‘อังคณา’ ชี้ ปีนี้แรงมาก ‘กฎหมายปิดปาก-IOโจมตี’ คดีกองเพียบ! จี้รัฐคุ้มครอง ‘แยม ฐปณีย์’
‘อังคณา’ ชี้ ปีนี้แรงมาก ‘กฎหมายปิดปาก- IOโจมตี’ คดีกองชั้นอุทธรณ์เพียบ – ย้ำ ‘แยม ฐปณีย์’ ต้องได้รับการคุ้มครอง
เมื่อวันที่ 21 เมษายน เวลา 13.00 น. ที่โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพฯ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผย ‘รายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลก ประจำปี 2568/69’
โดยเวลา 13.15 น. น.ส.พุทธณี กางกั้น ประธานกรรมการ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย, มอนต์เซ เฟอร์เรอร์ ผู้อำนวยการร่วมระดับภูมิภาค แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล และ น.ส.เพชรรัตน์ ศักดิ์ศิริเวทย์กุล ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ แอมเนสตี้ฯ ประเทศไทย
ต่อด้วยเวทีเสวนา ’Voice of Rights: แม้ถูกปิดเสียง ถูกละเมิดสิทธิ แต่ยังยืนหยัดเคียงข้างสิทธิมนุษยชน‘ โดย นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา และผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน, น.ส.พรชิตา ฟ้าประทานไพร เยาวชนผู้ปกป้องสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองและสิทธิชุมชน, น.ส.ปฐมพร แก้วหนู หัวหน้าโครงการฟรีด้อมบริทจ์ และ นายจำนงค์ หนูพันธ์ ประธานขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ดำเนินรายการโดย นายอภิสิทธิ์ ดุจดา
ในตอนหนึ่ง นางอังคณา นีละไพจิตร กล่าวว่า จะสังเกตว่าช่วงหลังรัฐประหาร ประเทศไทยเปลี่ยนไปเยอะพอสมควร มีการเขียนกฎหมายใหม่จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทั้งๆ ที่ประเทศได้ให้สัตตยาบัน ในอนุสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนหลายฉบับมาก
อย่าง พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ ยังมีข้อจำกัดด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงและศาสนา เป็นต้น จนมาถึง พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ที่ทำให้คนไม่อยากแจ้งการชุมนุม ถึงแม้รัฐธรรมนูญจะเขียนให้สิทธิไว้ แต่จะมีท้ายมาตราที่เขียนระบุไว้ว่า‘ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ’ หรือประมาณว่า ทั้งนี้ ‘ให้คำนึงถึงความมั่นคงของประเทศ’ ซึ่งทำให้สิทธิที่ควรได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ถูกจำกัดลง เป็นสิ่งที่ถือว่าถดถอยมาก และเป็นเหตุผลที่เราควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ
นางอังคณาชี้ว่า เมื่อก่อนปัญหาที่นักปกป้องสิทธิมนุษยชนเผชิญ ไม่ว่าการทรมาน การอุ้มฆ่า สังหารนอกกระบวนการยุติธรรม แต่วันนี้เทรนด์เปลี่ยนไป มีการใช้กฎหมายเพื่อคุกคามมากขึ้น ในเรื่องของธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ก็มีการใช้กฎหมายปิดปาก หรือใช้กฎหมายคุกคามผู้เห็นต่าง เป็นต้น
“อย่างคดีตัวเองตอนเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็ถูกบริษัทฟาร์มไก่ฟ้อง ตั้งแต่ปี 2562 จนปีนี้ 2569 ผ่านมา 7 ปี คดียังอยู่ในชั้นอุทธรณ์อยู่เลย ทุกวันนี้ตัวเองก็ยังเป็นจำเลยในคดีอาญาอยู่ ถูกฟ้อง 2 คดี มันกระทบกับชีวิตประจำวันมาก” นางอังคณาเผย
เมื่อถามถึงความเข้มข้นในเทรนด์การใช้กฎหมายละเมิดสิทธิฯ ในประเทศไทย เมื่อเทียบระหว่างปี 2568 กับปี 2565 -2567 เพิ่มขึ้นมากน้อยขนาดไหน ?
นางอังคณากล่าวว่า ถ้าเราดูจากรายงานของแอมเนสตี้ฯ ถือว่ามีการฟ้องร้องดำเนินการนับร้อยคดี เป็นการสร้างภาระที่เกินจำเป็นให้ชาวบ้าน ในการเดินทางไปศาล เพราะบางทีฟ้องข้ามจังหวัด ต้องมานอนค้าง ไหนจะค่าทนายความ ต้องเรียนว่า ของฟรีไม่มีในโลก และในท้ายที่สุดก็มักจะยกฟ้อง ด้วยเหตุว่า จำเลยแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต
“แต่กว่าจะใช้เวลาพิสูจน์ในศาลชั้นต้น ก็ 3-4 ปี ส่งไปศาลอุทธรณ์ ก็อีกหลายปี ถ้าเป็นชาวบ้านได้รับผลกระทบมาก เวลาจะไปสมัครงานที่ไหน ถือว่าคุณมีประวัติอาชญากรรม เพราะถูกฟ้องคดีอาญา” นางอังคณากล่าว
เมื่อถามต่อว่า ช่วงขวบปีที่ผ่านมา พบแรงเสียดทาน ในการปกป้องสิทธิอย่างไรบ้าง ?
นางอังคณาเผยว่า ที่มากขึ้นนอกจากกฎหมายปิดปาก คือการใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (ไอโอ) ทั้งเฟกนิวส์
“โดนขนาดที่ว่า มีคนไปแก้ประวัติในวิกิพีเดีย ว่าเป็นคนประเทศกัมพูชา โห อันนี้ร้ายแรงมาก ก็ต้องขอบคุณหลายคนที่ปราถนาดี ไปแก้ให้ มีการแสดงความคิดห็นด้วย Hate Speech สร้างความเกลียดชัง เรียกร้องให้ฆ่า ใช้คำพูดที่ชัดชวนไปสู่การใช้ความรุนแรงที่เกี่ยวกับเพศด้วย ซึ่งเรื่องแบบนี้ในต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องร้ายแรงมาก” นางอังคณาเผย
โดยเมื่อร้องเรียนไปยัง กรรมการสิทธิมนุษยชน กลับไม่รับตรวจสอบ ส่งไปให้ตำรวจอีก
นางอังคณากล่าวต่อว่า การเข้าถึงความยุติธรรมของคนทำงานด้านสิทธิฯ เรียนตรงๆ ว่า ไม่ง่าย พร้อมตั้งคำถามไปถึงหน้าที่ของรัฐ ว่าให้ความคุ้มครองพลเมืองอย่างไรบ้าง อย่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ทำอะไรบ้าง เมื่อไปแจ้งความ เรารู้สึกไม่ได้รับการคุ้มครอง กลายเป็นภาระทั้งหมดไปตกอยู่ผู้เสียหาย ซึ่งเขาแย่อยู่แล้ว
ในช่วงท้าย นางอังคณากล่าวด้วยว่า ที่จริงประเทศไทยมีหลายอย่างน่ายกย่อง อย่าง พ.ร.บ.ทรมานฯ แต่ผ่านมา 3 ปี การปฏิบัติการหาตัวผู้กระทำผิด ยังไม่คืบหน้า กระทรวงที่มีอำนาจ ยังนั่งเถียงกันว่า ใครคือนักปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยมองว่าเป็นศัตรูของรัฐ
“กรณีของ คุณแยม ฐปณีย์ เอียดศรีไชย แม้เป็นสื่อแต่ทำงานปกป้องสิทธิเช่นกัน จึงต้องได้รับการคุ้มครอง”
นางอังคณากล่าวต่อว่า ตนอยากมีข้อเสนอแนะ กรณี นักโทษทางการเมือง ในชั้นอุทธรณ์ใช้เวลานานมาก คดีมากองรวมกันเป็นคอขวด บางคดีเกือบ 3 ปียังไม่มีวี่แววว่าจะมีคำพิพากษาอย่างไร
“คนที่ไม่ได้รับสิทธิในการปล่อยตัวชั่วคราว เป็นปัญหาของกระบวนการยุติธรรม ที่จะต้องเร่งรัด ในขั้นตอนพิจารณาการอุทธรณ์ ซึ่งสำคัญมาก” นางอังคณากล่าว
ถามว่า ประชาชนเราทำอะไรได้บ้าง ?
ในช่วงหนึ่ง นางอังคณา หยิบยกกรณีพ.ร.บ.อากาศสะอาด ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทาย ทุกอย่างที่ผลักดัน ไม่ใช่เพื่อส่วนตัว แต่เป็นประเด็นร่วมของสังคม เพราะสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ ต่อไปเราอาจอยู่กับสังคมที่คนรุ่นใหม่ ต้องมาผลักดันเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ด้วย
ในช่วงท้าย เมื่อมีผู้สอบถามความเห็นว่า ในปี 2569 ควรต้องจับตาดูอะไร ?
นางอังคณากล่าวว่า กระแสชาตินิยม อาจทำให้คนที่ไม่ใช่กระแสนั้น ถูกต่อต้าน
“ข้อท้าทายของรัฐบาลไทย คือในขณะที่แถลงนโยบาย จะเข้าไปเป็นสมาชิก องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ให้ได้ ก็ยังต้องแสดงให้เห็น ถึงความเคารพในหลักนิติรัฐและนิติธรรม” นางอังคณากล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘อังคณา’ ชี้ ปีนี้แรงมาก ‘กฎหมายปิดปาก-IOโจมตี’ คดีกองเพียบ! จี้รัฐคุ้มครอง ‘แยม ฐปณีย์’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th