โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เปิดเบื้องหลัง กคพ. ชี้ขาด 'คดีฮั้วสว.เป็นคดีพิเศษในข้อหาฟอกเงิน'

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 มี.ค. 2568 เวลา 08.48 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. 2568 เวลา 08.17 น.

เปิดที่มาของมติ กคพ.ชี้ขาดให้เดินหน้า ‘คดีฮั้ว สว.เป็นคดีพิเศษในข้อหาฟอกเงิน’ มาจากการชงของอนุกลั่นกรองฯ และจากฟอกเงินขยายไปถึงข้อหาอื่นได้ทันที

รายงานข่าวเปิดเผยเบื้องหลังการมีมติของคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ในการประชุมเมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่ให้ “กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดีฮั้ว สว.ในความผิดฐานฟอกเงินเป็นคดีพิเศษ” โดยสืบเนื่องจากการประชุม กคพ.ครั้งที่แล้วเมื่อ 25 ก.พ. ซึ่งที่ประชุมให้เลื่อนการลงมติออกไปก่อน โดย 1.ให้รอความเห็นของ กกต. และ 2.ให้อนุกรรมการกลั่นกรองด้านอาชญากรรมระหว่างประเทศและอาชญากรรมพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ไปประชุมเพื่อนำเสนอกรอบการทำคดีนี้ให้ กคพ.พิจารณาก่อน

ต่อมาวันที่ 3 มี.ค. ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะประธานอนุกรรมการกลั่นกรองด้านอาชญากรรมระหว่างประเทศและอาชญากรรมพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ประชุมร่วมกับ 4 ผู้แทนหน่วยงาน อันประกอบด้วย สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก่อนมีมติว่าคดีนี้มีมูลเข้าข่ายคดีอาญาเป็นคดีพิเศษ

โดยได้สรุปเสนอให้ กคพ.พิจารณาใน 2 แนวทางคือ แนวทางที่ 1 เสนอให้กคพ.พิจารณาให้เป็นคดีพิเศษ ในความผิดฐานอั้งยี่ ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ ม.116 และความผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน

ส่วนแนวทางที่ 2 ให้พิจารณาตามฐานความผิดคดีฟอกเงิน ซึ่งเป็นหนึ่งในความผิดตามบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งอยู่ในอำนาจของดีเอสไอในการทำคดีอยู่แล้ว แต่เนื่องจากมีประเด็นความผิดต้องเกินวงเงิน 300 ล้านบาท ที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน ยังไม่ชัดเจนในวงเงินเกิน 300 ล้านบาท

อนุกรรมการกลั่นกรองฯ จึงเสนอว่า หากจะให้ดีเอสไอดำเนินคดีนี้ด้วยข้อหาฟอกเงิน ต้องให้ กคพ.เป็นผู้ชี้ขาด โดย กคพ.ต้องมีมติชี้ขาด “ให้ดีเอสไอดำเนินคดีนี้ในฐานความผิดฟอกเงินเป็นคดีพิเศษ”

ดังนั้น ในการประชุม กคพ.ล่าสุด จึงได้นำข้อเสนอของอนุกรรมการกลั่นกรองฯ 2 แนวทางดังกล่าวให้ กคพ.พิจารณา เสียงส่วนใหญ่เห็นว่าควรเลือกแนวทางที่ 2 ซึ่งง่ายต่อการดำเนินการ ไม่ต้องถกเถียงประเด็นอำนาจหน้าที่ซึ่งโยงใยกับอำนาจกกต. ดังนั้น จึงมีมติ 11 ต่อ 4 ชี้ขาด “ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดีนี้ในกรอบคดีฟอกเงินเป็นคดีพิเศษ” อีกทั้งหากการสอบสวนพบการกระทำผิดในเรื่องเดียวกันนี้ไปสู่ข้อหาอื่น เช่น อั้งยี่ ความผิด ม.116 ให้ดีเอสไอสามารถดำเนินการต่อได้เลยโดยไม่ต้องขออนุมัติเป็นคดีพิเศษอีก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดเบื้องหลัง กคพ. ชี้ขาด ‘คดีฮั้วสว.เป็นคดีพิเศษในข้อหาฟอกเงิน’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...