หนึ่งครอบครัว หนึ่งไก่! หมู่บ้านฝรั่งเศส-เบลเยียมแจกไก่ช่วยครัวเรือนลดขยะอาหาร
หนึ่งครอบครัว หนึ่งไก่! หมู่บ้านฝรั่งเศส-เบลเยียมแจกไก่ช่วยครัวเรือนลดขยะอาหาร
ตั้งแต่ปี 2015 หมู่บ้านเล็ก ๆ อย่าง Colmar ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส ได้เริ่มโครงการแจกไก่ฟรีให้กับประชาชน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดขยะอาหาร จากการที่ไก่จะช่วยกินอาหารที่เหลือ แถมแต่ละครัวเรือนก็จะได้ไข่ฟรีด้วย!
โครงการนี้มาจากนโยบายของ Gilbert Meyer อดีตประธานชุมชน Colmar Agglomération ที่เคยหาเสียงด้วยสโลแกน “หนึ่งครอบครัว หนึ่งไก่” เขาร่วมมือกับฟาร์มไก่ในท้องถิ่น แจกไก่ให้ประชาชนกว่า 200 ครัวเรือนใน 4 เมือง โดยให้ไก่ครอบครัวละ 2 ตัว มีตัวเลือกเป็นไก่แดง (Poulet Rouge) หรือไก่สายพันธุ์อัลซาส (Alsace) ซึ่งเป็นพันธุ์พื้นเมืองของพื้นที่
เงื่อนไขของผู้ที่ได้ไก่ไปคือ ผู้อยู่อาศัยต้องเซ็นสัญญาดูแลไก่ และเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบสวัสดิภาพสัตว์ได้ตลอดเวลา บ้านที่เข้าร่วมต้องมีพื้นที่อย่างน้อย 8-10 ตร.ม.ให้ไก่อยู่ และต้องจัดหากรงไก่เอง
โครงการนี้ได้ผลดี และยังคงดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2022 จนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบัน มีทั้งหมด 20 เมืองในชุมชนโกลมาร์ที่เข้าร่วม มีการแจกไก่ไปแล้วถึง 5,282 ตัว และกำลังเปิดรับสมัครรอบใหม่สำหรับเดือนมิถุนายน 2025
นอกจากชาวบ้านจะได้รับไข่สดฟรีจากไก่ที่เลี้ยงไว้แล้ว ขยะอาหารที่เคยต้องทิ้งก็ถูกนำมาใช้เป็นอาหารไก่ ทำให้ลดขยะที่จะถูกส่งไปฝังกลบได้ถึง 273.35 ตัน ตั้งแต่เริ่มโครงการ
ขยะอาหารเป็นหนึ่งในตัวการสำคัญของการปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งมีผลกระทบรุนแรงต่อภาวะโลกร้อนมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 80 เท่าในช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ในสหรัฐฯ เพียงประเทศเดียว ขยะอาหารคิดเป็น 58% ของการปล่อยก๊าซมีเทนจากหลุมฝังกลบ
ในระดับโลก อาหารที่ผลิตขึ้นมาเพื่อการบริโภคของมนุษย์ กลับถูกทิ้งไปถึง 1.3 พันล้านตันต่อปี หรือประมาณ 1 ใน 3 ของอาหารทั้งหมด ซึ่งการสูญเสียเหล่านี้ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก 8-10% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก มากกว่าการปล่อยก๊าซจากอุตสาหกรรมการบินถึง 5 เท่า
นอกจากโกลมาร์แล้ว เมืองเล็ก ๆ หลายแห่งในฝรั่งเศสและเบลเยียมก็เคยทดลองแนวคิดนี้มาก่อน เช่น เมือง Pincé ในฝรั่งเศส ที่แจกไก่ให้ครอบครัวละ 2 ตัวตั้งแต่ปี 2012 ตอนแรกเป็นแค่ไอเดียขำๆ แต่กลับกลายเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จ
ในเบลเยียม เมือง Mouscron และแอนต์เวิร์ป Antwerp ก็เคยแจกไก่ให้ประชาชน รวมถึงใน จังหวัดลิมเบิร์ก Limburg ที่มีคนรับเลี้ยงไก่มากกว่า 2,500 ครอบครัวภายในปีเดียว โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเลี้ยงไก่ อย่างน้อย 2 ปี และห้ามนำไปเชือดกิน
แนวคิดนี้อาจใช้ได้ผลในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในที่ที่ไข่ไก่ราคาแพง เช่น แคลิฟอร์เนียและนิวยอร์ก ที่ไข่ไก่ 1 โหลอาจมีราคาสูงถึง 9 ดอลลาร์ (ประมาณ 320 บาท) หากเลี้ยงไก่สายพันธุ์ที่ออกไข่เก่ง ตัวหนึ่งอาจให้ไข่ได้มากถึง 300 ฟองต่อปี หรือคิดเป็นมูลค่าถึง 225 ดอลลาร์ (ประมาณ 8,000 บาท) ต่อปี
อย่างไรก็ตาม นักวิชาการบางคนมองว่าแนวคิดนี้อาจไม่เหมาะกับทุกประเทศ Paul Behrens จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดเตือนว่าในสหราชอาณาจักร อาจมีปัญหาเรื่องโรคไข้หวัดนก และกฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับการเลี้ยงไก่
ในสหรัฐฯ Mark Bomford จากมหาวิทยาลัยเยลก็มองว่าการแจกไก่ไม่น่าจะเป็นทางออกที่ดี เพราะปัจจุบันสหรัฐฯ กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนไข่เนื่องจากการระบาดของไข้หวัดนก การแจกไก่ในช่วงนี้อาจทำให้สถานการณ์แย่ลง
ในสหรัฐฯ จึงมีบริการที่ช่วยแก้ไขปัญหาอีกวิธี คือแนวคิดของธุรกิจ Rent The Chicken ในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ พวกเขาให้เช่าไก่พร้อมอาหาร และอุปกรณ์เป็นเวลา 6 เดือน ทำให้คนที่อยากลองเลี้ยงไก่สามารถมีไข่สดกินเองได้โดยไม่ต้องเลี้ยงตลอดไป
แม้ว่าการแจกไก่จะช่วยลดขยะอาหารและให้ผลตอบแทนเป็นไข่ไก่สด แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการเลี้ยงไก่ที่บ้านอาจไม่ได้ให้ผลผลิตมากเท่ากับฟาร์มอุตสาหกรรม
นักวิชาการบางคนเตือนอีกว่า วิธีที่ดีที่สุดในการลดขยะอาหาร คือการไม่สร้างขยะตั้งแต่แรก ไม่ใช่เพียงแค่หาทางนำของเหลือไปใช้ คนจำนวนมากอาจรู้สึกว่าถ้าพวกเขามีไก่หรือถังปุ๋ยหมักไว้รองรับขยะ ก็จะไม่ระมัดระวังในการลดขยะอาหารเท่าที่ควร
ที่มา