออกกลาง เพื่อเพิ่มการประสานงานในการรับมือเหตุฉุกเฉินในอนาคต ตามการเปิดเผยของโดมินิก ซาเวียร์ อิมพีเรียล โฆษกอาเซียน
กรุงมะนิลายังเตรียมเสนอร่างปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมือทางทะเล ท่ามกลางความตึงเครียดกับจีีนในประเด็นทะเลจีนใต้
การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการซ้อมรบขนาดใหญ่ในฟิลิปปินส์ ซึ่งมี United States, Japan, Australia และประเทศพันธมิตรเข้าร่วม โดยมีทั้งการฝึกยิงจริงและการซ้อมทางทะเลใกล้จุดยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น ทะเลจีนใต้และช่องแคบไต้หวัน
ฟิลิปปินส์ในฐานะเจ้าภาพยังเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกหลีกเลี่ยงมาตรการจำกัดการค้า และรักษาการไหลเวียนของสินค้าเพื่อบรรเทาปัญหาด้านอุปทาน พร้อมเสนอแนวคิดจัดตั้งกลไกแบ่งปันน้ำมันสำรองระหว่างประเทศสมาชิกในยามวิกฤต อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าแนวทางดังกล่าวอาจดำเนินการได้ยาก
จอยซี เตโอโดโร นักวิเคราะห์อาวุโสด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จาก Control Risks กล่าวว่า เมื่อวิกฤตรุนแรงขึ้น ประเทศสมาชิกมักให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ภายในประเทศมากกว่าคำมั่นในระดับภูมิภาค พร้อมยกตัวอย่างกรณีที่ไทยระงับการส่งออกน้ำมันไปยังต่างประเทศ ยกเว้น สปป.ลาว และ เมียนมา เท่านั้น
อ้างอิง : bloomberg.com