โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องนี้โรงเรียนไม่ได้สอน : ใครอยากมีชีวิตดี๊ดีต้องอ่าน! รวม 5 กฎ เปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น ภายใน 1 เดือน

Dek-D.com

อัพเดต 11 ธ.ค. 2567 เวลา 07.41 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2567 เวลา 02.31 น. • DEK-D.com
รวม 5 กฎ เปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น ภายใน 1 เดือน เตรียมเป็นคนใหม่ต้อนรับปี 2025

ใครอยากชีวิตดี๊ดีต้องอ่าน! รวม 5 กฎ เปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น ภายใน 1 เดือน

เหลือเวลาอีก 1 เดือนก็จะหมดปี 2024 แล้ว พอใกล้จะขึ้นปีใหม่ความคาดหวังของใครหลายคนอาจหมายถึงตัวเรา “คนใหม่” เพราะไม่ว่าใครก็อยากเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุดเสมอ การเปลี่ยนผ่านปีเก่าเข้าสู่ปีใหม่จึงเป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่จะตั้งปณิธานในการแก้ไขเรื่องที่เคยพลาด หรือเปลี่ยนนิสัยการใช้ชีวิตให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้นเรามาส่งท้าย 1 เดือนสุดท้ายของปี 2024 อัปเลเวลชีวิตให้ดีขึ้น เพื่อต้อนรับปีใหม่ 2025 ด้วย 5 กฎ นี้ไปด้วยกันดีกว่าค่ะ!

กฎ 5 วินาที (The 5-Second Rule)⁣

กฎ 5 วินาที ถูกคิดค้นโดย เมล ร็อบบินส์ (Mel Robbins)พิธีกร นักเขียน และวิทยากรสร้างแรงบันดาลใจชาวอเมริกัน กฎนี้เป็นเครื่องมือที่สามารถนำมาปฏิบัติได้จริง เพื่อทำให้เราลงมือทำอะไรสักอย่าง ภายหลังจาก 5 วินาที หรือถ้าจะพูดในอีกแง่ กฎ 5 วินาทีเป็นเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนนิสัยผัดวันประกันพรุ่งให้เราเลิกหาข้ออ้างมาให้ตัวเองไม่ทำทันที

แล้วทำไมต้อง 5 วินาที? เพราะถ้านานกว่านี้สมองเราจะหาเหตุผลมาทำให้เราผัดผ่อน เพิกเฉย และยังไม่ลงมือทำสิ่งที่เราตั้งใจไว้ค่ะ วิธีทำก็ง่ายๆ เลย “เมื่อเกิดความลังเลที่จะลงมือทำอะไรสักอย่าง ให้นับถอยหลัง 5-4-3-2-1 แล้วลงมือทำทันที!”กฎ 5 วินาที นี้สามารถประยุกต์ได้กับทุกสถานการณ์ในชีวิต ไม่มีข้อยกเว้นเช่น จะอ่านหนังสือแต่ลังเลก็นับ 5-4-3-2-1 แล้วอ่านเลย! นี่คือการใช้กฎ 5 วินาที แบบง่ายๆ ที่เราสามารถทำได้ทุกวันกับทุกกิจกรรม

กฎนี้ทำให้เรานับถอยหลังเพื่อเลิกนิสัยที่ไม่ดี หยุดความไม่มั่นใจในตัวเอง ส่งเสริมทักษะการจัดการตนเอง (Self-management) ช่วยให้เราสามารถควบคุมแรงกระตุ้นภายใน เกิดการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ และผลักดันตัวเองให้ลงมือทำสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา

กฎ 2 นาที (The 2-Minute Rule)⁣

กฎ 2 นาที เป็นแนวคิดของ เดวิด อัลเลน (David Allen) ผู้แต่งหนังสือ “Getting Things Done”กฎนี้เป็นวิธีการฝึกวินัยให้กับตัวเองง่าย ๆ ผ่านแนวคิดที่ว่า “อะไรก็ตามที่ใช้เวลาทำไม่ถึง 2 นาที ให้ลงมือทำไปเลยทันที!”

เราอาจจะเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยกิจวัตรประจำวันที่ต้องทำแต่มักโดนคำว่า “เดี๋ยวก่อน” “แป๊บนึง” มาเบรกไว้ เช่น ล้างจานทันทีหลังกินข้าว จัดโต๊ะทำงานหลังใช้เสร็จ จัดการงานเล็กๆทันที ก่อนที่มันจะสะสมเป็นดินพอกหางหมู

กฎนี้จะช่วยให้เราเลิกผัดวันประกันพรุ่ง แก้นิสัยขี้เกียจ และย่อยเป้าหมายให้เล็กลง เพื่อให้ไม่รู้สึกว่าการฝึกวินัยเป็นเรื่องยากที่จะทำทั้งยังช่วยลดความเครียดเรื่องปริมาณงานที่ต้องทำ และสร้างแรงผลักดันให้เราสามารถจัดการงานอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

กฎ 5 นาที (The 5-Minute Rule)⁣

กฎ 5 นาที เป็นเทคนิคที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพในการเลิกนิสัยผัดวันประกันพรุ่งอีกหนึ่งกฎเลยค่ะ หลักการสำคัญคือ “เวลาที่ไม่อยากทำงานให้บอกกับตัวเองว่าจะทำสิ่งนี้แค่ 5 นาที และอนุญาตให้หยุดทำได้ก็ต่อเมื่อครบ 5 นาทีแล้วเท่านั้น”โดยไม่กดดันตัวเองว่าจะต้องทำให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด

เชื่อว่าการเริ่มต้นจัดการงานต่างๆ มักจะเป็นเรื่องยากเสมอ เมื่อเรามองดูกองงานล้านแปดที่รายล้อมอยู่รอบตัวแล้วเรามักจะถอนหายใจ นั่นเป็นเพราะเราจะรู้สึกว่ากว่าจะทำแต่ละงานให้เสร็จต้องกินเวลาหลายนาทีจนถึงหลายชั่วโมง สมองเลยสั่งการให้เราเมินเฉย ดังนั้น เราเลยต้องมีกลอุบายมาหลอกล่อสมองว่า ทำแค่ 5 นาทีเอง ไม่เห็นจะนานเลย พอคิดว่าก็แค่ 5 นาทีเองนะ เราจะเริ่มรู้สึกอยากลุกไปจัดการงานเหล่านั้นค่ะ

เช่น แทนที่จะตั้งเป้าหมายว่าจะอ่านหนังสือวันละ 1 บท ก็บอกตัวเองว่าจะอ่านหนังสือแค่ 5 นาทีพอ เมื่อครบ 5 นาทีแล้ว ถ้าไม่รู้สึกอยากทำต่อก็หยุดได้เลย ไม่ต้องรู้สึกผิด แต่ถ้ายังรู้สึกอยากทำต่อก็เป็นสิทธิ์ของเราเช่นกัน

จริงๆ แล้วกฎนี้มีข้อดีคือ 5 นาทีแรก ถือเป็นนาทีทองเลยค่ะ เพราะ 5 นาทีนั้นจะทำให้เกิด “สภาวะไหล”ซึ่งนักจิตวิทยาอย่าง มิฮาลี ชิเก็กเซนท์มีฮาลี (Mihaly Csikszentmihalyi) บอกว่าเมื่อเราหมกมุ่นอยู่กับกิจกรรมที่กำลังทำ จะทำให้เราลืมเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัว ทำให้เรารู้สึกว่าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนลืมโฟกัสเรื่องเวลาไปชั่วขณะรู้ตัวอีกทีงานก็เสร็จแล้วนั่นเอง

กฎ 2 วัน (The 2-Day Rule)⁣

กฎ 2 วัน เป็นแนวทางง่ายๆ ที่จะช่วยให้เราสร้างนิสัยใหม่ที่ดีขึ้น และรักษาความสม่ำเสมอไว้ได้หลักการสำคัญคือ “อย่าละเลยนิสัยที่พยายามเปลี่ยนแปลงติดต่อกันเกิน 2 วัน” หมายความว่า เมื่อตั้งใจจะสร้างนิสัยใหม่แล้วให้ลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ ห้ามหยุดทำติดต่อกันเกิน 2 วันการหยุดไป 1 วัน อาจจะยังไม่ส่งผลกระทบอะไร แต่การหยุด 2 วันติดอาจทำลายนิสัยใหม่ที่กำลังสร้างได้ เพราะท้ายที่สุดแล้ว การลงมือทำเป็นประจำคือสิ่งที่จะช่วยสร้างนิสัยใหม่ให้ยั่งยืน

เช่น หากหยุดอ่านหนังสือก่อนนอนไปแล้ว 1 วัน ก็อย่าลืมเตือนตัวเองเสมอว่าไม่ควรหยุดเกิน 2 วัน แม้ว่าก่อนหน้านี้เราจะอ่านหนังสือวันละ 30 นาที แต่หลังจากหยุดพักแล้วคิดขึ้นได้ว่าวันนี้ต้องกลับมาอ่านแล้ว แต่เจ้าตัวขี้เกียจดันเล่นงานซะงั้น เราอาจจะใช้กฎ 5 นาทีมาช่วยหลอกสมองอีกแรงก็ได้เหมือนกัน อย่างน้อยก็เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เรากลับมาทำอีกครั้ง เพราะถ้าปล่อยให้ตัวขี้เกียจเล่นงานทุกวัน แผนการเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นคงพังไม่เป็นท่า ซึ่งกฎนี้จะช่วยให้เราสร้างความสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเปลี่ยนแปลงนิสัยใหม่นั่นเอง

กฎ 21 วัน (The 21-Day Rule)⁣

หลายคนน่าจะเคยได้ยินกฎหรือทฤษฎี 21 วัน กันมาบ้าง แนวคิดนี้เป็นของ ดร.แม็กซ์เวลล์ มอลตซ์ (Dr. Maxwell Maltz) ศัลยแพทย์ชาวอเมริกันมีที่มาจากการที่เขาสังเกตเห็นว่า ผู้ป่วยที่เขารักษามักใช้เวลาประมาณ 21 วันในการปรับตัว และคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลังผ่าตัด เขาจึงสรุปว่าสมองมนุษย์ต้องการเวลา 21 วันในการยอมรับและปรับเปลี่ยนสิ่งใหม่ให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนั่นเอง

หลักการของกฎ 21 วัน คือ“การเปลี่ยนนิสัยโดยการทำพฤติกรรมบางอย่างซ้ำๆ ติดต่อกันเป็นเวลา 21 วัน” หากทำได้พฤติกรรมนั้นก็จะกลายมาเป็นนิสัยใหม่ของเราฟังแล้วดูเหมือนจะง่าย แต่ความยาก คือ การที่ต้องบังคับตัวเองให้ทำสิ่งใหม่ๆ โดยไม่เผลอทำนิสัยเดิม ช่วงแรกอาจจะต้องฝืนตัวเองสักหน่อย แต่ถ้าผ่านอาทิตย์แรกไปได้เราก็จะเคยชินมากขึ้น

แม้ว่างานวิจัยในปัจจุบันจะบอกว่า การสร้างนิสัยใหม่อาจต้องใช้เวลามากกว่า 21 วัน แต่กฎ 21 วัน ก็ยังนำมาใช้ในการตั้งเป้าหมายเพื่อสร้างนิสัยใหม่มากที่สุดอีกทฤษฎีหนึ่ง เนื่องจากเป็นตัวเลขที่ไม่มากไม่น้อย ทำให้คนรู้สึกมีแรงจูงใจในการเริ่มต้นการสร้างและเปลี่ยนแปลงนิสัยให้กับตัวเองในเวลาที่ไม่นานเกินไปเพราะเมื่อเราสามารถทำสิ่งหนึ่งได้อย่างต่อเนื่องจนครบ 21 วัน โอกาสที่เราจะทำสิ่งนั้นต่อไปได้อีกจนเป็นนิสัยถาวรก็มีสูงขึ้น

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับ 5 กฎที่นำมาฝากกันในวันนี้ แต่ละกฎสามารถนำมาปรับใช้ควบคู่กันไปได้กับทุกกิจกรรมเลยช่วงแรกอาจจะต้องเอาชนะใจตัวเองให้ได้สักหน่อย แต่พอผ่านไปเราจะคุ้นชินไปเอง จากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่กำลังก่อตัว มันจะค่อย ๆ หลอมรวมกันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่เสมอ ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเองไม่ว่าจะเพิ่งเริ่มต้น หรือกำลังอยู่ในระหว่างทางก็ตาม มาเป็นตัวเองคนใหม่ต้อนรับปี 2025 ไปด้วยกันค่ะ ^^

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...