โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จี้รัฐหนุนเชื่อม "ไฮสปีดจีน-ลาว" ดัน "หนองคาย" สู่ Hub อาเซียน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 พ.ย. 2564 เวลา 01.50 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2564 เวลา 01.45 น.

เมื่อเร็ว ๆ นี้สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง ร่วมกับ บมจ. ธนาคารกสิกรไทย จัดสัมมนา “โอกาสทางธุรกิจและความท้าทายของผู้ประกอบการไทย กับโครงการเส้นทางรถไฟจีน-สปป.ลาว” ซึ่งจะเปิดตัวในวันที่ 2 ธันวาคม 2564

“มงคล วิศิษฎ์สตัมภ์” กงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง กล่าวว่า รถไฟความเร็วสูงจีน-สปป.ลาว เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายจีนต้องการสร้างโครงข่ายการขนส่งเชื่อมต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ เอเชียกลาง และไปถึงยุโรป โดยฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีนต้องการเชื่อมผ่านไทยลงไปถึงสิงคโปร์ในอนาคต ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยได้รับประโยชน์ทั้งในเรื่องการค้า การลงทุน ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจข้ามแดน และภาคบริการ

ทั้งนี้ โครงการรถไฟความเร็วสูงจากจีน-สปป.ลาวใช้เวลาก่อสร้างอีก 5-7 ปี และโครงการรถไฟทางคู่ที่จะไปเชื่อมต่อใช้ระยะเวลาพัฒนาอีก 4-5 ปี จะเกิดการเชื่อมโยงโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ และไทยจะเป็นประตูการค้าการลงทุนที่สำคัญของภูมิภาค

“ผู้ประกอบการไทยควรฉวยโอกาสนี้ขนส่งสินค้าข้ามแม่น้ำโขงจาก สปป.ลาว ไปจีน เพราะจีนเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจขยายตัวเฉลี่ย 6.4% มีประชากรกว่า 1,412 ล้านคน รายได้เฉลี่ยต่อคนนับหมื่นดอลลาร์สหรัฐต่อปี เป็นตลาดการค้าขนาดใหญ่”

การเปิดเดินรถไฟความเร็วสูงเชื่อมระหว่าง จีน-สปป.ลาว ถือเป็นการพลิกโฉมภาคการขนส่ง ทั้งคนและสินค้าได้ภายใน 1 วัน ลดเวลาการขนส่งสินค้าทางถนนและทางเรือที่ใช้เวลามากกว่า ปัจจุบันสินค้าไทยที่ส่งไปจีนส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรและผลไม้ ถัดมาคือสินค้าสุขภาพและความงาม การขนส่งทางรางเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการส่งสินค้าที่ราคาถูกลง สะดวกและรวดเร็ว ภาครัฐต้องผลักดันเพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงหลังโควิด-19 ด้วย

“ดร.พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์” รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าวว่า การเปิดให้บริการเส้นทางรถไฟ สปป.ลาว-จีน ถือเป็นโอกาสดีของไทยจะสามารถส่งออกสินค้าไปลาวและจีนได้เพิ่มขึ้น โดยเอกชนของประเทศไทยเก่งในการสร้างธุรกิจสร้างประโยชน์จากโอกาสที่จะเกิดขึ้น เพราะจีนและ สปป.ลาว ชื่นชอบสินค้าไทยอยู่แล้ว ส่วนทางรัฐบาลมีหน้าที่สนับสนุนอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ มีการเตรียมความพร้อมสำหรับแนวทางการเชื่อมโยงรถไฟไทย-ลาว-จีน เพื่อรองรับการขนส่งระหว่างประเทศ ดังนี้ 1.การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ โดยจะแยกเป็นสะพานเฉพาะสำหรับการเดินรถไฟเท่านั้น รวมทั้งการจัดเตรียมพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับปริมาณการขนส่งที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต

2.การบริหารจัดการใช้ทางรถไฟและการใช้สะพาน เป็นการบริหารจัดการการใช้ทางรถไฟและการใช้สะพานเดิม (ระหว่างรอการก่อสร้างสะพานแห่งใหม่) ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาหาข้อสรุปร่วมกันระหว่าง 3 ประเทศ

3.การพัฒนาพื้นที่ศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าทางรถไฟ ระยะเร่งด่วนและระยะยาว การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) อยู่ระหว่างการพิจารณาพัฒนาพื้นที่รองรับโครงการรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางคู่และเตรียมพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกให้สามารถรองรับการแลกเปลี่ยนสินค้าจากรถไฟที่เข้ามาจากจีนและลาว และส่งออกไปยังลาวและจีน โดยตั้งอยู่ในพื้นที่ด้านหลังของลานขนถ่ายสินค้า สำหรับกองเก็บตู้สินค้าประเภทต่าง ๆ รวมถึงอาคารสำนักงาน, คลังสินค้า และอาคารประกอบอื่น ๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวกับการนำเข้า-ส่งออก รวมถึงศูนย์การเอกซเรย์ (X-ray) ตู้สินค้า

เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้มาใช้บริการแบบ One-Stop Service โดยจะพัฒนาศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้า (Transshipment Yard) และย่านกองเก็บตู้สินค้า (Container Yard) โดยปัจจุบัน ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างของบประมาณเพื่อดำเนินการศึกษาและวิเคราะห์การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าและย่านกองเก็บตู้สินค้าเพื่อรองรับการขนส่งทางราง จังหวัดหนองคาย ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 คาดว่าจะสามารถคัดเลือกเอกชนผู้เข้าร่วมลงทุนแล้วเสร็จประมาณ 2 ปี

“มนนิภา โกวิทศิริกุล” ประธานหอการค้าจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า โครงการที่เกิดขึ้นอยากให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในจังหวัดหนองคายมากขึ้น เพราะมีโอกาสทั้งด้านการค้า การลงทุน เพราะมีเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษใน อ.สระใคร พื้นที่ 718 ไร่ ที่มีค่าสัมปทาน ค่าเช่าและค่าธรรมเนียมถูกมาก ทุกอย่างพร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจและเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งมีการตื่นตัวของผู้ประกอบการที่ได้มีการขยายตัวไปยังฝั่ง สปป.ลาวบ้างแล้ว

ด้าน “วัลภา สถิรชวาล” ประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ หลังรายได้หลักจากการท่องเที่ยวหยุดชะงักไป อยากให้ภาคโลจิสติกส์ไทยมีส่วนสำคัญในการสร้างรายได้ใหม่ให้กับประเทศ สร้างมาตรฐานกลุ่มอาชีพสาขาวิชาชีพโลจิสติกส์ให้สอดคล้องกับกรอบวุฒิแห่งชาติ 8 ระดับ แม้โครงสร้างพื้นฐานในประเทศอาจจะต้องใช้เวลา 3-5 ปี แต่เราสร้างมาตรฐานได้ตามกรอบวิชาชีพ สามารถมาสอบและนำไปเทียบเคียงขยายความก้าวหน้าได้ในกลุ่มอาเซียน

“อย่างไรก็ตาม อยากเห็นหนองคายโมเดล หรือศูนย์กลางขนส่งสินค้าระหว่างหนองคาย-เวียงจันทน์ ที่มีเอกลักษณ์ ความแตกต่าง มีลักษณะเฉพาะที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการที่ผ่านเส้นทางโลจิสติกส์นี้เป็นรายได้ให้กับประเทศ อยากให้ทุกคนให้โอกาสตัวเองทั้งระดับบุคคลและระดับองค์กร ร่วมกันรีสกิลและอัพสกิลกลุ่มผู้ประกอบการเพื่อรองรับการเติบโตของโลจิสติกส์ในระบบรางที่จะเกิดขึ้นสู่มาตรฐานความเป็นมืออาชีพ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...