เปิดประตูไปที่ไหนก็ได้ นิทรรศการ โดราเอมอน เต็มรูปแบบครั้งแรกในเมืองไทย 100% Doraemon & Friends
Sarakadee Lite
อัพเดต 30 เม.ย. 2568 เวลา 11.17 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 11.15 น. • ศรัณยู นกแก้วหลังจากบุกฮ่องกง และ เซี่ยงไฮ้ มาแล้ว โดราเอมอนหุ่นยนต์แมวจากศตวรรษที่ 22 คาแรคแตอร์จากการ์ตูนญี่ปุ่นยอดนิยมที่ครองใจผู้คนทุกเพศทุกวัยมากว่า 50 ปี ได้เปิด “ประตูไปที่ไหนก็ได้” มายังประเทศไทยแล้วกับนิทรรศการ 100% Doraemon & Friends Tour in Thailand ที่จัดเต็มบนพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร ของ Attraction Hall ชั้น 6 ไอคอนสยาม ในรูปแบบ “100% Manga Art Exhibition” ด้วยคาแรคเตอร์โดราเอมอนและผองเพื่อนขนาดเท่าตัวจริง ชิ้นงานจำลองจากภาพวาดต้นฉบับและฉากต่างๆ ในเรื่อง เช่น ห้องนอนของโนบิตะ ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 22 มิถุนายน 2568
นอกจากนี้บริเวณพื้นที่กลางแจ้ง ริเวอร์ พาร์ค ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม– 15 มิถุนายน 2568 ยังจัดเป็นโซน 100% Doraemon River Park Exhibition จัดแสดงกองทัพคาแรคเตอร์ในเรื่องโดราเอมอนขนาดเท่าตัวจริงกว่า 100 ตัว ทั้งที่ปรากฎในเวอร์ชันฉบับมังงะและแอนิเมชัน เช่น โดราเอมอนในรูปแบบดั้งเดิมที่ตัวเป็นสีเหลืองและยังมีหูก่อนที่จะโดนหนูกัดหูแหว่งและร้องไห้จนตัวเปลี่ยนเป็นสีฟ้า โดราเอมอนรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาหล่อเหลาในตอน “กระจกโกหก” โดราเอมอนที่รวมร่างเป็นหนึ่งเดียวกับโนบิตะเพื่อจะได้ไม่ต้องแย่งขนมกันในตอน “อัลตรามิกเซอร์” โดราเอมอนนอนตัวเหลวแบนติดพื้นในตอน “ยาเปลี่ยนสถานะ” โดราเอมอนที่กลายเป็นมันม่วงเมื่อโดนโทรโข่งเปลี่ยนสิ่งของในตอน “เมื่อทุกคนกลายเป็นมันเผา” พร้อมไฮไลต์คือหุ่นโดราเอมอนเป่าลมขนาดยักษ์สูง 12 เมตร สวมหมวกทรงเบเรต์และถือปากกาหมึกซึมตามแบบคาแรคเตอร์ของผู้ให้กำเนิดโดราเอมอน คือ ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ (FujikoFFujio)
ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ กำหนดให้โดราเอมอนมี ความสูง 129.3 เซนติเมตร ซึ่งเป็นความสูงโดยเฉลี่ยของเด็กนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เช่น โนบิตะ เพื่อให้ทั้งคู่มีความสูงใกล้เคียงกัน อีกทั้งหากนำวันเดือนปีเกิดของโดราเอมอนซึ่งเกิดในวันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 2112 มาเรียงตามแบบญี่ปุ่นที่นิยมเขียนขึ้นต้นด้วยปี เดือน และ วัน จะได้เป็นตัวเลข 12-9-3 เช่นกัน
“มีภาพเก่าของพ่อเมื่อครั้งมาเมืองไทยในปีค.ศ.1983 เป็นภาพหายากที่พ่อยิ้มขณะเล่นกับเด็กๆ ทำให้เห็นว่าเรื่องโดราเอมอนนั้นเป็นผลงานที่ข้ามพรมแดนและสื่อสารกับคนทั่วโลกได้ หวังว่านิทรรศการนี้จะทำให้ทุกคนมีความทรงจำที่ดี และเชื่อมต่อกับความรู้สึกสมัยเด็ก หรือคนที่เพิ่งรู้จักกับโดราเอมอนจะได้มีโอกาสทำความคุ้นเคยกันและสนุกสนานในโลกของโดราเอมอนไปด้วยกัน” จิซึโกะ คัตสึมาตะ (Jitsuko Katsumata) ลูกสาวของ ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Fujiko Pro บริษัทที่ดูแลลิขสิทธิ์ผลงานของ ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ กล่าวถึงความฝันสูงสุดของพ่อที่ต้องการให้การ์ตูนของเขาสามารถข้ามผ่านกาลเวลาหลายต่อหลายรุ่นและสร้างความสุขให้กับผู้อ่านทุกวัย
นิทรรศการนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง All Rights Reserved (ARR) และ Fujiko Pro พร้อมด้วยพาร์ทเนอร์ในประเทศไทย คือ Japan Anime Movie Thailand, Trendic International Limited, Incubase Studio Limited และบริษัท เดกซ์ (ดรีม เอกซ์เพรส)
จากมังงะสู่คาแรคเตอร์และฉากคลาสสิคแบบ 3 มิติ
โซน 100% Manga Art Exhibition เริ่มจากห้องฉายแอนิเมชันเรื่องพิเศษสำหรับประเทศไทยเพื่อเปิดตัวของวิเศษชิ้นแรกในประเทศไทย ชื่อ “100%Friends-Calling Bell” หรือ “กระดิ่งแห่งมิตรภาพ” พร้อมกับเรื่องราวของไจแอนท์กับความปรารถนาจะเป็นนักร้องระดับโลกและเข้าร่วมการประกวดร้องเพลงในประเทศไทย
ภายในยังมีการจำลองห้องทำงานของ ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ พร้อมอุปกรณ์วาดภาพที่เขาใช้เป็นประจำ ในอัตราส่วน 1:1 เช่น ปากกา กระดาษ หมึก แปรงขนนก โมเดลไดโนเสาร์ และหนังสือภาพประกอบวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสัตว์และพืชที่ใช้เป็นแหล่งข้อมูลในการสร้างสรรค์เรื่องราวการผจญภัยอันยิ่งใหญ่ของเขา รวมถึงการจำลองปกหนังสือการ์ตูนที่ตีพิมพ์โดย เท็นโตมูชิคอมิคส์ (Tentomusi Comic) ทั้ง 45 เล่มจบ และ วลีเด็ดให้ข้อคิดจากในหนังสือ เช่น “อยากให้นายคิดและต่อสู้ด้วยตัวเอง” และ “ฉันจะคอยดูแลจนกว่านายจะเบื่อ”
คาแรคเตอร์ในหนังสือการ์ตูนยังออกมาโลดแล่นในรูปแบบ 3 มิติ กับฉากสำคัญต่างๆที่แฟนๆโดราเอมอนน่าจะจดจำได้ เช่น ตอน “มีแต่โดราเอมอนเต็มไปหมด” และ ตอน “หนีออกจากบ้านไปอยู่เกาะร้าง”
อีกหนึ่งไฮไลต์คือการจัดแสดงภาพ reproduction ผลงานการ์ตูนภาพขาวดำและภาพสี ของฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ ที่ผู้ชมจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในลายเส้นของแต่ละยุค เช่น ภาพโดราเอมอนตั้งแต่เล่มแรก ตอน “ผู้มาจากโลกอนาคต” และตอนที่โนบิตะตกใจเมื่อเห็นรูปถ่ายในอนาคตที่ต้องแต่งงานกับไจโกะ น้องสาวของไจแอนท์ในเล่มแรกเช่นกัน พร้อมกับจัดแสดงคาแรคเตอร์ 3 มิติ ในตอนที่ โดราเอมอนและโนบิตะ ต้องจากลากันแต่สุดท้ายโนบิตะ ก็ใช้ “ยาโกหก 800” เพื่อพาโดราเอมอนกลับมาอีกครั้งในเล่ม 7
ฉากหลักของเรื่องโดราเอมอนเกิดที่ห้องนอนของโนบิตะ ในนิทรรศการจึงมีการจำลองห้องนอนโนบิตะโดยตรงกลางห้องมี คาแรคเตอร์โดราเอมอนกำลังพักผ่อนอยู่บน “โดรายากิ” ไซส์ยักษ์ซึ่งเป็นขนมสุดโปรดของเขา บนผนังทั้งสี่ด้านยังมีภาพนูนต่ำที่นำเสนอเนื้อหาจากบทที่เลือกสรรจากหนังสือการ์ตูนทั้ง 45 เล่ม ถ่ายทอดผ่านโปรเจ็กชันสามมิติ
ภาคพิเศษเหนือจินตนาการและของวิเศษสุดล้ำ
ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ ชื่นชอบในวิทยาศาสตร์ ชีววิทยา และปรากฏการณ์ลึกลับต่างๆ เป็นอย่างมาก เขาจึงนำสิ่งเหล่านี้มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างเรื่องยาวตอนพิเศษจำนวน 17 เรื่อง ที่แสดงถึงจินตนาการสุดล้ำให้มากไปกว่าการเป็นการ์ตูนสำหรับเด็กเท่านั้น โดยเรื่องแรกคือ “ไดโนเสาร์ของโนบิตะ” เปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ.1979 และได้สร้างเป็นภาพยนตร์ในปี ค.ศ.1980
ห้องหนึ่งในนิทรรศการจึงมีการตกแต่งผนังด้วยภาพการ์ตูนจากภาคพิเศษจำนวน 10 ผนัง ผลงานจำลองภาพวาดต้นฉบับ 30 ชิ้น และคาแรคเตอร์ 3 มิติที่ปรากฎในภาคพิเศษ เช่น ตอน ไดโนเสาร์ของโนบิตะ โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ ตะลุยดาวต่างมิติ และ สามอัศวินในจินตนาการ
ส่วนห้องสุดท้ายนำเสนอของวิเศษในกระเป๋ามิติที่ 4 ของ โดราเอมอน โดยเน้นไปที่คาแรคเตอร์โดราเอมอนกับ “กระดิ่งแห่งมิตรภาพ” ส่วนของวิเศษชิ้นอื่นทำเป็นรูปนูนต่ำบนผนังสีขาว เช่น ขนมปังช่วยจำ ดินสอคอมพิวเตอร์ ขนมดังโงะตราโมโมทาโร่ ถุงมือตัวตุ่น ไฟฉายย่อส่วน และ ประตูกาลเวลา ปืนใหญ่อัดอากาศ และ วุ้นแปลภาษา
จุดกำเนิดหุ่นยนต์แมวจากโลกอนาคตที่กลัวหนูสุดขีด
“โดราเอมอน!!” เสียงของ โนบิตะ เด็กชายวัยประถม 4 วิ่งร้องไห้เข้ามาในห้องนอนพร้อมร้องเรียกหา โดราเอมอน หุ่นยนต์แมวจากโลกอนาคตผู้มักจะแสดงอาการเดือดดาลและถามกลับว่า “โดนแกล้งอีกแล้วใช่มั้ย!!” พร้อมกับล้วงกระเป๋ามิติที่ 4 เพื่อนำของวิเศษออกมาโดยหวังว่าจะช่วยแก้ปัญหาแต่ส่วนใหญ่มักจบลงที่ความวุ่นวาย คือภาพจำของการ์ตูนและแอนิเมชันสุดฮิต โดราเอมอน ที่สร้างสรรค์โดย ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ (FujikoFujio) นามปากการ่วมของสองนักวาดการ์ตูนชาวญี่ปุ่น ฟุจิโมะโตะ ฮิโรชิ (Fujimoto Hiroshi: ค.ศ.1933-1996) และ อะบิโกะ โมโตโอะ (Abiko Motoo: ค.ศ.1934-2022)
ทั้งคู่ใช้นามปากการ่วมกันในราว ค.ศ.1953 จนกระทั่งแยกเส้นทางการทำงานในค.ศ.1987 และจัดสรรเรื่องลิขสิทธิ์ โดยเรื่อง โดราเอมอน และ ปาร์แมน เป็นของ ฟุจิโมะโตะ ฮิโรชิ ผู้ต่อมาใช้นามปากกาว่า ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ (FujikoFFujio) ในขณะที่ อะบิโกะ โมโตโอะ ใช้นามปากกาว่า ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ เอ (Fujiko Fujio A) และถือลิขสิทธิ์การ์ตูนฮิตเรื่อง นินจาฮาโตริ และ ผีน้อยคิวทาโร่
โดราเอมอน เป็นหุ่นยนต์ในศตวรรษที่ 22 โดยถูกสร้างขึ้นในโรงงานหุ่นยนต์เมื่อวันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 2112 แต่เป็นสินค้ามีตำหนิจึงถูกขายทอดตลาดในห้างสรรพสินค้าจนกระทั่งทายาทของโนบิตะซื้อมา และภายหลังส่ง โดราเอมอน ให้เดินทางย้อนเวลามาจากโลกอนาคตเพื่อมาช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตของโนบิตะให้ดีขึ้นโดยมีลิ้นชักโต๊ะในห้องนอนของโนบิตะเป็นประตูทางเข้าสู่ไทม์แมชชีน
“การค้นพบโดราเอมอนถือเป็นการค้นพบที่บังเอิญเช่นเดียวกับการค้นพบตัวเอกเรื่องต่าง ๆ ที่ผ่านมา ถ้าตัวเอกของเรื่องปรากฏตัวออกมาพร้อมกับของอะไรบางอย่างคงจะสนุกน่าติดตาม โดยส่วนตัวผมเป็นคนที่ชอบของอะไรที่มีลักษณะกลม ๆ อยู่แล้วพอเห็นตุ๊กตาพลาสติกโปรอน หน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตาล้มลุกของลูกสาวก็เลยเอามาเป็นต้นแบบของโดราเอมอน” ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ เคยเขียนบทความเรื่อง “จากหนทางสู่การ์ตูนของผม” ในนิตยสารโชเน็งซันเดย์ ฉบับเดือนสิงหาคม ค.ศ.1989
การ์ตูนเรื่อง โดราเอมอน ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ.1970 ในนิตยสารสำหรับเด็กระดับประถมศึกษาที่ 1-4 ของญี่ปุ่นพร้อมกันทั้ง 6 ฉบับโดยมีการเขียนให้เหมาะกับผู้อ่านแต่ละระดับอายุ ต่อมาจึงมีการจัดพิมพ์เป็นการ์ตูนขนาดพ็อกเก็ตบุ๊คเล่ม 1 ในปี ค.ศ.1974 และมีทั้งหมด 45 เล่มจบโดยฉบับสุดท้ายในปี ค.ศ.1996 ซึ่งเป็นปีที่ ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ เสียชีวิต
ในเนื้อเรื่อง โดราเอมอน แต่เดิมตัวเป็นสีเหลืองและมีหูเช่นเดียวกับ โดเรมี น้องสาวของเขา แต่วันหนึ่งขณะนอนกลางวัน หนูได้กัดหูของโดราเอมอนจนแหว่งและเขาเสียใจมากจึงจะหยิบยาร่าเริงมากินให้หายเศร้าแต่ดันหยิบผิดกลายเป็นยาเศร้าโศกแทน โดราเอมอนจึงร้องไห้ไม่หยุดสามวันสามคืนจนสีตัวปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีฟ้าหรือสีน้ำเงินและกลัวหนูขั้นสุดนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
แต่ ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ ได้เผยเหตุผลแท้จริงดังปรากฎในหนังสือ “ไขความลับของโดเรมอน” ฉบับแปลโดย อังคณา รัตนจันทร์ จากต้นฉบับเรื่อง “DO:RA:CARTE” เรียบเรียงโดย Shogakukan Doraemon-room ว่า “พอเขียนให้เหมือนแมวมากก็จะดูน่ากลัวเพราะเหมือนแมวผี เลยเอาหูออก ส่วนสีก็ต้องให้เหมาะกับนิตยสารเพื่อการศึกษาซึ่งส่วนใหญ่หน้าปกจะเป็นสี และภาพในเล่มจะใช้สีเหลืองเป็นสีพื้น ตัวหนังสือเป็นสีแดง ผมจึงต้องเลี่ยงสีแดงและสีเหลืองเพราะฉะนั้นก็จะเหลือแต่สีน้ำเงิน ด้วยเหตุนี้โดเรมอนจึงเป็นสีน้ำเงิน”
ของวิเศษจากกระเป๋ามิติที่ 4 และ อนาคตที่เปลี่ยนแปลงได้
ประตูไปที่ไหนก็ได้ คอปเตอร์ไม้ไผ่ ขนมปังช่วยจำ ผ้าคลุมล่องหน และ วุ้นแปลภาษา เป็นตัวอย่างของวิเศษที่ถูกหยิบมาใช้อยู่บ่อยๆจากกระเป๋ามิติที่ 4 ตรงหน้าท้องของโดราเอมอน และแสดงให้เห็นถึงจินตนาการสุดล้ำของ ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ ในการนำเสนอความแปลกประหลาดพิสดารกับฉากในชีวิตประจำวันของเด็กวัยประถมอย่างโนบิตะและผองเพื่อนได้อย่างสนุกสนานและแฝงด้วยข้อคิด ของวิเศษในกระเป๋าที่ปรากฏในพ็อกเก็ตบุ๊คนั้นมีมากกว่า 1,300 ชิ้น
“โดราเอมอน เป็นการ์ตูนที่พัฒนามาจากจินตนาการที่ว่า ถ้ามีของวิเศษแปลกๆ เหนือความคาดหมายออกมาจริงๆในชีวิตประจำวันแล้วล่ะก็ จะเกิดอะไรตามมา สิ่งสำคัญอยู่ที่ของวิเศษแปลกๆ เหล่านั้นส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างไรและต้องคิดถึงวิธีการได้มาของของวิเศษเหล่านี้ เพราะฉะนั้นผมจึงจำเป็นต้องหาวิธีการที่จะทำให้ของพวกนั้นปรากฏออกมาให้เร็วที่สุดภายในจำนวนหน้าที่จำกัด และการเอาเครื่องมือออกมาจากกระเป๋าเป็นวิธีที่ดีและเหมาะสมอย่างยิ่ง” ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ เขียนใน “ผลงานรวมเล่มที่ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ คัดเลือกเอง เล่มที่ 4”
ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ ยังเคยให้สัมภาษณ์ในรายการทอล์กโชว์เปิดตัวหนังสือมันโยเมื่อค.ศ.1993 ถึงเหตุผลว่าทำไมต้องให้โดราเอมอนเดินทางมาจากโลกอนาคตในศตวรรษที่ 22 เพื่อดูแล โนบิตะ เด็กชายที่ใครๆต่างก็มองว่าเป็นเด็กไม่เอาไหน สอบได้แต่ 0 คะแนน ขี้เกียจ และ อ่อนแอ ว่า
“ถึงเขา (โนบิตะ) จะทำการบ้านไม่ได้แต่ก็รู้ว่าการทำได้เป็นสิ่งที่ดี และแม้ว่าจะเป็นเด็กชื่อ ๆ แต่ก็รู้ว่าควรจะมีความพยายาม ถึงจะขี้ขลาดแต่ตัวเองก็อยากมีความกล้า ถึงจะมองเห็นจุดด้อยของตัวเองแต่ก็ไม่เคย ท้อถอยและคิดว่าพรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้ มะรืนนี้ต้องดีกว่าพรุ่งนี้ และต้องพยายามก้าวไป ข้างหน้าแม้จะเป็นแค่ครึ่งก้าวก็ตาม คิดว่าด้วยเหตุผลเหล่านี้ที่ทำให้โดราเอมอน ทิ้งโนบิตะไม่ได้ และอยู่คอยช่วยเหลือเขาตลอด”
การส่งต่อพลังความเชื่อว่า “อนาคตเปลี่ยนแปลงได้” ทำให้เรื่องโดราเอมอนเปิดฉากด้วยภาพอนาคตของโนบิตะที่ยากจนและต้องแต่งงานกับ ไจโกะ น้องสาวของไจแอนท์ จอมเกเร การมาถึงของโดราเอมอนจึงเป็นความหวังว่าจะช่วยให้โนบิตะพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองจาก เด็กชายที่ไม่เอาไหน ให้กลายเป็นชายหนุ่มที่เข้มแข็งและพึ่งพาได้เพื่อจะได้ใช้ชีวิตร่วมกันกับ ชิซูกะ เด็กสาวที่เขาชื่นชอบ
อ้างอิง
หนังสือ “ไขความลับของโดเรมอน” (พิมพ์ครั้งแรกโดย นานมีบุ๊ค พ.ศ.2553) แปลโดย อังคณา รัตนจันทร์ จากต้นฉบับเรื่อง “DO:RA:CARTE” เรียบเรียงโดย Shogakukan Doraemon-room
Fact File
- นิทรรศการ “100% Doraemon & Friends Tour in Thailand” ในโซน “100% Manga Art Exhibition” ณ Attraction Hall ชั้น 6 ไอคอนสยาม จัดแสดงระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 22 มิถุนายน 2568 บัตรราคาเริ่มต้นที่ 450 บาท
- โซนกลางแจ้ง “100% Doraemon River Park Exhibition” ที่ ริเวอร์ พาร์ค จัดแสดงระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 15 มิถุนายน 2568 บัตรราคา 199 บาท
- จองบัตรได้ที่ Eventpass และ Klook
- รายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook : 100% Doraemon & Friends Tour in Thailand
The post เปิดประตูไปที่ไหนก็ได้ นิทรรศการ โดราเอมอน เต็มรูปแบบครั้งแรกในเมืองไทย 100% Doraemon & Friends appeared first on SARAKADEE LITE.