โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อนาถ! พ่อป่วยติดเตียง เครียดจัดคว้าปืนยิงตัวเองดับ ลั่น ไม่อยากเป็นภาระ

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 11 มี.ค. 2568 เวลา 14.12 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. 2568 เวลา 07.12 น. • Bright Today

ลูกใจสลาย! พ่ออดีตโชเฟอร์ทนทุกข์ไม่ไหว ใช้จังหวะลูกเผลอคว้าปืนยิงตัวเองดับคาห้อง หลังป่วยติดเตียง ลั่น ไม่อยากเป็นภาระใคร

วันที่ 11 มี.ค. 2568 เมื่อเวลา 10.00 น. ร.ต.อ.ไท สว่างจิตร รอง สว. (สอบสวน) สน.ปทุมวัน ได้รับแจ้งเหตุมีคนยิงตัวตาย
บริเวณถนนพระราม 6 ซอย15 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจและอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

1351296 0-min

ที่เกิดเหตุพบเป็นอาคารที่พักอาศัยสูง 6 ชั้น ภายในห้องเลขที่ 1508 ชั้น 5 พบศพนายสวิทย์ อายุ 70 ปี เจ้าของห้อง สภาพศพนอนหงายบนเตียงนอน มีบาดแผลถูกอาวุธปืนขนาด .38 ยิงที่ขมับขวาทะลุซ้าย พบปืนพกสั้นขนาด .38 ตกใกล้มือขวา เก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน ทราบว่า ผู้เสียชีวิตพักอาศัยอยู่กับลูกสาว 2 คน เมื่อก่อนเคยเป็นโชเฟอร์ขับแท็กซี่ แต่เพราะป่วยเป็นความดันจนเส้นเลือดในสมองแตก รักษาตัวโรงพยาบาลกลาง ทำให้เป็นผู้ป่วยติดเตียงมานาน 3-4 เดือนแล้ว ภายหลังต้องมานอนรักษาตัวต่อที่ห้องพักและมีลูกสาวคอยดูแล ที่ผ่านๆมาเจ้าตัวเคยบ่นกับลูกว่าอยากตาย ไม่อยากเป็นภาระลูกหลาน

ส่วนปืนเป็นของคนตายมีเก็บไว้นานแล้ว ก่อนเกิดเหตุช่วงเช้าลูกสาวลุกมาเปลี่ยนแพมเพิสให้และนอนต่อ แต่ต้องสะดุ้งตื่นได้ยินเสียงปืน ซึ่งขณะนั้นเห็นพ่อยังหายใจอยู่ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่พยายาม ทำ CPR ยื้อชีวิตแต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ตายน่าจะเครียดป่วยเป็นโรคนอนติดเตียง ไม่ต้องการเป็นภาระลูกฉวยโอกาสลูกสาวหลับใช้ปืนยิงตัวเองเสียชีวิต นำศพส่งชันสูตรรพ.ตำรวจ ก่อนให้ญาติประสานรับศพเพื่อนำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...