โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘นฤมล’ ย้ำมาตรการความปลอดภัย คุมเข้ม ‘คุณภาพผลไม้ไทย’ เร่งสร้างความเชื่อมั่น

The Bangkok Insight

อัพเดต 28 เม.ย. 2568 เวลา 07.32 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2568 เวลา 07.32 น. • The Bangkok Insight

"นฤมล" เน้นย้ำมาตรการความปลอดภัย สั่งคุมเข้ม "คุณภาพผลไม้ไทย" เร่งสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภคทั้งใน และต่างประเทศ

วันนี้ (28 เม.ย.) นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนา และบริหารจัดการผลไม้ ครั้งที่ 3/2568 ว่า ที่ประชุมได้ติดตามความก้าวหน้า ในการแก้ไขปัญหาอุปสรรคการค้าผลไม้ (ทุเรียน ลำไย และมะม่วง) ระหว่างไทย และจีน

คุณภาพผลไม้ไทย

โดยเน้นย้ำเรื่องการดูแลสุขอนามัยพืชให้ปลอดสารเคมี และเร่งส่งรายชื่อล้งที่มีความปลอดภัยสูง จำนวน 307 ล้ง ให้ทางการจีนตรวจสอบ เพื่อสร้างความมั่นใจในตัวสินค้าเกษตรไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ

ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบแผนติดตาม และบริหารความเสี่ยงในการดำเนินงานบริหารจัดการผลไม้ ปี 2568 ในช่วงพฤษภาคม-มิถุนายน ที่กำลังจะออกผลผลิตสู่ท้องตลาด

ได้แก่ เตรียมการบริหารจัดการน้ำ การควบคุมผลผลิตให้ได้มาตรฐาน ป้องกันการสวมสิทธิ์ การเพิ่มประสิทธิภาพห้องปฏิบัติการตรวจรับรองผล การสุ่มตรวจคุณภาพผลไม้อย่างเข้มข้น

การส่งเสริมองค์ความรู้ให้เกษตรกร เตรียมการรับมือภัยแล้ง และพายุฤดูร้อน พร้อมประชาสัมพันธ์ให้เกิดการบริโภคผลไม้ในประเทศ รวมถึงอำนวยความสะดวกการค้าระหว่างแดนและข้ามแดน

นางนฤมล ระบุว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะดูแลคุณภาพสินค้าให้มีมาตรฐาน และมีความปลอดภัย เพื่อส่งต่อให้กระทรวงพาณิชย์ทำงานได้สะดวก ในด้านการส่งออก และการกระจายสินค้าภายในประเทศ

โดยขอให้คณะกรรมการ และทุกภาคส่วนบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษามาตรฐาน และยกระดับสินค้าเกษตรไทยอย่างเคร่งครัด อีกทั้งช่วยป้องกันผลผลิตล้นตลาด ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ และผู้บริโภคได้รับสินค้าที่มีคุณภาพดี

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานตามแผน/มาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2568 ด้านตลาดและการตลาด

กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์ด้านการผลิตการตลาดในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และดำเนินการจัดหาคำสั่งซื้อล่วงหน้า ผ่านภาคีเครือข่ายภาครัฐ-เอกชน

จัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคผลไม้ในพื้นที่แหล่งบริโภคที่มีศักยภาพสูง เช่น ห้างโมเดิร์นเทรด ห้างท้องถิ่น ตลาดกลาง ตลาดค้าส่ง-ค้าปลีก แหล่งชุมชน งานธงฟ้า ฯลฯ เพื่อเร่งเชื่อมโยงระบายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต ในช่วงที่ออกสู่ตลาดมากต่อไป

คุณภาพผลไม้ไทย

ทั้งยังร่วมมือกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สนับสนุนบรรจุภัณฑ์พร้อมค่าขนส่ง (กล่องขนาดบรรจุ 10 กก. และตะกร้า 5 กก.) รวม 200,000 ชิ้น เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการขนส่งให้กับเกษตรกรในการจำหน่ายผลผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรง ผ่านช่องทางออนไลน์ และออฟไลน์ ซึ่งกำหนดเป้าหมายบริหารจัดการผลไม้ 3 เดือน (เม.ย.-มิ.ย.) อยู่ที่ 122,500 ตัน

เปิดข้อมูลผลผลิตผลไม้ 4 ชนิด ภาคตะวันออก-ใต้

สำหรับสถานการณ์การผลิต และข้อมูลเอกภาพไม้ผลภาคตะวันออก ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ของ 3 จังหวัดภาคตะวันออก คือ ระยอง จันทบุรี และตราด ในปี 2568 มีเนื้อที่ยืนต้นรวม 996,047 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีจำนวน 958,608 ไร่ เพิ่มขึ้น 37,439 ไร่ หรือ 3.91%

เนื้อที่ให้ผลรวม 745,430 ไร่ เพิ่มขึ้น 64,592 ไร่ หรือ 9.49% จากจำนวน 680,838 ไร่ ในปี 2567 ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ 1,742 กิโลกรัม เพิ่มขึ้น 274 กิโลกรัม หรือ 18.66% จากจำนวน 1,468 กิโลกรัมในปีที่แล้ว

ส่วนปริมาณผลผลิตรวมอยู่ที่ 1,298,482 ตัน เพิ่มขึ้น 299,271 ตัน หรือ 29.95% จากจำนวน 999,211 ตัน ในปี 2567

ปริมาณผลผลิตไม้ผลทั้ง 4 ชนิดในปีนี้เพิ่มขึ้น เนื่องจากปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ และสภาพอากาศแปรปรวน ปริมาณผลผลิตน้อย จึงทำให้ได้พักต้นสะสมอาหาร สภาพต้นสมบูรณ์ พร้อมออกดอกติดผลได้อย่างเต็มที่

ประกอบกับปีนี้สภาพอากาศหนาวเย็น เอื้ออำนวยต่อการออกดอก และติดผล โดยผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่เพิ่มขึ้นทั้ง 4 ชนิด ประกอบกับทุเรียนที่ปลูกในระยะหลายปีที่ผ่านมา เริ่มให้ผลผลิตเป็นปีแรกเพิ่มขึ้น จำนวน 72,908 ไร่ หรือ 14.69%

คุณภาพผลไม้ไทย

แม้ในบางพื้นที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกชุกในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2568 ทำให้ดอกและผลเล็กร่วง แต่ภาพรวมผลผลิตรวมของไม้ผลทั้ง 4 ชนิด เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา

สำหรับการกระจายตัวของไม้ผลทั้ง 4 ชนิด เริ่มทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-ตุลาคม 2568 โดยจะออกกระจุกตัวสูงสุดในเดือนพฤษภาคม คิดเป็นสัดส่วน 40.87% ของผลผลิตทั้งหมด

ในส่วนสถานการณ์การผลิต และข้อมูลประมาณการไม้ผลภาคใต้ ปี 2568 ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ของ 14 จังหวัดภาคใต้ มีเนื้อที่ยืนต้นรวม 1,256,652 ไร่ เพิ่มขึ้น 42,637 ไร่ หรือ 3.51% จากจำนวน 1,214,015 ไร่ ในปี 2567

เนื้อที่ให้ผลรวม 1,000,882 ไร่ เพิ่มขึ้น 30,811 ไร่ หรือ 3.18% จากจำนวน 970,071 ไร่ ในปีที่แล้ว ปริมาณผลผลิตรวม 923,250 ตัน เพิ่มขึ้น 210,844 ตัน หรือ 29.60% จากจำนวน 712,406 ตัน ในปี 2567

สำหรับการกระจายตัวของไม้ผลทั้ง 4 ชนิด ในภาคใต้ เริ่มทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 โดยจะออกกระจุกตัวสูงสุดในเดือนสิงหาคม มีปริมาณ 250,382 ตัน หรือคิดเป็น 27.12% ของผลผลิตทั้งหมด

ทั้งนี้ เกษตรกรควรเตรียมความพร้อมรับมือใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ กักเก็บน้ำ ใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการบริหารจัดการน้ำ ส่วนหน่วยงานที่ข้องอต้องเร่งบูรณาการวางแผนจัดสรรน้ำให้เพียงพอ เพื่อรองรับการผลิตผลไม้ภาคใต้ตลอดฤดูกาลเก็บเกี่ยว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...