เปิด 10 เทรนด์ความงามและสุขภาพปี 2025 ที่คุณต้องรู้ กับ Digital Tips และ Nielsen
Digital Tips ร่วมมือกับ Nielsen บริษัทวิจัยชั้นนำระดับโลก จัดงาน Industry Insights: Beauty & Wellness 2025 เจาะลึกเทรนด์และอินไซต์ที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมความงามและสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
(ซ้าย)รัญชิตา ศรีวรวิไล Head of Commercial (Advertiser and Agency), Nielsen Thailand (ขวา) ทิป มัณฑิตา จินดา Founder & CEO of Digital Tips
ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบัน อุตสาหกรรมความงามและสุขภาพมีการแข่งขันสูง แต่ก็เต็มไปด้วยโอกาสสำหรับแบรนด์ที่เข้าใจเทรนด์และสามารถปรับตัวได้ทัน เราจะมาสรุป 10 เทรนด์สำคัญที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2025เพื่อให้แบรนด์สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรับกลยุทธ์และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
1. Media Fragmentation: สื่อหลากหลาย ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลมากขึ้น
ปัจจุบันผู้บริโภคมีตัวเลือกในการรับข่าวสารมากขึ้น ทำให้แบรนด์ต้องกระจายงบประมาณโฆษณาไปยังช่องทางต่างๆ เช่น YouTube, Instagram, TikTok, Podcast, สื่อ Out-of-Home, In-store หรือ Cinema มากขึ้น
จากข้อมูลของ Nielsen พบว่าเม็ดเงินโฆษณารวมในประเทศไทยเติบโตเพียง 3% ในปีที่ผ่านมา ในขณะที่จำนวนสื่อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โทรทัศน์ซึ่งเคยเป็นสื่อหลักมีแนวโน้มลดลง ในขณะที่สื่อออนไลน์เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ที่น่าสนใจคือโทรทัศน์ออนไลน์กลับได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ซึ่งสวนทางกับ Influencer ที่เม็ดเงินในการจ้างลดลง
2. Health Consciousness Mindset : ผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพมากขึ้น
ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ทำให้ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพและอาหารเสริมมีการเติบโต โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของตนเอง
จากข้อมูลจาก Nielsen พบว่าความสนใจด้านสุขภาพของคนไทยเพิ่มขึ้นเป็น 80% ในปี 2024 จาก 68% ในปี 2020 นั่นหมายความว่าเทรนด์การใส่ใจสุขภาพได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
68% ของคนไทยต้องการอาหารเพื่อสุขภาพ และ 53% มองว่าอาหารเสริมเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพ ทำให้ตลาดอาหารเสริมมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มวิตามิน รังนก และผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม จากข้อมูลสถิติสะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มผู้บริโภคอาหารเสริมไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผู้สูงอายุอีกต่อไป แต่กลายเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Z และ Gen Y และจากการสำรวจ Beauty supplement พบว่ามีการเติบโตสูงขึ้นถึง 13% ตั้งแต่ปี 2020 – 2024 เพราะทุกคนอยากกินเพื่อให้ผิวสวย
3. Beauty supplement : ใส่ใจวิตามินและอาหารเสริม
ปัจจุบัน คนอายุไม่เกิน 40 ปี หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดวิตามินและอาหารเสริมเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z และ Gen Y ที่สนใจผลิตภัณฑ์บำรุงสายตาและผิวพรรณเป็นพิเศษ
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในไทย ไม่ว่าจะเป็น ซุปไก่สกัด วิตามิน รังนก มีการเติบโต 10-15% ต่อปี ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาทำให้ การแข่งขันในตลาดอาหารเสริมสูงขึ้น แต่ละแบรนด์เร่งความแตกต่าง การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลของผู้บริโภค
4. Sun Protection: ปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะ
กันแดดมาแรง เพราะคนไทยใส่ใจความงามทั้งผิวหน้าและผิวกาย ทำให้ ‘ผลิตภัณฑ์กันแดด’ ที่มีการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างมาก และจากผลสำรวจพบว่า อัตราการซื้อผลิตภัณฑ์กันแดด ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเติบโตมากกว่า 20% ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการปกป้องผิวจากแสงแดดมากขึ้น
ผู้บริโภคเข้าใจมากขึ้นว่ารังสี UV, แสงสีฟ้า และมลภาวะต่างๆ เป็นอันตรายต่อผิว ทำให้การใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดเพิ่มขึ้นถึง 42% และเติบโตขึ้น 31% โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ที่มีการเติบโตในการใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดสูงกว่ากลุ่มอื่นๆ
5. Anti-Aging: ผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอยไม่จำกัดอายุ
ผู้บริโภคในปัจจุบันมองหาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณระดับพรีเมียมมากขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์มากกว่าราคา และกลุ่มเป้าหมายไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผู้สูงอายุอีกต่อไป แต่รวมถึงคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจดูแลผิวพรรณของตนเอง
จากผลสำรวจพบว่า การใช้ผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอยเติบโต 9% และไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผู้สูงอายุอีกต่อไป และมากกว่า 50% ของผู้ใช้มีอายุน้อยกว่า 40 ปี ให้ความสำคัญกับแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือและผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง เช่น Clinique และ Chanel
6. Hair Care : ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมเติบโต
ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมเติบโตอย่างต่อเนื่อง ความต้องการผลิตภัณฑ์ย้อมสีผมเพิ่มขึ้น 11% ผลิตภัณฑ์ปิดผมขาวยังคงเป็นตลาดใหญ่ แต่ผู้บริโภคต้องการผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและไม่มีสารเคมีมากขึ้น
7. Male Consumer : ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับผู้ชายเติบโต
ปัจจุบันผู้ชายหันมาใส่ใจดูแลตัวเองมากขึ้น47% ของผู้ชายไทยใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว โดยเฉพาะ Cleanser, Moisturizer และ Sunscreen นอกจากนี้ ผู้ชายบางกลุ่มยังซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลผิวบ่อยกว่าผู้หญิงและมีรายได้เฉลี่ยสูงกว่า
ข้อมูลจาก Nielsen ระบุว่า ผู้ชายซื้อครีมบำรุงผิวหน้าบ่อยกว่าผู้หญิง โดยผู้ชายมีแนวโน้มที่จะซื้อมากกว่า 2 ครั้งต่อเดือน ในขณะที่ผู้หญิงมักซื้อทุก 2-3 เดือน หรือเดือนละครั้ง
8. Local Brands on the Rise: แบรนด์ไทยมาแรง
แบรนด์ไทยกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในตลาดเครื่องสำอาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ลิปสติก ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพดี ราคาเข้าถึงได้ และความเข้าใจในเฉดสีผิวของคนไทย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แบรนด์ไทยประสบความสำเร็จ ทำให้มีหลายแบรนด์ดัง เช่น Cute Press, Srichand และ 4U2 ได้ก้าวขึ้นมาติดอันดับต้นๆ ในกลุ่มเครื่องสำอาง
9. Gen Z : นักช้อปที่มาพร้อมข้อมูล
แบรนด์ควรให้ความสำคัญกับการทำตลาดบน Social Media เพื่อเข้าถึง Gen Z เพราะ Gen Z นิยมใช้ Social Media เป็นช่องทางหลักในการค้นหาสินค้า หาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า สนใจนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และกระแสรักษ์โลก ดังนั้นแบรนด์ต่างๆ ควรเข้าใจความต้องการของ Gen Z เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์
10. Omni-Channel: กลยุทธ์เชื่อมโลกออนไลน์และออฟไลน์ ตอบโจทย์นักช้อปยุคใหม่
ถึงแม้ว่าการซื้อของออนไลน์จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ร้านค้าจริงก็ยังคงมีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสินค้าบางประเภท เช่น สินค้าความงามและสุขภาพ ที่ผู้บริโภคต้องการสัมผัส ลอง หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจซื้อ 46% ของคนไทยค้นหาข้อมูลออนไลน์ก่อนไปซื้อที่หน้าร้าน และ 34% ดูสินค้าที่หน้าร้านก่อนแล้วค่อยสั่งซื้อออนไลน์
Omni-Channel กลายเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับแบรนด์ในยุคปัจจุบันที่ผสานช่องทางการขายทั้งออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อสร้างประสบการณ์การซื้อสินค้าที่ราบรื่นและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในทุกขั้นตอน
เทรนด์ความงามและสุขภาพในปี 2025 ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือเครื่องสำอางอีกต่อไป แต่ครอบคลุมไปถึงการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม แบรนด์ที่ต้องการอยู่รอดและเติบโตในอุตสาหกรรมนี้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค