รถถัง ยันไม่เลิกเตะบอล ไม่เกี่ยวทำตกตาชั่ง - ลั่นโชว์ฝีมือให้แฟนมวยกลับมารัก
หลังจาก รถถัง จิตรเมืองนนท์ ตกตาชั่ง ในไฟต์ป้องกันแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ครั้งที่ 6 กับ จาค็อบ สมิธ นักชกจากสหราชอาณาจักร ในการแข่งขัน ONE 169 ที่จะจัดขึ้น ที่สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) วันที่ 9 พ.ย.67 ทำให้ รถถัง เสียเข็มขัดแชมป์โลกเส้นนี้ ทั้งที่ยังไม่ได้ขึ้นชก อย่างไรก็ตาม การชกไฟต์ดังกล่าวยังดำเนินต่อไป โดยจะขยับขึ้นไปชกในรุ่น 135.5 เกินพิกัด กำหนดชก 5 ยก ซึ่งหาก รถถัง ชนะ แชมป์จะว่าง แต่ถ้า สมิธ ชนะ จะคว้าเข็มขัดแชมป์ไปครอง
ล่าสุด รถถัง เผยถึงกรณีดังกล่าวว่า "โอเคครับ ก็คงต้องเดินหน้าต่อไป ต้องขอโทษทุกคนจริงๆ พูดไรไม่ได้นอกจากคำว่าขอโทษ แต่เหนือสิงอื่นใดไม่ใช่แค่แฟนๆ ผมเองก็ผิดหวังเหมือนกัน"
รถถัง เผยต่อว่า "การชั่งน้ำหนักรอบแรก มั่นใจว่าต้องผ่านแล้ว เพราะค่าน้ำผ่าน และก่อนมาชั่งเราก็ทำน้ำหนักมาพอดี แต่ไม่คิดว่ามันจะนิดเดียวจริงๆ ซึ่งพอต้องทำรอบ 2 ก็ยอมรับว่าเราไม่สามารถรีดน้ำในตัวออกได้อีก ซึ่งเวลา 1-2 ชั่วโมง หากเรารีดน้ำออกจนน้ำหนักผ่าน แต่ค่าน้ำก็ไม่ผ่านอยู่ดี ทำให้ต้องยอมรับชะตากรรม"
"หน้างานเราเก็บตัวมาเต็มที่ ผมยังมั่นใจในการซ้อม ไฟต์นี้ผมมั่นใจ แต่ช่วงหลังๆ ผมรู้ตัวว่าเวตนี้ ของผมมันน่าจะฝืดไปแล้ว ก็เลยขอให้ บอสชาตรี จัดป้องกันแชมป์อีกสักครั้งหนึ่ง ถ้าผมไม่ไหวผมก็คงเสียแชมป์ มันเหมือนเป็นโอกาสสุดท้ายของผมเหมือนกันในรุ่นนี้"
รถถัง เผยถึงอนาคตตัวเองหลังจากนี้ว่า "หลังจากนี้คงต้องรอดู บอสชาตรี อาจจะลองขยับขึ้นไป 140-145 ปอนด์ดู หรือถ้า 135 ปอนด์ อาจจะกลับมาได้ในอนาคต"
"อยากฝากทุกคน ขอโทษจริงๆ อยากให้เชื่อใจตัวผม ว่าเป็นนักมวยธรรมดาที่พร้อมจะสร้างชื่อเสียงกับประเทศ ต้องขอโทษคนไทยทุกคนที่ทำให้ผิดหวัง ไม่อยากพูดอะไรมาก เชื่อเถอะ ผมรักมวยไทย ส่งเสริมมวยไทย อยากให้มวยไทยไประดับโลก"
"ไฟต์นี้ความมั่นใจของผมยังเหมือนเดิมกับคู่ชก ผิดพลาดมาแล้วให้ผ่านไป วันชกจะโชว์ให้แฟนๆ กลับมารักผมอีกครั้ง ถ้าผมชนะแชมป์จะว่าง ก็มีโอกาสกลับมาคว้าแชมป์อีกครั้ง"
รถถัง กล่าวถึงเรื่องการไปเตะฟุตบอลของตัวเอง จนถูกวิพากษ์วิจาณ์ ด้วยว่า ตอนนี้ทุกอย่างถูกเชื่อมโยงไปหมด ไม่ว่าจะอยู่ค่ายไหน ผมก็มีความตั้งใจซ้อม ผมยืนยันว่าดูแลตัวเองมาตั้งแต่เข้า ONE แต่ทุกคนอาจไม่ได้เห็น ยังยืดหยัด เหมือนเดิม"
"ผมไม่ได้รับงานเดือนกว่า และเก็บตัว ถามว่าเล่นฟุตบอลเกี่ยวไหม ผมคิดว่าทุกคนสามารถเล่นได้ ทุกคนมีเวลาว่าง เสร็จจากทำงาน ซ้อมมวย ก็ไปเล่นฟุตบอล ผมไม่ได้เตะฟุตบอลทั้งวัน และไม่ได้ไปเตะทุกวัน มันแบ่งเวลาได้"
"ผมไม่ได้คิดว่าผมต้องปฏิเสธกีฬา คิดว่าทุกกีฬาดีต่อชีวิตเรา ผมไม่ชอบเที่ยว ไปสังสรรค์ ไปเมา ผมอยู่ในกีฬา เตะบอลก็แค่วิ่ง ไม่ได้ปะทะอะไรเลย การเล่นฟุตบอลก็แค่วิ่ง ซ้อมมวยก็ต้องวิ่งเหมือนกัน คิดว่ากีฬาทุกกีฬามันน่าไขว่คว้าหมด"
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รถถัง ยันไม่เลิกเตะบอล ไม่เกี่ยวทำตกตาชั่ง - ลั่นโชว์ฝีมือให้แฟนมวยกลับมารัก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th