โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

CHG กลับสู่ธีมลูกค้าในประเทศปี 65 โบรกฯ หั่นเป้าใหม่ที่ 3.90

ทันหุ้น

อัพเดต 22 พ.ย. 2564 เวลา 03.08 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2564 เวลา 03.08 น.

ทันหุ้น - บล.กสิกรไทย จำกัด ส่องหุ้น บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHG ปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” จาก “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ที่ 3.90 บาท (ลดจากเดิมที่ 4.50 บาท) จากสมมติฐานอัตรากำไรที่ลดลงและ SG&A ที่สูงขึ้น CHG ดูเหมือนจะเข้าสู่วงจรการลงทุนอีกครั้ง แม้ฝ่ายวิจัยคาดว่าผลกระทบจากการเปิดรพ. ใหม่ 2 แห่ง ในช่วงปลายปี 2565-66 จะลดลง โดยหุ้น CHG ซื้อขายที่ -1SD น่าจะสะท้อนการเติบโตของกำไรที่อ่อนแอแล้ว ขณะที่ปัจจัยบวกต่อราคาหุ้นคือยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่กลับมาขาขึ้นและโครงการใหม่ 

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4/2564 และปี 2565 จากการประชุมนักวิเคราะห์ ผู้บริหารเห็นความต้องการการรักษาโรคโควิด-19 ในไตรมาส 4/2564 ที่มากกว่าคาด แม้ตัวเลขจะเริ่มลดลงก็ตาม โดยทาง CHG ยังไม่มีการปิดโรงแรมที่ใช้รักษาโควิด (hospitel) เลย เนื่องจากผู้บริหารกังวลว่าการระบาดอาจกลับมาอีกครั้งหลังปีใหม่ ขณะที่ผู้บริหารมองเห็นโมเมนตัมที่ดี่จากคนไข้ปกติทั้งแบบจ่ายเงินสดและภายใต้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) โดยเฉพาะความต้องการผ่าตัด ในปี 2565 การเติบโตของรายได้จะได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของจำวนผู้ป่วยปกติ รายได้เต็มปีของศูนย์หัวใจ/ธุรกิจการบริหารโรงพยาบาล และการกลับมาของผู้ป่วยต่างชาติ/เด็กรวมถึงวัคซีนทางเลือก

จะเปิดโรงพยาบาลแบบสร้างใหม่ 2 แห่งในปี พ.ศ. 2565-66 ฝ่ายวิจัยคาดว่าโรงพยาบาลมะเร็งจะถูกเปิดตัวในไตรมาส 4/2565 และโรงพยาบาลแม่สอดในไตรมาส 3/2566 เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ในปี 2567 อย่างไรก็ตาม คาดว่าแรงกดดันต่อกำไรสุทธิของ CHG ในปี 2565-66 จะน้อยกว่าในปี 2561-62 ที่มีการเปิดโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 304 อินเตอร์ และโรงพยาบาลรวมแพทย์ฉะเชิงเทรา (RPC) ซึ่งมีขนาดการลงทุนใกล้เคียงกัน 

ประการแรก ฐานกำไรสุทธิของ CHG น่าจะอยู่ที่ 1 พันลบ. ในปี 2565-66 เทียบกับ 600-700 ลบ. ในปี 2561-62 ประการที่สอง คาดว่า รพ. มะเร็งน่าจะถึงจุดคุ้มทุนอย่างรวดเร็วเนื่องจากเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทาง ใช้พนักงานน้อยกว่าโรงพยาบาลทั่วไป นอกจากนี้ ยังสามารถใช้สิ่งอำนวยความสะดวกและให้บริการผู้ป่วยโรคมะเร็งของจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ ซึ่งตั้งอยู่ติดกัน ทั้งนี้ หากไม่รวมรายได้วัคซีนทางเลือกในปี 2565 กาไรปกติน่าจะเติบโต 7% ในปี 2566 แทนที่จะเป็น 1% เทียบกับการเติบโตของกำไรปกติ 12% ในปี 2561 และ 6% ในปี 2562

ซื้อขายอิงวิธี PER ล่วงหน้า ที่ -1SD ซึ่งเป็นแนวรับแข็งแกร่ง ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา CHG ซื้อขายที่ระดับ -1SD 2 ครั้ง ครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2561 ถึงต้นปี 2562 เมื่อ CHG รายงานอัตรากำไรที่ลดลงหลังเปิดตัวโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 304 อินเตอร์ในไตรมาส 3/2561 รวมถึงข่าวเชิงลบที่ยาถูกจัดเป็นสินค้าควบคุม ส่วนครั้งที่สองเกิดจากการเริ่มต้นการระบาดของโควิด-19 ในเดือน กพ. 2563 ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันของ CHG ซื้อขายที่ -1SD อีกครั้ง ซึ่งน่าจะเป็นผลจากความกังวลของตลาดเกี่ยวกับรายได้จากโควิด-19 ที่ลดลง

ปรับประมาณการกำไรปกติขึ้น 42% ในปี 2564 เพื่อสะท้อนผลประกอบการไตรมาส 3/2564 ที่ดีกว่าคาดและความต้องการรักษาโควิด-19 ในไตรมาส 4/2564 ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ปรับลดประมาณการกำไรปกติลง 9% และ 16% ในปี 2565-66 จากสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่สูงขึ้น ทั้งนี้ ปรับลดประมาณการรายได้เดี่ยวกับโควิด-19 และวัคซีนทางเลือกลง แต่ปรับเพิ่มรายได้ปกติจากโรงพยาบาลมะเร็งและโรงพยาบาลแม่สอดและการขยายจำนวนเตียงที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 304 อินเตอร์และโรงพยาบาลรวมแพทย์ฉะเชิงเทรา ซึ่งส่งผลให้ฝ่ายวิจัยต้องมีการปรับเพิ่มสมมติฐานต้นทุนและ SG&A สูงขึ้น

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยไม่ได้รวมแผนการขยายจำนวนเตียงที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ โรงพยาบาลระยอง หรือโรงพยาบาลแพรกษาในแผน 5 ปีของ CHG เนื่องจากผูบ้ ริหารยังไม่มั่นใจในช่วงเวลา คาดกำไรปกติจะเติบโต 368% ในปี 2564 ก่อนจะลดลง 63% ในปี 2565 จากนั้นจะเติบโต 1% ในปี 2566

ประเมินมูลค่าหุ้น CHG ด้วยวิธี DCF อิง WACC ที่ 6.6% ราคาเป้าหมายอิงวิธี DCF ปี 2565 ของฝ่ายวิจัยที่ 3.90 บาท สะท้อน PER ปี 2565 ที่ 37.1 เท่า และ 36.6 เท่า ในปี 2566 หรือเท่ากับ +1SD (38.5 เท่า) และค่าเฉลยี่ 7 ปีของ CHG (33.5 เท่า) และสะท้อนอัตราผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ที่ 4.6% ในปี 2564

ปรับลดคำแนะนา CHG จาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” เนื่องจากไม่เห็นปัจจัยบวกต่อราคาหุ้นในระยะสั้น ขณะที่ราคาหุ้นซื้อขายที่แนวรับที่แข็งแกร่ง อัตราการฉีดวัคซีนและการพัฒนายารักษาโควิด-19 ที่เร็วกว่าคาด จะจากัดความต้องการการรักษาผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 อีกทั้งสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติที่ต่ำกว่า 5% ทำให้รายได้ของ CHG ส่วนใหญ่ขึ้นกับความต้องการของลูกค้าในประเทศ ซึ่ง รพ. มีแผนขยายเตียงเพิ่มในปี 2565-69 และมองหาแหล่งรายได้ใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญและที่ตั้งที่มียุทธศาสตร์ upside risk คือการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่และมีการลงนามในสัญญาบริการใหม่ๆ ส่วน downside risk คือ การฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ไว้ และการควบคุมต้นทุนมีประสิทธิภาพลดลง 

อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิก
https://qrgo.page.link/US6SAAPP ทันหุ้น IOS คลิก https://qrgo.page.link/QJKT7LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNATELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_newsTwitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...