โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นายกฯ ประชุมข้าราชการระดับปลัดกระทรวง สั่ง ก.พาณิชย์ หน่วยงานหลักรับมือผลกระทบภาษีสหรัฐ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 พ.ค. 2568 เวลา 14.36 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. 2568 เวลา 07.36 น.

นายกฯ ประชุมข้าราชการระดับปลัดกระทรวง สั่ง ก.พาณิชย์ หน่วยงานหลักรับมือผลกระทบมาตรการภาษีสหรัฐ ส่วนงบฯ 68 ย้ำเร่งใช้อย่างคุ้มค่า วางแผนเผื่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลก

วันที่ 7 พฤษภาคม 2568 เวลา 11.30 น. ณ ห้องประชุมบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ ถนนนนทบุรี อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 4/2568 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า จำนวน 42 คน เข้าร่วมประชุม

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวมอบนโยบายในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่าว่า การประชุมหัวหน้าส่วนราชการครั้งที่ผ่านมา ได้รับฟังข้อเสนอแนะที่มีประโยชน์นำไปติดตามงานได้หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวแบบ Man -made destination การขยายผลการใช้ Traffy Fondue ทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นช่องทางร้องเรียนหลักของรัฐบาล

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ทุกกระทรวงไปขยายผลในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้แต่ละกระทรวงได้รับเรื่องร้องเรียนนำไปแก้ปัญหา โดยรัฐบาลจะเป็นศูนย์กลางในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในช่องทางออนไลน์และทุกช่องทาง

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สำหรับการเร่งรัดการดำเนินงาน การใช้งบประมาณรายจ่ายด้านลงทุน ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ได้รายงานตัวเลข เมื่อเดือนที่ผ่านมา ยังพบว่างบลงทุนภาครัฐในปีนี้ เบิกจ่ายไปในระบบประมาณ5แสนกว่าล้านบาท หรือคิดเป็น 34% ของงบลงทุนทั้งหมด ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้น แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมาย ขอให้ทุกหน่วยงานจริงจัง และเร่งรัดในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง

รวมทั้งปรับแผนการใช้จ่ายงบประมาณ และเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีที่สามารถชะลอยกเลิกรายการที่ล่าช้าไปแก้ปัญหาผลกระทบจากแผ่นดินไหวแทน นอกจากนี้ เมื่อเดือนที่ผ่านมา ได้หารือกับปลัดกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงมาตรการสวมสิทธิ์ของสินค้าในไทย และการแก้ปัญหาสินค้า และธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมายในไทยแล้ว

“ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปรับปรุงช่องโหว่ทางกฎหมายที่เอื้อต่อการสวมสิทธิ์และการประกอบธุรกิจลักษณะนอมินี เข้มงวดการตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพสินค้า การตรวจสอบโรงงาน และบริษัทที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายนอมินี การจ้างงานแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย

รวมทั้งทบทวนเงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุนให้มีการจ้างแรงงานไทย และการใช้ปัจจัยการผลิตในประเทศรวมถึงการพัฒนาการออกใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin) ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การเชื่อมโยงกับนโยบาย One Stop Service ที่จะร่วมมือกับหลายๆ หน่วยงานเพื่อให้การบริการแก่พี่น้องประชาชนมีความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า อีกหนึ่งบทบาทหลักของกระทรวงพาณิชย์ คือ การเร่งส่งเสริมสินค้าเกษตรไทย ซึ่งปัจจุบันมีราคาที่ต่ำกว่าปีที่ผ่าน ๆ มา และมีสินค้าล้นตลาด ขอให้มีความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงเกษตรฯ ในการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร

รวมไปถึงการสนับสนุนโครงการ Thai select ที่จะทำให้สินค้าไทยที่มีคุณภาพ ได้รับการรับรองมาตรฐาน และส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านอาหารไทยในต่างประเทศ หากมีการจัดหาวัตถุดิบจากเกษตรกรไทยที่มีคุณภาพ จะทำให้การเกษตรกรไทยมีรายได้ที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น

“ขอให้กระทรวงพาณิชย์ หามาตรการในการพยุงราคาสินค้าเกษตรไทยให้มีเสถียรภาพ ปราศจากพ่อค้าคนกลาง มีการร่วมตรวจสอบสินค้าอย่างเข้มงวดเพื่อให้ได้มาตรฐาน หาความร่วมมือกับภาคเอกชนในการรับซื้อสินค้าเกษตรที่ล้นตลาด หรือราคาต่ำ

ส่วนมาตรการระยะยาว จะต้องเร่งสร้างความมั่นใจในคุณภาพในสินค้าไทย และหาตลาดใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ จึงขอความร่วมมือกับทุกท่าน หากมีข้อเสนอแนะในเรื่องนี้สามารถเสนอได้เลย เพราะเป็นปัญหาที่สำคัญ ที่จะต้องเร่งแก้ไข ตนเองพร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอแนะเชิงรุก” นายกรัฐมนตรี ย้ำ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าประเด็นระหว่างประเทศ ในฐานะที่กระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการค้า และการลงทุน ต้องเป็นหน่วยงานหลักในการรับมือกับผลกระทบของมาตรการการค้าสหรัฐฯ ที่ต้องทำควบคู่ไปกับการเตรียมพร้อมเจรจาฯ ไม่ว่าจะเป็นการหาคู่ค้าหรือตลาดใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งที่มากเกินไป การใช้ประโยชน์จาก FTA ที่ไทยมีอยู่กับประเทศต่าง ๆ

ขณะเดียวกันก็ยังต้องให้ความสำคัญกับตลาดภายในประเทศ เพื่อลดความผันผวนไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภายนอก และส่งเสริมผู้ประกอบการในการยกระดับและพัฒนาสินค้าให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ต่อไป

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...