โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ความฝัน” 4 ประเภท จาก 4 สาเหตุในคัมภีร์พุทธศาสนา ฝันเวลาไหนมักเป็นลางบอกเหตุ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 14 ธ.ค. 2568 เวลา 09.03 น. • เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2568 เวลา 08.57 น.
ภาพประกอบบทความ - จิตรกรรมจุลปทุมชาดก ที่วัดกำแพงบางจาก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร (ภาพจาก กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร)

“ความฝัน”เรื่องราวที่ผู้ฝันนึกเห็นภาพในขณะหลับ คือสิ่งที่มนุษย์พยายามจัดระเบียบและอธิบายมาอย่างยาวนาน รวมถึงเอามาเป็นส่วนหนึ่งของการเล่าเรื่อง ดังเราจะเห็นการหยิบยกความฝันในเชิงเป็น “ลางบอกเหตุ” ทั้งเหตุดี-เหตุร้าย ในวรรณกรรม วรรณคดี หรือแม้แต่การเล่าเรื่องในคัมภีร์ศาสนาบางศาสนา

แล้วในพระพุทธศาสนา พระคันถรจนาจารย์ทั้งหลายอธิบายหรือจัดประเภทความฝันไว้อย่างไรบ้าง?

ความฝัน 4 ประเภท

ในที่นี้ขอยกเวอร์ชันของพระนันทาจารย์ผู้แต่งคัมภีร์ “สารัตถสังคหะ”คัมภีร์สำคัญฉบับหนึ่งในพุทธศาสนา ที่จำแนกประเภทของความฝันตามสาเหตุออกเป็น 4 ประเภท ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาแตกต่างกัน 4 ช่วงเวลา ดังนี้

1. ความฝันแบบธาตุโขภ เกิดจากธาตุกำเริบ คือธาตุใดธาตุหนึ่งในร่างกายผิดปกติ ทำให้อาหารไม่ย่อย เป็นผลให้ร่ายกายหรือจิตใจไม่สบายตามไปด้วย เช่น ท้องปั่นป่วน เมื่อหลับจึงเกิดความฝันพิกลหรือฝันร้ายต่าง ๆ นานา

คนที่ฝันด้วยเหตุนี้มักฝันในช่วงหัวค่ำ หรือระหว่างเวลา 18.00-22.00 น. คือเวลาที่อาหารยังย่อยไม่หมด จึงหลับไม่สนิท ยิ่งผู้ที่มีโรคในตัวมักจะฝันร้ายเพราะทุกขเวทนาที่เกิดกับร่างกายเป็นเหตุร่วมด้วย

2. ความฝันแบบจิตนิวรณ์ เกิดจากภาวะที่ดวงจิตพัวพันอยู่กับสิ่งหนึ่งสิ่งใด หรือเรื่องหนึ่งเรื่องใด จนจมอยู่กับการคิดวิตกเรื่องนั้น คือฝันตามความคิดหรือความกังวลจากตอนเวลาตื่นนั่นเอง

ความฝันนี้จึงเกิดจากความทรงจำ จากดวงจิตที่หน่วงเอาสิ่งหนึ่งหรือเรื่องหนึ่งมาเป็นอารมณ์ ไม่ว่าจะตั้งใจจำหรือไม่ แล้วเก็บไปฝัน มักเกิดขึ้นในช่วงเวลาระหว่าง 22.00-02.00 น.

3. ความฝันแบบบุพนิมิต เกิดจากนิมิตหรือแรงผลักดันของบุญกุศลหรือบาปอกุศลของตนเองหรือผู้อื่น ความฝันดังกล่าวมีลักษณะพิเศษคือ บอกให้รู้ถึงเหตุดีเหตุร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้น

ความฝันประเภทนี้มักเกิดขึ้นระหว่างเวลา 02.00-06.00 น. แต่ผู้รู้บางท่านบอกว่าอาจเกิดขึ้นได้ก่อน 02.00 น. คือฝันได้ตั้งแต่ 24.00-06.00 น. บ้างว่าระหว่าง 03.00-07.00 น. หลังจากอาหารย่อยดีแล้ว และจิตใจของผู้ฝันไม่ผูกพันกับเรื่องใด ๆ

จึงอาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า ความฝันแบบบุพนิมิตสามารถเกิดขึ้นได้ระหว่าง 24.00-07.00 น.

4. ความฝันแบบเทพสังหรณ์ เกิดจากการดลบันดาลของเทพยดา ในที่นี้หมายรวมทั้ง เทพ เทวดา หรือภูตผี ที่เรียกว่า “โอปปาติกะ” ที่ดลบันดาลให้คนฝันได้

ฝันประเภทนี้ หากผู้ฝันเป็นคนที่เทวดารักใคร่และปรารถนาจะสงเคราะห์ ก็จะมาบอกเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคตให้รู้ก่อน ในทางกลับกัน ถ้าเทวดาชังหรือมีจิตคิดร้ายอยากกลั่นแกล้ง ก็จะหลอกบอกความเท็จความลวงหรือบันดาลฝันร้ายได้เช่นกัน ว่าง่าย ๆ คือเกิดจากเทพยดาต้องการให้คุณหรือให้โทษ

ความฝันชนิดนี้มักเกิดขึ้นในเวลาใกล้สว่าง และเป็นความฝันที่ถูกหยิบยกมาเล่าในวรรณคดีไทยมากที่สุด

พระนันทาจารย์เล่าว่า ความฝันแบบบุพนิมิตและแบบเทพสังหรณ์จะแม่นกว่าแบบธาตุโขภและแบบจิตวิวรณ์

โดยเฉพาะความฝันแบบเทพสังหรณ์ (เทพสงเคราะห์) มักจะแม่นที่สุด เพราะเกิดหลังจากอาหารย่อยดีแล้ว แต่ถ้าเกิดจากเทพกลั่นแกล้งก็ไม่แม่นได้เหมือนกัน

ทั้งนี้ ต้องพึงระลึกด้วยว่า ความฝันแต่ละครั้งสามารถเกิดจากมูลเหตุหลายอย่างมาก ๆ มาประกอบกัน เช่น ภาวะผิดปกติของร่างกาย ที่ไม่ว่าช่วงเวลาไหนก็เป็นสาเหตุของฝันพิกลต่าง ๆ ได้เช่นกัน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ชลดา เรืองรักษ์ลิขิต, ราชบัณฑิตยสถาน.ความฝันกับเหตุดีเหตุร้ายในวรรณคดีไทย. วารสารราชบัณฑิต ปีที่ 31 ฉบับที่ 3 ก.ค.-ก.ย. 2549.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ความฝัน” 4 ประเภท จาก 4 สาเหตุในคัมภีร์พุทธศาสนา ฝันเวลาไหนมักเป็นลางบอกเหตุ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...