โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หอค้าไทย ชง 8 เรื่องด่วน เร่งแก้ไขพ้นวิกฤตการค้า ชงตั้ง กก.ร่วมก.เกษตรกับภาคเอกชน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 พ.ค. 2568 เวลา 09.47 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2568 เวลา 08.43 น.

หอค้าไทย ชง 8 เรื่องด่วน เร่งแก้ไขพ้นวิกฤตการค้า ชงตั้ง กก.ร่วมก.เกษตรกับภาคเอกชน

วันที่ 1 พฤษภาคม นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวภายหลังนำคณะกรรมการสายงานเกษตรและอาหาร หอการค้าไทย หารือกับนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า เข้าพบเพื่อหารือแนวทางความร่วมมือและแก้ไขปัญหาภาคเกษตรภายในประเทศและการส่งออกสินค้าเกษตรไปต่างประเทศ ซึ่งต้องยอมรับว่าภาคเกษตรและอาหารมีความสำคัญ อย่างยิ่งต่อการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตสินค้าเกษตร และส่งออกไปยังต่างประเทศ นับว่าเป็นฟันเฟืองสำคัญส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการจ้างงาน แต่ด้วยสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้าระหว่างประเทศในปัจจุบัน อาทิ มาตรการภาษีของสหรัฐฯ (US Trade Barrier) ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารของประเทศ อีกทั้ง ปัญหาสถานการณ์การส่งออกทุเรียนของไทยไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ได้กำหนดให้ผู้ส่งออกต้องแนบรายงานผลการทดสอบ (Test Report) ของสาร Basic Yellow 2 โดยหากไม่ได้การแก้ไขเป็นการเร่งด่วนจะทำให้ภาคเกษตรของไทยได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งห่วงโซ่อุปทานของภาคการเกษตรไทย เป็นต้น

นายพจน์ กล่าวว่า ในการหารือทางคณะกรรมการหอการค้าไทยฯนำเสนอนโยบาย Unlocking New Growth : ศักยภาพใหม่แห่งการเติบโต เป็นยุทธศาสตร์หลักของหอค้าไทยในการขับเคลื่อนประเทศ ให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก พร้อมทั้งได้ให้ความสำคัญกับ 5 Core Value Chain ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และธุรกิจ ได้แก่ 1.การค้าและการลงทุน 2.เกษตรและอาหาร 3.ท่องเที่ยวและบริการ 4.AI Robot & Digital Technology และ 5. Sustainability ในการขับเคลื่อนเป้าหมายให้ตรงจุด พร้อมกับยกระดับภาคเกษตร และอาหารของไทยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นคลังอาหารของโลก

นายพจน์ กล่าวว่า หอการค้าไทย ได้เสนอประเด็นปัญหาและข้อเสนอแนะเร่งด่วนของธุรกิจเกษตรและอาหารต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาภาคเกษตรภายในประเทศและการส่งออกสินค้าเกษตรไปต่างประเทศ ดังนี้
1. จัดตั้งคณะกรรมการ Global Trade Task Force เพื่อสร้างความร่วมมือภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาภาคเกษตรภายในประเทศและการส่งออกสินค้าเกษตรไปต่างประเทศ พร้อมทั้ง พิจารณาการนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารที่จำเป็นจากสหรัฐฯ ที่จะช่วยให้ไทยมีจุดยืนที่ดีขึ้นในการเจรจาต่อรองกับสหรัฐฯ และเสนอให้กระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนงบประมาณเพื่อยกระดับประสิทธิการผลิตและลดต้นทุนสินค้าเกษตร ตลอดจน สนับสนุนการนำเข้าสินค้าเกษตรคุณภาพจากต่างประเทศมาแปรรูปแล้วส่งออกในรูปแบบสินค้ามูลค่าสูง
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้มีคำสั่งบริหารฉบับใหม่ชื่อ “Restoring American Seafood Competitiveness” Executive Orders April 17, 2025 เพื่อฟื้นฟูความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารทะเลของสหรัฐฯ โดยขอให้กระทรวงเกษตรฯ ช่วยประสานงานกับสหรัฐฯ พิจารณายกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าทูน่ากระป๋อง (160414) ที่ผลิตจากทูน่าของสหรัฐฯ ให้กับประเทศไทย (US MFN Rate ทูน่ากระป๋อง 12.5%) และลดอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษีทั้งหมด (Non-Tariff Barriers: NTBs) รวมถึงเร่งรัดการเจรจา FTA เพื่อประโยชน์ทางสิทธิภาษีในด้านสินค้าประมง โดยต้องไม่กระทบเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในประเทศ

2. หอการค้าไทย ยังมีข้อห่วงใยเกี่ยวกับปัญหาการส่งออกทุเรียนไปจีน จึงขอให้จัดตั้ง “ทีมประเทศไทย แก้ไขปัญหาส่งออกทุเรียนและผลไม้ไปจีน (Team Thailand)” เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการร่วมกันวางแนวทางการเจรจาและดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาการส่งออกทุเรียนไปยังจีนอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเสนอให้กระทรวงเกษตรฯ เร่งรัดประสานงานทางการจีนพิจารณาผ่อนปรนมาตรการตรวจสอบสารตกค้างในทุเรียนไทยและเพิ่มความรวดเร็วในการตรวจผ่านด่านเพิ่มเครื่องมือและอุปกรณ์การตรวจ รวมทั้งเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่เพื่อรองรับปริมาณสินค้าที่จะส่งออกไปยังตลาดจีนในช่วงฤดูผลไม้

3. เสนอให้กระทรวงเกษตรฯ ร่วมมือกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สร้างความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนดำเนินการควบคุมการใช้ ผลิต นำเข้า ส่งออก และห้ามมีไว้ครอบครองสารคลอร์ไพริฟอส ตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาการส่งออกข้าวไทยไปต่างประเทศ

4. เสนอให้กระทรวงเกษตรฯ ลดอุปสรรคต่อการส่งออก ทั้งด้านกฎหมายและกฎระเบียบที่สุ่มเสี่ยงต่อการขัดต่อพันธกรณีระหว่างประเทศ NTB อาทิ การเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้นำเข้าสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ ภายใต้ ร่างพรบ.แก้ไขเพิ่มเติม พรก.การประมง พ.ศ.2558 พ.ศ. …. , ปัญหาการเก็บค่าธรรมเนียม ร่างกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมและยกเว้นค่าธรรมเนียม ภายใต้ พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 เป็นต้น

5. เสนอให้กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมประมงและกรมปศุสัตว์ เร่งรัดการประสานงานกับ Federal Service for Veterinary and Phytosanitary Surveillances (FSVPS) เพื่อลดอุปสรรคการถูกระงับการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำแปรรูปและอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยจากประเทศรัสเซีย

6. เสนอให้บูรณาการความร่วมมือเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมแช่เยือกแข็งไทย โดยการเร่งรัดแก้ไขปัญหาวัตถุดิบขาดแคลน ทั้งด้านการเลี้ยงและการจับจากแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยส่งเสริมและสรรหาแหล่งวัตถุดิบจากประเทศที่มีศักยภาพ ตลอดจนสนับสนุนและส่งเสริมจัดทำนโยบายเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งขาวแวนาไมน์ สนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ระบบเทคโนโลยี ในการตรวจสอบย้อนกลับข้อมูลให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างฐานข้อมูลภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะการตรวจสอบย้อนกลับ พร้อมทั้งจัดระเบียบและขึ้นทะเบียนควบคุมผู้ประกอบการผลิตตลอดห่วงโซ่การผลิตให้เกิดประสิทธิภาพ

7. เสนอให้ยกระดับอาหารแห่งอนาคต (Future Food) โดยร่วมมือกับหอการค้าไทยในการสนับสนุน และส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงผำ ตั้งแต่การให้องค์ความรู้ด้านการผลิต การรับรองตามระบบมาตรฐานสินค้าเกษตร การพัฒนาสายพันธุ์ผำที่ตลาดต้องการ ฯลฯ พร้อมทั้งสนับสนุน Lab ตรวจวิเคราะห์โปรตีนในผำอบแห้ง และร่วมส่งเสริมการตลาดผำอบแห้งของไทยในชื่อ “ผำฉะ” ที่มีคุณประโยชน์และสามารถประกอบอาหารคล้ายชาเขียวมัทฉะ

8. บูรณาการความร่วมมือขับเคลื่อนศูนย์ประสานงานและประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและอาหาร (AFC) โดยขอให้กระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนและร่วมประชาสัมพันธ์การขับเคลื่อนศูนย์ AFC โดยให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศจัดตั้งหน่วยงานรับผิดชอบศูนย์ AFC ประจำจังหวัด เพื่อร่วมกันทำงานต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาด-ราคาตกต่ำของเกษตรกร
” โดยกระทรวงเกษตร จะจัดตั้งคณะกรรมการความร่วมมือภาครัฐและเอกชนด้านเกษตรและอาหาร (กรอ.กษ) เพื่อพิจารณานำประเด็นที่เกี่ยวข้องไปร่วมแก้ไขร่วมกันต่อไป ” นายพจน์ กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หอค้าไทย ชง 8 เรื่องด่วน เร่งแก้ไขพ้นวิกฤตการค้า ชงตั้ง กก.ร่วมก.เกษตรกับภาคเอกชน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...