โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 18 เมษายน 2569

สวพ.FM91

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 18 เมษายน 2569

>> "พายุฤดูร้อน" ที่ จ.ขอนแก่น เกิดลมกระโชกแรงดันผนังปูน - บานหน้าต่างพังถล่ม ทับร่างหญิงวัย 60 ปีเสียชีวิต

เมื่อเวลา 06.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านไผ่ รับแจ้งเกิดเหตุพายุฤดูร้อน ทำผนังบ้านพังทับร่างคนเสียชีวิตในพื้นที่ ม.6 บ้านโนนไผ่ ต.หัวหนอง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมแพทย์เวร รพ.บ้านไผ่ ร่วมชันสูตรศพผู้ตาย ที่เกิดพบว่าบ้านหลังดังกล่าว เป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ห้องนอนชั้นล่างของบ้าน พบร่างนางสาว กิ่งผกา อายุ 60 ปี ถูกผนังปูน บานหน้าต่างซึ่งพังถล่มลงมาทับร่างที่นอนหลับอยู่บนเตียงนอน เสียชีวิต

บิดาผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาเวลาประมาณ 22.30 น. มีลมพายุกรรโชกแรง แต่ไม่คิดว่า ผนังปูนจะพังถล่มมาทับร่างลูกสาวที่นอนหลับอยู่ โดยก่อนจะพบศพนั้น ฟ้าสว่างแล้ว ยังไม่เห็นลูกสาวตื่นนอน จึงได้เดินมาดูที่ห้องนอน ก็เห็นว่าผนังห้องนอนถล่มลงมา หลังตรวจที่เกิดเหตุ พ่อแม่ ญาติพี่น้องไม่ติดใจการตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ร่วมกับแพทย์ชันสูตรศพผู้ตาย มอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

>> “รัฐบาล” เตือนเฝ้าระวัง “โรคเมลิออยด์โดสิส” พบผู้ป่วยสะสม 732 ราย เสียชีวิต 23 ราย ย้ำกลุ่มเสี่ยงเลี่ยงสัมผัสดิน–น้ำ รีบพบแพทย์ เผยอาการ

10.00 น. น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข ติดตามสถานการณ์โรคเมลิออยด์โดสิสอย่างใกล้ชิด หลังพบแนวโน้มการระบาดยังคงน่ากังวล โดยข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 16 เม.ย.69 พบผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศ 732 ราย และมีผู้เสียชีวิต 23 ราย

ทั้งนี้ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น รายงานสถานการณ์ในเขตสุขภาพที่ 7 พบผู้ป่วยสะสม 68 ราย และเสียชีวิต 2 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบมากที่สุดคือผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยโรคเมลิออยด์โดสิสเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่พบในดินและน้ำ สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล การหายใจเอาฝุ่นดิน หรือการดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยอาการมีได้ทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง ตั้งแต่มีไข้สูง หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ไปจนถึงมีแผลบวมแดงหรือฝีหนอง ซึ่งหากเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด อาจทำให้เกิดภาวะติดเชื้อรุนแรงและเสียชีวิตได้

สำหรับกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เกษตรกร ชาวนา ผู้ที่ทำงานสัมผัสดินและน้ำ รวมถึงผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคไต ธาลัสซีเมีย และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งมีโอกาสเกิดอาการรุนแรงสูงกว่ากลุ่มอื่น ทั้งนี้ขอความร่วมมือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำโดยตรง หากจำเป็นควรสวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น รองเท้าบูทและถุงมือ และหากมีอาการไข้สูงเกิน 2 วัน หายใจเหนื่อย หรือมีแผลติดเชื้อ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง

>> ส่งศาลฝากขัง! เจ้าของร้านตัดผมโหด สากทุบหัวหนุ่มดับ "เจ้าตัวปฎิเสธข้อหาวางแผนไตร่ตรองฆ่า อ้างขอให้การชั้นศาล"

13.00 น. ความคืบหน้าคดีนายนายฐิติ หรือ ตี๋ อายุ 26 ปี ถูก นายจี (นามสมมุติ) อายุ 58 ปี เจ้าของร้านตัดผม ออกอุบายลวงให้มารับโทรศัพท์มือถือคืนที่ร้าน ก่อนช่วยกันกับภรรยาอีก 2 คน ในร้านจับมัดมือแล้วใช้สากกะเบือกระหน่ำตีศีรษะจนเสียชีวิต ก่อนจัดฉากว่าด้วยการนำมีดปลายแหลมไปยัดใส่ในมือผู้ตายแล้วอ้างว่าเป็นการต่อสู้ป้องกันตัว โดยอ้างว่านายตี๋ ผู้ตายเดินถือมีดเข้าไปในร้านเพื่อขอยืมเงิน 2 หมื่นบาท จนกระทั่งตอนมามีคลิปเสียงหลักฐานจากลูกค้าหญิงรายหนึ่งในร้านที่สามารถบันทึกคลิปเสียงนาทีเกิดเหตุเอาไว้ได้ เป็นเวลาที่นายตี๋ ผู้ตายตะโกนร้องขอความช่วยเหลือก่อนจะเสียชีวิตอย่างทรมาน

ความคืบหน้าในคดีล่าสุด วันที่ 18 เมษายน 2569 หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนาย นายจี (นามสมมุติ) อายุ 58 ปี เจ้าของร้านตัดผม ผู้วางแผนลงมือก่อเหตุฆาตกรรมนายฐิติ หรือ ตี๋ อายุ 26 ปี นำตัวมาสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรปากเกร็ด ตลอดทั้งคืนพร้อมกับ ภรรยาคนที่ 1 และ หญิงชาวลาว ซึ่งเป็นภรรยาคนที่ 2

โดยตลอดทั้งคืน นายจี (นามสมมุติ) อายุ 58 ปี ยังคงให้การปฎิเสธ พร้อมกับยืนยันว่าเป็นการป้องตัว ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายจี (นามสมมุติ) และภรรยาทั้ง 2 คน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา วางแผนไตร่ตรองเอาไว้ก่อน และข้อหาปกปิด ซ่อนเร้น อำพรางการเสียชีวิตที่แท้จริง ก่อนคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ขึ้นรถควบคุมตัวผู้ต้องหานำตัวส่งศาลจังหวัดนนทบุรีฝากขังพร้อมกับคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง โดยทั้งสามผู้ต้องหาคอตกหลังศาลจังหวัดนนทบุรีไม่ให้ประกันตัว

>> "น่าน" ลุยจับลอบเผาป่า เผาขยะ วันเดียว 22 คน ปรับสูงสุด 1,000 บาท ย้ำบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัด เผาในที่โล่งดำเนินคดีทุกราย

15.55 น. นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และชุดพิทักษ์ป่าน่าน เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดตามมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน

ล่าสุดจากการเปิดปฏิบัติการตาสับปะรด จับกุมผู้กระทำผิดเผาป่าและขยะริมทาง เพียงแค่วันเดียว เจ้าหน้าที่รวบตัวผู้ฝ่าฝืนได้ถึง 22 ราย กระจายตัวครอบคลุมเกือบทั่วทั้งจังหวัดโดยผู้ต้องหาทั้งหมดถูกตั้งข้อหาหนัก “กระทำการในระยะ 500 เมตรจากทางหลวง เป็นเหตุให้เกิดควัน” ซึ่งส่งผลกระทบต่อทัศนวิสัยและการจราจรอย่างรุนแรง

>> รถกระบะเสียหลักแหกโค้งห้วยเย็น จ.น่าน เสียชีวิต 8 ศพ

17.55 น. พ.ต.ต.สนิท ไชยวรรณ์ พนักงานสอบสวน สภ.ปัว จ.น่าน รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถกระบะเสียหลักลงข้างทาง บนทางหลวงหมายเลข 1256 ตอนปัว – อุทยานแห่งชาติดอยภูคา – บ่อเกลือ บริเวณกิโลเมตรที่ 8+700 โค้งห้วยเย็น พื้นที่รอยต่อบ้านนาแล – บ้านมอญ ต.วรนคร อ.ปัว จ.น่าน ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 14 ราย เสียชีวิต 5 ราย

ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.บูญส่ง นิกรเถื่อน ผกก.สภ.ปัว , พ.ต.ท.เดี่ยว ศรีวิชัย รอง ผกก.ป. , พ.ต.ต.นคร กันทเสน สวป. และ ร.ต.อ.สุพจน์ มิ่งปรีชา รอง สวป.สภ.ปัว สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจราจร และชุดปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยเร่งด่วน พร้อมกับทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยจาก รพ.สมเด็จพระยุพราชปัว องค์การบริหารส่วนตำบลสถาน เทศบาลตำบลปัว และเทศบาลตำบลศิลาแลง โดยในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต 5 ราย และผู้บาดเจ็บจำนวน 14 ราย จึงปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บเบื้องต้น ก่อนลำเลียงทั้งหมดนำส่ง รพ.สมเด็จพระยุพราชปัว ต่อมามีผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิตเพิ่มที่โรงพยาบาลอีก 3 ราย รวมยอดเสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวทั้งหมด 8 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างละเอียด โดยสันนิษฐานว่า อาจเกิดจากการขับขี่ด้วยความเร็วในช่วงทางโค้ง ประกอบกับสภาพถนนและทัศนวิสัย อย่างไรก็ตาม จะมีการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

>> พายุลูกเห็บถล่ม ปภ.เชียงใหม่เผย 4 อำเภอ 8 ตำบลอ่วม เร่งสำรวจความเสียหาย

18.00 น. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ โดย นายวัฒนา เดชา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ ได้รายงานเหตุฝนตกหนัก วาตภัย และลูกเห็บตกในพื้นที่ 4 อำเภอ 8 ตำบล ดังนี้

1.อำเภอไชยปราการ ต.ศรีดงเย็น ต.แม่ทะลบ ความเสียหายอยู่ระหว่างการสำรวจ

2.อำเภอฝาง ต.แม่งอน และ ต.สันทราย ความเสียหายอยู่ระหว่างการสำรวจ

3.อำเภอเชียงดาว ต.ปิงโค้ง ต.ทุ่งข้าวพวง มีต้นไม้หักล้มในหลายเส้นทาง และบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย และ

4.อำเภอแม่อาย ต.แม่สาว และ ต.ท่าตอน ความเสียหายอยู่ระหว่างการสำรวจ ทั้งนี้ ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

ขณะเดียวกันในช่วงเวลา 17.30 น บนดอยอ่างขาง ต.แม่งอน และ ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ มีพายุลูกเห็บตกลงมาอย่างหนัก ที่หมู่บ้านหลวง หมู่บ้านคุ้ม หมู่บ้านปางม้า หมู่บ้านขอบด้ง หมู่บ้านนอแล ซึ่งเป็นพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,300 เมตร และมีอากาศเย็น ส่งผลให้ในพื้นที่ดังกล่าวหากมองจากที่สูงจะพบว่าขาวโพลนไปด้วยลูกเห็บ คล้ายหิมะตกลงมา เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนความเสียหายต่อบ้านเรือน พืช ผลไม้ และปศุสัตว์ ว่าที่ร้อยตรี นพรัตน์ ศุภกิจโกศล นายอำเภอฝาง ได้สั่งให้ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปท. ร่วมสำรวจและหาทางช่วยเหลือแล้ว

>> ล่าวินเถื่อน รัดคอชิงทรัพย์ผู้โดยสารสาว ก่อนฉกเงินสดหนี

18.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุคนร้ายในคราบผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ก่อเหตุชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกายผู้โดยสารหญิง บริเวณถนนทางหลวงชนบทหมายเลข อย.2045 ด้านหลังสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ต.ธนู อ.อุทัย จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจ ชุดสืบสวน และประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์เข้าช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บเป็นหญิง ทราบชื่อ “น.ส.เอ” อายุ 39 ปี (นามสมมุติ ) อยู่ในอาการตกใจอย่างหนัก ร้องไห้ตลอดเวลา มีบาดแผลรอยช้ำแดงที่แขนทั้งสองข้างและบริเวณลำคอ เจ้าหน้าที่จึงปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลราชธานี โดยผู้เสียหายเดินทางไปสมัครงานภายในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ และกำลังจะกลับบ้าน จึงโบกรถจักรยานยนต์รับจ้างให้ไปส่งบริเวณห้างสรรพสินค้าริมถนนสายเอเชีย คนขับใช้เส้นทางด้านหลังสวนอุตสาหกรรมมุ่งหน้าออกถนนสายเอเชีย เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ คนขับอ้างว่าน้ำมันใกล้หมด ขอจอดรถตรวจสอบ เปิดเบาะดูถังน้ำมัน ระหว่างที่ผู้เสียหายยืนรอและเผลอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู คนร้ายได้ใช้แขนเสื้อรัดลำคอ ผู้เสียหายพยายามดิ้นต่อสู้และร้องขอความช่วยเหลือ แต่คนร้ายได้รื้อค้นกระเป๋าและชิงเงินสดไป 300 บาท ก่อนขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อุทัย ได้เร่งประสานชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามตัวคนร้าย พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

>> พบร่างสาวสองตกคอนโดหรู ย่านเกษตร-นวมินทร์ เสียชีวิตปริศนา

20.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน รับแจ้งเหตุมีคนตกตึกเสียชีวิต บริเวณคอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่ง ย่านเกษตร-นวมินทร์ ถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 30 ปี ลักษณะเป็นสาวประเภทสอง เนื่องจากพบการศัลยกรรมเสริมหน้าอก

ตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่ทราบข้อมูลว่าผู้เสียชีวิตตกจากห้องใดและชั้นใด ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์แจ้งว่า ขณะเดินออกมาสูบบุหรี่ที่ด้านล่างคอนโดมิเนียม พบเห็นร่างคนนอนอยู่ข้างคอนโด ลักษณะศีรษะและขาผิดรูป มีร่องรอยบาดแผล จึงแจ้งหน้าที่กู้ภัยร่วมกตัญญูให้เข้ามาช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่าไม่มีชีพจรแล้ว ตรวจสอบในตัวผู้เสียชีวิตไม่มีเอกสารทางราชการหรือเอกสารการยืนยันบุคคลติดตัวแต่อย่างใด ชุดสืบสวน สน.พหลโยธิน อยู่ระหว่างการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ประสานแพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ ดำเนินชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุชีวิตที่แน่ชัดต่อไป

>> เพลิงไหม้บ้านย่านอุดมสุข หลังเพลิงสงบพบผู้เสียชีวิต 2 ศพ

วันที่ 19 เมษายน 2569 เวลา 02.45 น. ศูนย์วิทยุพระราม 199 รายงานเหตุเพลิงไหม้ โดยได้รับแจ้งจากสายด่วน 199 เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ตรงข้ามซอยอุดมสุข 33 ถนนอุดมสุข แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กทม. เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยสุขุมวิทเดินทางไปที่เกิด

เจ้าหน้าที่เดินทางถึงที่เกิดเหตุ พบว่าลักษณะที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮ้าส์ เพลิงกำลังลุกไหม้ เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 ราย มีอาการถูกไฟคลอกบริเวณลำตัว เร่งให้การช่วยเหลือ โดยเจ้าหน้าที่ใช้น้ำทำการดับ สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เมื่อเวลา 03.23 น. ตรวจสอบเบื้องต้นพบผู้เสียชีวิต 2 ศพ รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างตรวจสอบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...