โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

วิธีการเก็บเงินล้านให้ได้ภายใน 5 ปี

Checkraka

เผยแพร่ 23 ส.ค. 2565 เวลา 03.07 น. • เช็คราคา.คอม

การมีเงินล้านแรก คงเป็นความฝันของใครหลายๆ คน ยิ่งอยู่ในยุคที่คนรอบข้าง และคนที่เราเห็นใน Social Media ประสบความสำเร็จกันเร็วขึ้น มีบ้าน มีรถตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกดดันตัวเอง แต่ความกดดันนี้ ใช่ว่าจะส่งผลร้ายเสมอไป หากเราสามารถเปลี่ยนความกดดันมาเป็นแรงผลักดัน จะมีส่วนช่วยให้เราทำตามเป้าหมายให้สำเร็จ แต่ละคนคงมีเป้าหมายในชีวิตที่แตกต่างกันไป บางคนอยากได้บ้าน บางคนอยากได้รถ บางคนอยากเป็นเจ้าของแบรนด์เนมสักชิ้น บางคนอยากไปท่องเที่ยว บางคนยังไม่มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน เพียงแค่อยากเก็บเงินไปเรื่อยๆ บางคนอยากมีเงินล้าน บทความนี้จะมาแนะนำวิธีเก็บเงินล้านให้ได้ภายใน 5 ปี จะต้องทำอย่างไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบ

รู้เงินที่ออมได้ต่อเดือน อย่างแรกที่สำคัญที่สุด คือ รู้ว่าในตอนนี้เราออมเงินได้ต่อเดือนเท่าไหร่ สำหรับใครที่ออมเงินเป็นประจำอยู่แล้ว สามารถข้ามไปอ่านข้อถัดไปได้เลย แต่สำหรับใครที่กำลังเริ่มต้นอยากเก็บเงิน ทำได้ง่ายๆ 2 ทาง คือ

  • กำหนดเปอร์เซ็นต์ออมเงินจากรายได้ เช่น 5% 10% 20% หากเรามีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน ประเมินจากสถานการณ์การเงินของตัวเองแล้วว่าสามารถออมเงินได้ 20% ของรายได้ เท่ากับออมเงินได้ที่ 6,000 บาทต่อเดือน
  • สำรวจรายจ่ายของตัวเอง เพื่อให้รู้กำลังในการออมของเราในแต่ละเดือน รู้ว่าขาดเหลือเท่าไหร่ เพื่อให้ถึงเป้าหมาย หลังจากรู้แล้วว่าเรามีเงินที่ออมได้ต่อเดือนเท่าไหร่ มาดูกันต่อว่าการจะมีเงินล้านภายใน 5 ปี จะต้องเก็บเงินเดือนละเท่าไหร่ และเรายังขาดเหลืออีกเท่าไหร่ เพื่อให้ถึงเป้าหมายนั้น

จากตารางด้านบน แสดงให้เห็นว่าการลงทุนในแต่ละสินทรัพย์ ให้ผลตอบแทนที่คาดหวังแตกต่างกันไป หากเรารับความเสี่ยงได้สูง การลงทุนในกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศทำให้ลดแรงในการเก็บเงินได้มากกว่าสินทรัพย์อื่นที่เสี่ยงต่ำกว่า แต่แน่นอนว่าสิ่งที่แลกมาคือโอกาสในการขาดทุนที่มีมากกว่าด้วยเช่นกัน

จากตารางด้านบนจะเห็นว่าการที่เรามีเงินตั้งต้นบางส่วน ช่วยลดจำนวนเงินที่ต้องออมลงได้ ทำให้เราไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น และจากตัวอย่างในข้อแรก หากเรามีรายได้ 30,000 บาท ออมเงินได้ 6,000 บาท และรับความเสี่ยงได้สูง

  • กรณีไม่มีเงินออมตั้งต้น จะต้องออมเพิ่ม 13,650 - 6,000 = 7,650 บาท
  • กรณีมีเงินตั้งต้น 50,000 บาท จะต้องออมเพิ่ม 12,551 - 6,000 = 6,551 บาท
  • กรณีมีเงินตั้งต้น 100,000 บาท จะต้องออมเพิ่ม 11,451 - 6,000 = 5,451 บาทรู้ว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้ถึงเป้าหมาย เมื่อรู้แล้วว่าเรายังขาดเหลืออีกเท่าไหร่ สิ่งถัดมา คือ รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป การจะมีเงินออมเพิ่มได้ มาได้จาก 3 ทางหลักๆ
  • ลดรายจ่ายไม่จำเป็น : ลองสำรวจรายจ่ายแบบละเอียด ว่ามีรายจ่ายส่วนไหนที่สามารถลดทอนออกไปได้ เพื่อนำมาเก็บเพิ่มเติมสำหรับเป้าหมายนี้ แต่การจะลดรายจ่าย 5,400-7,600 บาท ไม่ใช่เรื่องง่าย สามารถทำควบคู่กับทางที่ 2 และ 3 ได้
  • เพิ่มรายได้หลัก : เมื่อการลดจ่ายได้หลายๆ พันเป็นไปได้ยาก ลองกลับมาทบทวนดูว่าที่ทำงานของเราให้โอกาสในการเพิ่มรายได้มากน้อยแค่ไหน หากใครได้อยู่ในที่ทำงานที่เพิ่มฐานเงินเดือนให้จาก performance เป็นหลัก เราก็สามารถพัฒนาตัวเองเพื่อให้เป็น top performer และนำเงินที่ได้ปรับฐานมาเก็บเพิ่มได้ แต่ใครที่อยู่ในที่ทำงานที่มีกรอบการขึ้นเงินเดือนที่ชัดเจน และถูกกำหนดไว้แล้ว ทางนี้อาจจะไม่ง่ายมากนัก
  • หารายได้เสริม : เมื่อการลดรายได้ และการเพิ่มรายได้หลักไม่ได้ง่ายสำหรับเรา การหารายได้เสริมจากสิ่งที่เราชอบเป็นอีกหนทางที่ทำให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้น รู้ข้อจำกัดและความยืดหยุ่นของเรา วิถีการใช้ชีวิต และข้อจำกัดของแต่ละคนแตกต่างกัน เพื่อเป้าหมายเงินล้านภายใน 5 ปีนั้น ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถลดรายจ่ายได้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีช่องทางในการเพิ่มรายได้หลักได้ และไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสและเวลาในการหารายได้เสริม การที่มีเป้าหมายแล้วอยากไปให้ถึงเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าการโฟกัสเพียงแต่เป้าหมายอย่างเดียว แล้วทำให้การใช้ชีวิตของเราไม่ยืดหยุ่น ต้องจำกัดงบในการใช้จ่าย ต้องหาลู่ทางในการเพิ่มรายได้ ถ้าการทำสิ่งเหล่านี้ ทำให้เราเครียด กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เป้าหมายนี้อาจมีเพื่อทำร้ายเราแทน ดังนั้นถ้าเงินล้านภายใน 5 ปี ทำได้ยากเกินไป สามารถลดจำนวนเงิน จาก 1 ล้านบาท เป็น 5 แสนบาท หรือ เพิ่มจำนวนปี จาก 5 ปี เป็น 10 ปี เพื่อให้เราสามารถใช้ชีวิตได้ยืดหยุ่น และมีความสุขในแต่ละวันมากขึ้น ณ วันนี้ที่เพิ่งเป็นการเริ่มต้น คงยังไม่สามารถด่วนสรุปได้ ว่าเป้าหมายการเก็บเงินล้านภายใน 5 ปี จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่ในวันนี้ที่ทุกคนมีเป้าหมายกับตัวเอง ล้วนเป็นสิ่งที่ดีทั้งนั้น แต่นอกจากจะต้องคอยหมั่นทบทวนพอร์ตการลงทุนของเรา อย่าลืมที่จะทบทวนความสุขของตัวเองระหว่างทางด้วย ว่ามีเพิ่มขึ้น เท่าเดิม หรือกำลังลดลง เพื่อให้เรายังมีกำลังใจในการเก็บเงินได้อย่างต่อเนื่อง และมีอิสรภาพการเงินในอนาคต
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...