โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดเกณฑ์ใหม่คุมโรงแรมเล็ก ต่อชีวิตผู้ประกอบการ 4 หมื่นแห่ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 ก.ค. 2565 เวลา 12.58 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2565 เวลา 12.58 น.

ประชาพิจารณ์ยกร่างกฎหมายใหม่ยกเว้นโรงแรมขนาดเล็กไม่เกิน 10 ห้อง ไม่เกิน 30 เตียง ไม่เข้าข่ายโรงแรม ผ่อนปรนธุรกิจแพ เต็นท์ กระโจม เพิงเป็นสถานที่พักที่มีรูปแบบพิเศษ ให้ประกอบกิจการโรงแรมได้ ด้านผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็ก เสนอควรกำหนดที่ 20 ห้อง ไม่เกิน 40 เตียง หวั่นผ่านเกณฑ์เพียง 10%

กรณีที่โรงแรมขนาดเล็กประมาณ 40,000 แห่งทั่วประเทศ ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม ตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2551 ดังนั้นทางกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จึงได้แก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. 2551 ขึ้น

โดยยกร่างกฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. …ฉบับใหม่ขึ้นมา เพื่อให้สถานที่พักขนาดเล็กบางส่วนจัดเป็นสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมให้เกิดความเหมาะสม และกำหนดหลักเกณฑ์ความปลอดภัยในห้องพัก และกำหนดมาตรฐานของสถานที่พักที่มีรูปแบบพิเศษ

เช่น โฮลเทล แพ เต็นท์ กระโจม เพิง หรืออาคารอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน และห้องพักที่ให้บริการแบบห้องพักรวมโดยคิดค่าบริการรายคน ให้สามารถนำมาประกอบกิจการโรงแรมได้อย่างถูกกฎหมาย และได้เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างกฎกระทรวงดังกล่าวทางออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 1-15 กรกฎาคม 2565

โดยสาระสำคัญพอสรุปได้ว่า ข้อ 1ให้สถานที่พักที่มีจำนวนห้องพักในอาคารเดียวกันหรือหลายอาคารวมกันไม่เกิน 10 ห้อง และมีจำนวนผู้พักรวมกันทั้งหมดไม่เกิน 30 คน ไม่ถูกกำหนดเป็นโรงแรม ขณะที่กฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2551 ระบุไม่เกิน 4 ห้อง และมีจำนวนผู้พักรวมกันไม่เกิน 20 คน

ข้อ 2 แก้ไขเพิ่มเติมโรงแรมประเภท 1 โรงแรมที่ให้บริการเฉพาะห้องพัก และให้มีห้องพักไม่เกิน 50 ห้อง จากเดิมไม่มีการกำหนด นอกจากนี้ เพิ่มเติม กิจการแพ สิ่งปลูกสร้างลอยน้ำ ต้องจัดให้มีเสื้อชูชีพเท่าจำนวนผู้พักของแต่ละห้องพัก

เพื่อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับผู้พัก, จัดให้มีแสงสว่างเพียงพอ, หากมีการประกอบอาหาร และให้บริการอาหารบนแพ ต้องมีถังดับเพลิง มีถังเก็บเศษอาหาร ส่วนเต็นท์ กระโจม เพิง ต้องมีแสงสว่างเพียงพอในห้องพักและทางเดิน

ข้อ 5 เพิ่มเติมว่า โรงแรมประเภท 1 และประเภท 2 ต้องจัดให้มีห้องน้ำ และห้องส้วมอย่างเพียงพอสำหรับผู้พัก, ต้องมีเลขประจำเตียงกำกับไว้ทุกเตียง, ห้องพักที่เป็นเต็นท์ กระโจม เพิง ต้องจัดอุปกรณ์ที่ล็อกห้องพักจากภายในและภายนอก เพื่อให้มีมาตรฐานความปลอดภัย

ข้อ 9 แก้ไขเพิ่มเติมแพ สิ่งปลูกสร้างลอยน้ำ ต้องมีหลักฐานแสดงว่า ได้รับอนุญาตให้ใช้อาคารสถานที่เป็นโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทยหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ร่างกฎกระทรวงได้ยกเลิกข้อกำหนดข้อ 18 ที่ระบุว่า โรงแรมประเภท 1 และข้อ 19 ที่ระบุว่า โรงแรมประเภท 2 ต้องมีห้องพักไม่เกิน 50 ห้อง ห้องพักทุกห้องต้องมีพื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า 8 ตารางเมตร ไม่รวมห้องน้ำ ห้องส้วม และระเบียงห้องพัก และมีห้องน้ำและห้องส้วมที่ถูกสุขลักษณะอย่างเพียงพอสำหรับผู้พัก

ข้อ 20 โรงแรมประเภท 3 และประเภท 4 เดิมกำหนดให้ห้องพักทุกห้องต้องมีพื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า 14 ตร.ม. ไม่รวมห้องน้ำ ห้องส้วม และระเบียงห้องพัก และมีห้องน้ำ ห้องส้วมที่ถูกสุขลักษณะในห้องพักทุกห้อง แก้ไขเพิ่มเติมเป็น กรณีมีห้องพักไม่เกิน 80 ห้อง ให้มีสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ โรงแรมที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อนุญาตให้ตั้งสถานบริการได้ทุกประเภท ส่วนโรงแรมนอกเขตพื้นที่ให้ตั้งสถานบริการได้ตามมาตรา 3(5) แห่ง พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ. 2509 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.สถานบริการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2546

ชงแยกกฎหมายคุมโรงแรมเล็ก

นายมโนสิทธิ์ แจ้งจบ นายกก่อตั้งสมาคมที่พักบูติกจังหวัดภูเก็ต เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างกฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรมฉบับใหม่ทางสมาคมที่พักบูติกจังหวัดภูเก็ตได้เข้าประชุมร่วมกับทางสมาคมฯและภาคีต่าง ๆ

ประกอบด้วยสมาคมธุรกิจการค้าที่พักบูติกไทย, กลุ่มล่ามช้างจังหวัดเชียงใหม่, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ชลบุรี, สมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ด จ.ระยอง, สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่, สมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร, สมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา,

ผู้ประกอบการจังหวัดสตูล ชมรมธุรกิจโฮสเทลแห่งประเทศไทยได้ตกลงตอบแบบแสดงความคิดเห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่สามารถออกกฎกระทรวงฉบับนี้ได้จริงและรวดเร็วที่สุด

กรณีที่กำหนดให้สถานที่พักที่มีจำนวนห้องพักในอาคารเดียวกันหรือหลายอาคารรวมกันไม่เกิน 10 ห้อง และมีจำนวนผู้พักรวมกันทั้งหมดไม่เกิน 30 คนนั้น ความเห็นออกมา 2 ลักษณะ ความเห็นแรกคิดว่า ควรกำหนดที่ 20 ห้อง ไม่เกิน 40 คน

เพื่อให้สอดรับกับความเป็นจริงของต้นทุนในการดำเนินการและเพิ่มโอกาสเพื่อการส่งกิจการต่อสู่ทายาทรุ่นต่อไป และสอดคล้องกับคำวินิจฉัยพร้อมข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน ขณะที่อีกส่วนเห็นควรกำหนดที่ 29 ห้อง เพื่อให้สอดคล้องกับเพดานสูงสุดของกิจการที่พักขนาดเล็ก ตามเกณฑ์มาตรฐาน IEE ที่มีการประกาศใช้ในบางพื้นที่

“ในส่วนตัวเห็นว่าการกำหนดเช่นนี้จะมีโรงแรมขนาดเล็กผ่านเกณฑ์แค่ 10% เท่านั้น” นายมโนสิทธิ์กล่าวและว่า

กรณีโรงแรมที่มีลักษณะเป็นแพ สิ่งปลูกสร้างลอยน้ำ เห็นควรระบุเรื่องถังเก็บเศษอาหารเป็นสัดส่วนไปเลย และไม่ต้องระบุจำนวนถัง เช่น ขนาดถังไม่น้อยกว่า 40 ลิตร ต่อ 15 คน

กรณีที่กำหนดให้ ห้องพักที่ให้บริการแบบห้องพักรวมตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร โดยคิดค่าบริการเป็นรายคนต้องจัดให้มีเลขที่ประจำเตียงกำกับไว้ทุกเตียงเป็นเลขอารบิก เห็นควรระบุข้อกำหนดว่า บังคับใช้สำหรับห้องพักที่มีจำนวนเตียงมากกว่า 4 เตียงขึ้นไปต่อห้องประกอบไปด้วย

กรณีที่กำหนดให้ โรงแรมประเภท 3 และประเภท 4 ห้ามมีสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ เว้นแต่ (ก) โรงแรมที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ สามารถตั้งสถานบริการได้ทุกประเภท หรือ (ข) โรงแรมที่ตั้งอยู่นอกเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ หรือตั้งอยู่ในท้องที่งดอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ

สามารถตั้งได้เฉพาะสถานบริการตามมาตรา 3 (5) แห่งพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสถานบริการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2546 ที่ประชุมไม่เห็นด้วย และเห็นควรให้สถานที่พักที่เป็นโรงแรมทุกประเภทสามารถมีสถานบริการได้เท่าเทียมกัน เพื่อรองรับรูปแบบการท่องเที่ยวในอนาคต

ที่ประชุมเห็นควรมีการกำหนดกฎกระทรวงสำหรับสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมแยกจากกฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. 2551 เป็นอีกฉบับหนึ่ง

ร้องโรงแรมไม่ควรมี 2 มาตรฐาน

นางละเอียด บุ้งศรีทอง ที่ปรึกษานายกสมาคมโรงแรมไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธุรกิจโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่ช่วงก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 มีจำนวนกว่า 3,000 แห่ง โดยพบว่ามีโรงแรมที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมอย่างถูกต้องไม่ถึง 600 แห่ง ทั้งนี้ โรงแรมทั้ง 3,000 แห่งดังกล่าวอยู่ในระบบแพลตฟอร์มการขายห้องพักออนไลน์ OTA

ซึ่งมีทั้งโรงแรมขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็กจำนวนราว 2,400 แห่ง ที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม โดยในจำนวนนี้มีโรงแรมขนาดเล็กที่ดัดแปลงอาคารเดิมที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจโรงแรมตั้งแต่แรก แต่มาดัดแปลงอาคาร ห้องพัก เพื่อให้บริการในรูปแบบโรงแรมในภายหลัง อาทิ อพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนียม บ้านแนวราบ รวมถึงโฮสเทล เป็นต้น

ธุรกิจโรงแรมที่ดัดแปลงอาคารเพื่อให้บริการในรูปแบบของโรงแรม โดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม ควรต้องเข้าสู่ระบบกฎหมายเดียวกันที่มีอยู่ปัจจุบันคือ พ.ร.บ.โรงแรม เพื่อให้บริการเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ โดยเฉพาะมาตรฐานเรื่องโซนนิ่งและความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ทั้งนี้ หากมีกฎหมายที่เอื้อเฉพาะสำหรับโรงแรมในรูปแบบนี้ให้สามารถประกอบธุรกิจโรงแรมได้ ก็จะส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่สูงขึ้น โดยเฉพาะการแข่งขันเรื่องราคา เนื่องจากโรงแรมขนาดเล็กที่ดัดแปลงอาคารเพื่อทำธุรกิจโรงแรม มีต้นทุนที่ถูกกว่าโรงแรมที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม

รวมถึงอาจมีต้นทุนที่ถูกกว่าโรงแรมที่มีวัตถุประสงค์ต้องการทำธุรกิจโรงแรมแต่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม ดังนั้นธุรกิจบริการห้องพักในรูปแบบโรงแรมทุกแห่ง ควรอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน เพื่อให้มีมาตรฐานความปลอดภัย และไม่ให้เกิดสองมาตรฐานในการทำธุรกิจโรงแรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...