โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘Cold Chain’ ดาวรุ่งแห่งอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทย เร่งสร้างคนบุกตลาดโลก

The Bangkok Insight

อัพเดต 26 ก.พ. 2568 เวลา 02.38 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. 2568 เวลา 02.38 น. • The Bangkok Insight

ม.ศรีปทุม เผย Cold Chain ดาวรุ่งอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทย ชี้โอกาสไทยบุกตลาดโลกมูลค่ากว่า 1,122 พันล้านดอลลาร์ แต่ต้องเร่งข้ามอุปสรรคต้นทุน-ขาดบุคลากรเชี่ยวชาญ

ผศ.ดร.ธรินี มณีศรี คณบดีวิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรม Cold Chain Logistics หรือ การจัดการขนส่งและจัดเก็บสินค้าที่ควบคุมอุณหภูมิ กำลังกลายเป็น ดาวรุ่ง ในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และซัพพลายเชนทั่วโลก ด้วยตัวเลขการเติบโตที่โดดเด่นและศักยภาพที่น่าจับตามอง

อุตสาหกรรมโลจิสติกส์

ทั้งนี้ สะท้อนจาก market.us คาดการณ์ว่าตลาด Cold Chain ทั่วโลกจะมีมูลค่าสูงถึง 1,122 พันล้านดอลลาร์ ภายในปี 2576 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยทบต้นต่อปี (CAGR) สูงถึง 14.2% นอกจากนี้ ความต้องการสินค้าเน่าเสียง่าย อาหารแปรรูป และเวชภัณฑ์ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันตลาดนี้ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

สำหรับประเทศไทยมีปัจจัยบวกและความได้เปรียบในการแข่งขันสูงในระดับโลก 3 ด้านได้แก่

ด้านที่ 1 ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีบทบาทเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านและตลาดโลกได้สะดวก

ด้านที่ 2 ความโดดเด่นในอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป ในปี 2565 การส่งออกสินค้าอาหารและเกษตรแปรรูปของไทยมีมูลค่าสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ด้วยประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมและขึ้นชื่อว่าเป็นครัวของโลก

ด้านที่ 3 นโยบายภาครัฐที่สนับสนุนอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ รัฐบาลตั้งเป้าหมายผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Trading Nation และเพิ่มอันดับ Logistics Performance Index (LPI) ของประเทศจากอันดับที่ 34 ของโลกในปี 2566 สู่ อันดับ 25 ภายในปี 2570

ผศ.ดร.ธรินี มณีศรี

ความท้าทาย 4 ด้านที่ไทยต้องก้าวข้าม

1. ต้นทุนการดำเนินงานที่สูง การลงทุนในระบบ Cold Chain เช่น คลังสินค้าเย็น และยานพาหนะควบคุมอุณหภูมิ ยังคงมีค่าใช้จ่ายสูง โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการ SMEs

2. การสูญเสียสินค้าในซัพพลายเชน มีการสูญเสียอาหารหลังการเก็บเกี่ยวสูงกว่า 30% โดยเฉพาะผลไม้และผักที่มีอัตราสูญเสียถึง 20-50%

3. ขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทาง ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cold Chain Logistics ยังคงมีจำกัด ทำให้การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ไม่ได้เต็มศักยภาพ

4. การปฏิบัติตามมาตรฐานสากลที่เข้มงวด มาตรฐาน GDP (Good Distribution Practice) และ GSP (Good Storage Practice) เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว

ดังนั้น เพื่อก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านี้ การพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ด้าน Cold Chain Logistics จึงเป็นหัวใจสำคัญช่วยสร้างศักยภาพด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนที่ยั่งยืนให้กับประเทศ ปัจจุบัน อาชีพนักจัดการ โลจิสติกส์สำหรับสินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ Cold Chain เป็นอีกหนึ่งอาชีพขาดแคลนและต้องการเร่งด่วน

ขณะที่ วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) ได้พัฒนา หลักสูตรดิจิทัลซัพพลายเชนและ AI ที่ตอบโจทย์เทรนด์โลจิสติกส์ โดยเน้น การเรียนรู้เทคโนโลยี AI และ IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและลดการสูญเสียในระบบ Cold Chain การพัฒนาทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลและจัดการโซ่อุปทานอัจฉริยะ หลักสูตรระยะสั้น (Non-Degree) ฯลฯ

ผศ.ดร.ธรินี กล่าวว่า หากประเทศไทยสามารถพัฒนาความพร้อมด้านบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานได้สำเร็จ จะสามารถลดต้นทุนโลจิสติกส์ลง 1% ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี พร้อมทั้งเพิ่มความน่าเชื่อถือในตลาดโลก ด้วยมาตรฐานสินค้าและบริการที่สูงขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสให้ SMEs ไทย เข้าถึงตลาดโลกด้วยต้นทุนที่ต่ำลง และสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการใช้เทคโนโลยีที่ยั่งยืนในภาพรวม

Cold Chain Logistics ไม่เพียงแต่เป็น ดาวรุ่ง ของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทย แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยยกระดับเศรษฐกิจไทยในยุคดิจิทัลให้เติบโตอย่างยั่งยืน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...