โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MizuMi เผยเคล็ดลับ ปั้นแบรนด์สู่พันล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 มี.ค. 2568 เวลา 04.57 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. 2568 เวลา 05.51 น.
วริษฐา สืบพันธ์วงษ์

“วริษฐา สืบพันธ์วงษ์” ผู้ก่อตั้งและเจ้าของแบรนด์สกินแคร์ MizuMi และอาหารเสริม Bomi เผยกลยุทธ์ปั้นแบรนด์จากศูนย์สู่รายได้ 1,000 ล้าน ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งขององค์กร ขยายพอร์ตสินค้า และรุกตลาดต่างประเทศ เพื่อก้าวสู่รายได้ 2,000 ล้าน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ในงานสัมมนา The Entrepreneur Forum 2025 ภายใต้หัวข้อ “Reaching a Billion Milestone-ปั้นแบรนด์ให้รายได้ถึง 1,000 ล้าน ระหว่างทางเจออะไร” จัดโดยลงทุนแมน

สร้างแบรนด์จาก Pain Point

“วริษฐา” กล่าวว่า การบริหารธุรกิจให้เติบโตไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการเพิ่มยอดขาย แต่เป็นการสร้างความแข็งแกร่งขององค์กรด้วยการพัฒนาบุคลากร การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ และการเข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญที่ช่วยให้ MizuMi ก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์ชั้นนำในตลาดสกินแคร์ของประเทศไทยในปัจจุบัน

ทั้งนี้ สะท้อนจากจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจเมื่อ 10 ปีก่อน ที่เกิดจากความชอบและแพสชั่นส่วนตัว ที่ต้องการพัฒนาครีมกันแดดที่เหมาะกับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย หลังพบว่าในตลาดยังไม่มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ในกลุ่มนี้ จึงทำให้ตัดสินใจออกมาทำธุรกิจของตัวเอง โดยผลิตภัณฑ์ตัวแรกคือ “ครีมกันแดดหลอดฟ้า” ภายใต้แบรนด์ MizuMi

ส่วนการทำตลาดนั้น เนื่องจากในช่วงเริ่มต้นแบรนด์ยังไม่มีเงินทุนมากนักจึงเน้นสร้างการรับรู้ด้วยการเดินสายออกบูทตามตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า และออฟฟิศต่าง ๆ เพราะขณะนั้นโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มออนไลน์ยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก รวมถึงส่งผลิตภัณฑ์ไปให้เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ทดลองใช้แบบไม่มีค่าใช้จ่าย

กลยุทธ์เหล่านี้ช่วยให้แบรนด์ MizuMi เติบโตอย่างก้าวกระโดดจนสามารถสร้างรายได้จาก 0 สู่ 100 ล้านบาทได้ในเวลาอันรวดเร็ว

ก้าวกระโดดด้วยโมเดิร์นเทรด

อย่างไรก็ตาม แม้จะทำรายได้ถึง 100 ล้านบาทแล้ว แต่ช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดของการทำธุรกิจแบรนด์ MizuMi คือ การผลักดันจากรายได้หลัก 100 ล้านบาทไปสู่ 1,000 ล้านบาท เพราะแม้สินค้าจะได้รับความนิยมแล้ว แต่ยังต้องหาทางให้ผู้บริโภคจำนวนมากที่สุดสามารถซื้อหาสินค้าของแบรนด์ได้สะดวกและทั่วถึง

โดยจุดเปลี่ยนสำคัญ คือ การนำสินค้าเข้าไปอยู่ในเชนร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ และการนำฟีดแบ็กจากผู้บริโภคมาพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ ตามแนวคิดการเข้าใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ แบรนด์ใช้การส่งสินค้าเข้าสู่เชนร้านค้าปลีกขนาดใหญ่และมีสาขาจำนวนมาก อย่าง Watsons ที่มีกว่า 400 สาขา และ 7-11 ที่มีกว่า 10,000 สาขาทั่วประเทศ ช่วยให้แบรนด์สามารถขยายฐานลูกค้าได้กว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่เน้นช่องทางออนไลน์และร้านสินค้าความงามขนาดเล็ก

ด้านการพัฒนาสินค้าใหม่ อาศัยการทำ Social Listening เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากลูกค้าและนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด เช่น เมื่อพบว่าลูกค้าต้องการครีมกันแดดที่กันน้ำได้ แบรนด์ก็เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมาตอบโจทย์ เสริมจากเดิมที่มีครีมกันแดดเนื้อบางเบาไม่กันน้ำ

แบรนด์ใช้เวลาเกือบ 3 ปี ไต่ระดับจากหลักร้อยล้านต้น ๆ สู่หลักร้อยล้านปลาย ๆ ก่อนที่จะทำรายได้แตะ 1,000 ล้านบาทได้ในที่สุด

ต่อยอดสู่สินค้าข้างเคียง

“วริษฐา” กล่าวต่อไปว่า เป้าหมายต่อไป คือ การขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพราะการก้าวจาก 1,000 ล้านบาท ไปสู่ 2,000 ล้านบาท จะต้องเผชิญความท้าทายที่แตกต่างจากเดิม เนื่องจากต้องรักษาฐานลูกค้าเดิมควบคู่ไปกับการขยายตลาดใหม่ ๆ

โดยกลยุทธ์หลักที่จะมาช่วยผลักดันการเติบโตได้อย่างมั่นคง จะเป็นการเพิ่มพอร์ตโฟลิโอของสินค้าให้หลากหลายยิ่งขึ้น อย่างหมวดหมู่ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับความงามและสุขภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าการซื้อต่อครั้งของลูกค้า (Basket Size)

รวมถึงการขยายตลาดไปยังพื้นที่ที่ MizuMi ยังไม่เคยเข้าไปมาก่อน เช่น ตลาดต่างประเทศ

ปั้นบุคลากรกุญแจสำคัญ

นอกจากสินค้าและกลยุทธ์การตลาดแล้ว บุคลากรเป็นอีกปัจจัยสำคัญสำหรับการสร้างองค์กรธุรกิจที่แข็งแกร่ง โดยแบรนด์เน้นดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพเข้ามาเสริมทัพ รวมถึงการพัฒนาทีมงานให้มีความสามารถในการขับเคลื่อนธุรกิจในระดับที่ใหญ่ขึ้น

ด้วยบุคลากรที่มีศักยภาพสูง จะสามารถสร้างกลยุทธ์ที่คมชัดขึ้น และใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้สามารถเติบโตได้โดยไม่จำเป็นต้องขยายทีมงานอย่างมหาศาล สะท้อนจากปัจจุบันแบรนด์มีพนักงานเพียง 60 คนเท่านั้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : MizuMi เผยเคล็ดลับ ปั้นแบรนด์สู่พันล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...