“K-CHANGE-A(A)” ลุยหุ้น “ผลกระทบเชิงบวกกับโลก”... เพราะการลงทุนมีมากกว่าเรื่องของ “ผลตอบแทน” !!!
กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns)ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “กองหุ้นโลก” (Global Equity) ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนหุ้นทั่วโลกที่ส่งผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) กับโลก โดยมีผลงานที่โดดเด่นย้อนหลัง 3 ปี เฉลี่ย +15.95% ต่อปี
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ทำการหยิบยก “กองทุนหุ้นโลก” ที่น่าสนใจและมีการปรับการลงทุนให้เข้ากับกระแสโลกอยู่ตลอดเวลามาแบ่งปันให้แก่ผู้ลงทุนและผู้อ่านกัน
“Positive Impact”…อีกหนึ่ง “Mega Trend” ในจักรวาลการลงทุน
ในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลกอยู่ทุกวันไม่ว่าจะมีในรูปแบบมากน้อยเพียงใด จึงเป็นสิ่งที่คอยขับเคลื่อนพฤติกรรมของคนให้เกิดสิ่งใหม่ขึ้น
ไม่เว้นแม้ในภาค “การลงทุน” ที่ในช่วงที่ผ่านมามีธีมการลงทุนใหม่ให้เกิดขึ้นตามกระแสหรือเท่าทันกับเหตุการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
แต่การปรับพอร์ตการลงทุนให้ไล่ตามกระแสธีมลงทุนใหม่ๆ สำหรับนักลงทุน ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายหรือจะให้ปรับการลงทุนที่รวดเร็วก็เป็นไปได้ยาก กองทุนในธีม “Positive Impact” ที่ได้ทั้งโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีพร้อมกับดูแลโลกไปพร้อมๆ กันจึงเป็นทางเลือกที่ง่ายกว่า
“K-CHANGE-A(A)” สร้างผลกระทบเชิงลวกกับโลก…พร้อมโชว์ผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปี สุดสวย +15.95% ต่อปี
โดยกองทุนนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิดเค พอสซิทีฟ เชนจ์ หุ้นทุน-Aชนิดสะสมมูลค่า” หรือ “K-CHANGE-A(A)” หนึ่งในกองทุนภายใต้การบริการจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด’ และด้วยผลการดำเนินงานที่โดดเด่นนี้เอง ก็ทำให้ได้ยอมรับจาก “มอร์นิ่งสตาร์” จัดอันดับให้เป็น “กองทุน 5 ดาว”
ซึ่งกองดังกล่าวเป็นกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศที่จะเน้นลงทุนกลุ่มหุ้นทั่วโลก ผ่านหน่วยลงทุนกองทุนต่างประเทศเพียงกองทุนเดียวหรือเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ ที่ได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นมาในวันที่ 16 พฤษภาคม 62 จนถึงปัจจุบัน(ณ วันที่ 16 สิงหาคม 65) มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 12,101,055,693 บาทและมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 19.03 บาทต่อหน่วย
โดยกองทุนหลัก ได้แก่ กองทุน ‘Baillie Gifford Positive Change Fund - Class B accumulation (GBP)’ และจะมีการปิดความเสี่ยงให้แก่ผู้ลงทุนจะมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 75% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
“ส่วนนโยบายลงทุนกองหลักจะลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกซึ่งเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือมีพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ต่อสังคมโดยรวม หรือสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ เช่น การศึกษา ความเท่าเทียมทางสังคม คุณภาพของระบบการดูแลสุขภาพ และด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น โดยมีการลงทุนแบบกระจุกตัวในหุ้นของบริษัททั่วโลกประมาณ 25-50 หุ้น”
หน้าตาพอร์ต…สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของ ‘กอง K-CHANGE-A(A)’ มีบุคลิกสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นหลัก
โดยภูมิภาคที่กองทุนหลักมีการจัดสรรเงินลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก (ณ วันที่ 31 ก.ค. 22) ได้แก่
1. North America 31%
2. Europe (ex UK) 69%
3. Emerging Markets 59%
4. Developed Asia Pacific 94%
5. UK 79%
“ในแง่ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกอง K-CHANGE-A(A) ตั้งแต่จัดตั้งนั้นเฉลี่ยอยู่ที่ 16.01%ต่อปี(ดัชนีชี้วัด 10.27% ต่อปี) ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 24.55%ต่อปี(ดัชนีชี้วัด 18.47% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5ปีกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -40.68%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ ‘ครั้งแรก’ และ ‘ครั้งถัดไป’ เพียง 500 บาท เท่านั้น
สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุนใน K-CHANGE-A(A) กองทุนได้มีเงื่อนไขหรือมูลค่าขั้นต่ำของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” จะอยู่ที่ 500บาทส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนจะอยู่ที่ 500บาทเช่นเดียวกัน ขณะที่ยอดคงเหลือขั้นต่ำจะอยู่ที่ 50บาท สำหรับระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนคือ 4วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+4)
ส่วนช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านรูปแบบออฟไลน์อย่างธนาคารกสิกรไทยและผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่นที่บริษัทได้แต่งตั้งขึ้น ส่วนช่องทางออนไลน์สามารถเปิดบัญชีและซื้อขายได้ผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง K-My Funds, K-Cyber และ K PLUS
“การลงทุนตาม ‘ธีมกระแสโลก’ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้พอร์ตการลงทุนสร้างผลตอบแทนเกิดเป็นศักยภาพสูงสุด แม้ว่าอาจจะยังไม่เห็นผลในระยะสั้นแต่ในระยะยาวก็ช่วยผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นเพราะเป็นหนึ่งใน Mega Trend ของโลก ที่ทุกประเทศทั่วโลกต่างให้การสนับสนุนอย่างจริงจังนั่นเอง”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน