โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พระสรัสวดี” ในศาสนาพุทธ ต่างพระนาม ต่างพื้นที่!

Ticy City

เผยแพร่ 02 มี.ค. 2568 เวลา 10.49 น.

“พระสรัสวดี” ในศาสนาพุทธ ต่างพระนาม ต่างพื้นที่!

มหาเทพศาสนาอินดู

นับเป็นการเริ่มต้นเดือนมีนาคมด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจสำหรับสายมูและไม่มูอย่างมาก เพราะครั้งนี้ Nai Mu กรูรูสายมูผู้มีเรื่องเล่ามากมายใน God’s City จากเว็บต์ไซต์และเพจ Ticy City จะพาไปทำความรู้จักกับพระชายาของพระพรหม ซึ่งก็คือ “พระสุรัสวดีหรือสรัสวดี” เทวีแห่งความรู้ ซึ่งมีพระนามปรากฎอยู่ในศาสนาพุทธด้วย แต่ต่างพระนาม ต่างพื้นที่!

ในบรรดาพระชายาของมหาเทพทั้ง 3 พระองค์ อันได้แก่ พระนางปารววตี (Goddess Parwati) พระชายาแห่งองค์พระศิวะ, พระนางลักษมี (Goddess Laksmi) ชายาของพระวิษณุหรือพระนารายณ์ พราะนางจะมีคนรู้จักและได้รับการบูชามากกว่า “พระสุรัสวดี-สรัสวดี” (Goddess Saraswati) เทวีแห่งความรู้ ผู้เป็นชายาของพระพรหม (Lord Brahma ) เทพผู้สร้างของศาสนาฮินดู

พระสรัสวดี – ต้นรากจากอินเดีย

ทั้งนี้พระสุรัสวดีหรือสรัสวดี นั้นยังมีนามอื่นๆ เช่น สวารี , ภารตี , วาจ, สารดา, พราหมณี , พราหมี , มหาวิทยา , ภารดี , มหาวิทยา , อารยา , มหาวานี ฯลฯ

บุคลิกอันเป็นเอกลักษณ์ของพระนางนั้นคือ สุขุม เยือกเย็น ชาญฉลาด แต่เดิมนั้นพระนางเป็นบุคลาธิษฐาน ของ “แม่น้ำสรัสวดี” (sarasvati naditama) ซึ่งเป็นแม่น้ำสายเก่าแก่ที่ไหลผ่านที่อยู่อาศัยของชาวอารยันในยุคแรกๆ แม้ปัจจุบัน แม่น้ำสายนี้จะเหือดแห้งไปแล้วก็ตาม ในสถานะของตรีศักติ (Tri shakti) พระนางคือ มารดาพระเวท เวทมนต์คาถา พิธีกรรม การบัดพลีบูชา

นอกจากนี้พระนางสรัสวดียังได้รับการยอมรับให้เป็น เทพีแห่งการพูดอีกด้วย วิชาการทางโลก พระนางคือ เทพอุปถัมภ์ด้านความรู้, ศิลปะ, ดนตรี , วิทยาศาสตร์ ,ปัญญา และการเรียนรู้ เชื่อว่า ท่านคือ ผู้ประดิษฐ์อักษรเทวนาครีที่ใช้ในการเขียนภาษาสันสกฤตในเวลาต่อมา โดยภายในโรงเรียนของประเทศอินเดียนิยมตั้งรูปเคารพของพระนางไว้บูชา

สำหรับในเมืองไทยนั้นจะเห็นได้จากโรงเรียนภารตวิทยาลัย (Bharat Vidyalaya School) เสาชิงช้า ซึ่งได้ตั้งรูปของท่านไว้บูชา ทางด้านขวา เมื่อก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียน

พระสุนทรีวาณี

พุทธไทยเรียก “พระสุนทรีวาณี” (Sunthareevani)

นางฟ้าพระองค์หนึ่งมีต้นกำเนิดจากวัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรวิหาร ถือกำเนิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 พระนามของพระนางคือ “พระสุนทรีวาณี” พระคาถาปรากฎในคัมภีร์สัททาวิเสส มี 32 คำคือ

“มุนินทะ วะทะนัมพุชะ คัพภะสัมภะวะ สุนทะรีปาณีนัง สะระณัง วาณี มัยหัง ปีณะยะตัง มะนังฯ”

นางฟ้า คือพระไตรปิฎกอันเกิดจากดอกอุบล คือพระโอษฐ์ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นที่พึ่งพำนักของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ขอจงยังใจของข้าพเจ้าให้เอิบอิ่มปรีดาปราโมทย์ รู้แจ่มแจ้งแทงตลอดจำได้ ปฏิบัติตามได้ ในพระไตรปิฏกทั้งโลกียะและโลกุตตระนั้นเทอญ !

พระสุนทรีวาณี

“พระสุนทรีวาณี” มีที่มาอย่างไร ?

ในสมัยรัชกาลที่ 4 สมเด็จพระวันรัต (แดง สีลวทุฒนมหาเถร) อดีตเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม (รูปที่ 3) ท่านได้เจริญภาวนาพระคาถานี้เป็นประจำ จนเกิดภาพนิมิต และได้ให้หมื่นสิริธัชสังกาศ (เจ้ากรมแดง) เขียนรูปจากคำบอกเล่าเป็นครั้งแรก …

ภาพวาดเทพธิดานั้นเป็นศิลปะแบบไทยตามคติพุทธศาสนา พระวรกายขาวบริสุทธิ์ ทรงพัสตาภรณ์อันวิจิตร ศิราภรณ์เป็นชฎา ประดับกรองศอ พาหุรัด และทองกร ประทับนั่งบนดอกบัวกลางสระ สื่อถึงพระธรรม คำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่งดงาม เป็นที่พึ่งแก่สัตว์ทั้งหลาย พระหัตถ์ขวายกมือขึ้นแสดงอาการกวัก สื่อเชิญชวนให้มาศึกษาปฏิบัติ พระหัตถ์ซ้ายทรงแก้ววิเชียร (เพชร) สื่อถึงพระนิพพาน เทพนารีพระองค์นี้ มีชื่อว่า “พระสุนทรีวาณี”

สมเด็จพระวันรัต ทรงนำภาพไปเข้ากรอบ และตั้งบูชาในกุฏิ เหนือหัวนอนของท่าน

ปัจจุบันได้สร้างปูชนียวัตถุ แบบ “ลอยองค์” ประดิษฐานอยู่ทางด้านขวามือของพระพุทธศากยมุนีในวิหารหลวง ออกแบบโดย อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ สาขา ทัศนศิลป์ จิตรกรรม

พระสุนทรีวาณี

นอกเหนือจากการทำหน้าที่คุ้มครองดูแลพระธรรมและพระไตรปิฎกในนาม “พระสุนทรีวาณี”แล้ว ยังมีความเชื่อทางพุทธศาสนาของนิกายอื่นด้วย ดังเช่น นิกายวัชรยาน (Vajrayana) ซึ่งเคารพพระโพธิสัตว์แห่งปัญญาและความชาญฉลาด นามว่า “พระมัญชุศรีโพธิสัตว์” (Bodhisattva Manjusri ) พระองค์ปรากฏพระนามในคัมภีร์ฝ่ายมหายานและวัชรยาน บุคลาธิษฐานของท่านเป็นชายหนุ่มวัย 16 ปีตลอดเวลา แม้ว่าพระมัญชุศรีฯ จะผ่านกาลของพระพุทธเจ้ามาแล้วหลายพระองค์ ประทับบนดอกบัว มือขวาถือพระขรรค์ตัดอวิชา มือซ้ายถือดอกบัว หรือคัมภีร์ ถือกันว่า พระชายาของท่านคือ พระสรัสวดี !

เบนไซเตน

ญี่ปุ่น เรียก “เบนไซเตน” (Benzaiten)

ชาวอาทิตย์อุทัย เรียกเทพีพระองค์หนึ่งว่า “เบนไซเตน” หรือเรียกสั้นๆว่า “เบ็นเท็น” เป็นเทพนารีเพียงพระองค์เดียวในกลุ่ม 7 เทพเจ้าแห่งโชคลาภ (เอบิสี , ไดโกกุ, บิชามง, เบนไซเตน, ฟุกุโรกุจุ,โฮเตย์, จุโรจิง) นางคือ เทพีพระองค์หนึ่งของพุทธศาสนาแบบญี่ปุ่น สวมชุดกรุยกรายอย่างนางฟ้า ถือ “บิวะ” (Biwa) ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีของญี่ปุ่น (ฮินดู ถือ วีณา Vina) นางคือเทพอุปถัมภ์งานศิลปะ , อักษรศาสตร์ นาฎกรรม การดนตรี และสัญลักษณ์ของภูมิปัญญาอันลึกล้ำ

นางสุระสะตี่

“อุ่งสุระสะตี่ จะเมมาตา มาตาจะเม สุระสะตี่ อะนุกัมปัง อุปาทายะ สิทธิเทตุ สุระสะตี่”

พม่าและไทยใหญ่ ยังเชื่อกันว่า พระนางสุระสะตี่มีทั้งหมด 12 ปาง และแต่ละบ้านมักจะมีรูปท่านไว้บูชา เพราะพระนางคือ ผู้เรียกโชคลาภ

จะเห็นว่า เทวีผู้นี้มีบทบาทสำคัญมากในฐานะผู้คุ้มครองดูแลพระธรรมในศาสนาพุทธ ทั้งยังมีคุณสมบัติรอบด้าน สุดแต่ใครอยากจะร้องขอในเรื่องอะไร การเรียน, เมตตามหานิยม, โชคลาภ

แล้วคุณล่ะ ! อยากจะได้ในสิ่งใด จากพระนางสรัสวดี !

เรื่อง : Nai Mu

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...