โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

หลี่ชิงหมิน : โปรดคืนบทพระรองให้ข้า (อ่านฟรีวันละตอน)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 13 มี.ค. 2568 เวลา 11.26 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2567 เวลา 13.29 น. • suratiptk
ในฐานะพระรองที่แสนดี พื้นฐานครอบครัวเพียบพร้อมและร่ำรวย น่าเสียดายเพียงแค่สาวงามที่พึงใจไม่ได้มองมาที่เขา ชีวิตใหม่ครั้งที่สองนี้ดูแล้วก็ไม่ได้แย่มากนัก หากไม่ใช่เพราะมีใครบางคนกำลังจะเล่นนอกบท…

ข้อมูลเบื้องต้น

เรื่องย่อ

หลี่ชิงหมินคือชื่อตัวละคร "พระรอง" ในนิยายที่เขาหลุดเข้ามาอาศัยร่างอยู่ ฐานะร่ำรวยและสุขสบายยิ่ง ข้อเสียของตัวละครนี้เพียงอย่างเดียวก็คือ การที่เขาหลงรักเพียงนางเอกของเรื่องตั้งเเต่ต้นจนจบ

ในขณะที่นางเอกเป็นเพียงสาวชาวบ้านผู้ยากไร้ มีครอบครัวเป็นปลิงที่จ้องจะเอาเปรียบบุตรีเเล้วยกย่องบุตรชายมากกว่า หลี่ชิงหมินผู้เป็นขุนนางได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือนางตั้งเเต่ต้น กระทั่งนางเอกของเรื่องอย่าง "ซือซือ" ได้เจอกับพระเอก และปลุกพลังควบคุมพงไพร พลังอันเป็นที่รักของธรรมชาติขึ้นมาได้

พระเอก "หวงซีเฉิง" บุตรชายเเม่ทัพใหญ่ตระกูลหวง ที่ต้องหนีตายเนื่องจากแผนของคนในตระกูลซึ่งหวังตำแหน่งใหญ่โตนี้ ได้รับความช่วยเหลือจากนางเอก และแสร้งทำเป็นความจำเสื่อม เพื่อเตรียมพร้อมในการกวาดล้างกลุ่มสารเลวที่อยู่ในที่แจ้งและลับให้หมดไป ในขณะเดียวกัน ก็ก่อเกิดเป็นความสัมพันธ์รักใคร่ลึกซึ้งระหว่าง พระ-นาง ช่วยกันต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรคจนกลายเป็นเเม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ และสตรีอันดับหนึ่งเคียงข้างกัน

อย่างไรก็ตาม เนื้อเรื่องที่ควรจะดำเนินไปในทิศทางที่ราบรื่นเช่นนั้น ได้มีบางอย่างที่เปลี่ยนไป ในขณะที่พระเอกของเรื่อง ผู้จมกับความทุกข์ทรมานจากการใช้พลังวิญญาณ เรียกใช้ภูตผีปีศาจเยี่ยงทาส พลังที่ล้ำค่าก็เเลกมาพร้อมกับความเจ็บปวดที่สมน้ำสมเนื้อ จู่ๆ เขาก็ค้นพบว่าพระรองที่ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายราวกับอยู่คนละโลกผู้นี้ มีความสามารถในการทำให้เขาหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานเหล่านั้น

เริ่มจากการจับตามอง เป็นเปลี่ยนเป็นความต้องการที่จะครอบครองอย่างลึกล้ำ โดยที่ผู้รับบทพระรองไม่ทันรู้ตัวเลยว่าเนื้อเรื่องของเขา มันเปลี่ยนไปตั้งนานเเล้ว….

………………

ไรท์ตัวน้อยตาดำคนนี้ขอฝากนิยายใหม่กับผู้อ่านที่หลงเข้ามา หรือชื่นชอบในสไตล์การเขียนของไรท์ คอยเป็นกำลังใจเเละสนับสนุนกันยาวๆด้วยนะคะ

ปล. นิยายเรื่องนี้จะเปิดอ่่านฟรีวันละตอน เเต่จะมีติดเหรียญตอนล่วงหน้าให้อ่านจนจุใจเหมือนเช่นเคย ///

บทที่ 2 ครอบครัวสกุลอู่

บทที่ 2 ครอบครัวสกุลอู่

เนื่องจากบทละครของวันนี้จะต้องเป็นเวลาเที่ยงวัน พระรองคนดีนำอาหารหรูหราไปที่บ้านของนางเอก ในขณะที่ครอบครัวนางเอกกำลังขุดหัวมันเพื่อนำส่งขาย พวกเขายินดีอย่างยิ่งที่พระรองคนดีนี้มาโปรด ได้กินอาหารจนอิ่มท้องซึ่งจะช่วยให้มีแรงทำงานเพิ่มขึ้นมาก

ถึงจะเสียดาย เพราะคิดว่าพระรองคนนี้ควรจะให้เงินพวกเขาไปซื้ออาหารธรรมดาๆมาแทน ส่วนเงินที่เหลือก็จะได้เอาไปใช้จ่ายอย่างอื่นก็เถอะ….

นางเอกของเรื่องไม่ชอบรับความช่วยเหลือจากใคร เดิมทีนางไม่พอใจที่พระรองมาวุ่นวายกับชีวิตมากพออยู่แล้ว โดยที่ไม่ได้รู้สึกถึงความขอบคุณที่ตั้งแต่พระรองมาพัวพัน ฐานะของนางในใจครอบครัวก็สูงมากขึ้น ถ้าไม่ใช่เพราะเขาก็อาจจะถูกขายออกไปแล้วแท้ๆ แต่ก็นะ….นี่เป็นมุมมองคนละมุม เมื่อถูกกดดันจากครอบครัวมากๆ คนมีศักดิ์ศรีเช่นนางเอกจึงไม่พอใจก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

หญิงสาวไม่ยอมกินอาหารดีๆ แม้ว่าพระรองจะพยายามชวนให้กินแล้วก็ตาม นางต้องการไปหาอาหารในป่ากินเอง ความสามารถในการเอาตัวรอดของนางไม่ได้แย่ เกิดและเติบโตมากับป่า ย่อมหาของป่ากินได้ ดังนั้นนางจึงไปที่แม่น้ำ หวังว่าจะจับปลาหรือปูรอบๆลำธารเป็นอาหารกลางวัน

ป่านี้ยังอุดมสมบูรณ์ไม่น้อย ไม่สิ! ต้องบอกว่าเป็นพรที่นางเอกได้รับมาต่างหาก ขนาดยังไม่ได้ปลุกพลังเต็มที่เนื่องจากขาดแคลนทรัพยากร หญิงสาวก็ยังมีพรนั้นติดตัวอยู่

นางเป็นที่รักของเทพีแห่งพงไพร เมื่อปลุกพลังได้เต็มที่ก็ยังควบคุมพืชพรรณได้ด้วย ใช้มันเพื่อโจมตีศัตรู หรือจะใช้พลังเพื่อปลูกผักปลูกสมุนไพรไปขายได้เงินจำนวนมาก พลิกชีวิตตนเองจากคนยากไร้เป็นเจ้าของร้านขายสมุนไพรที่ร่ำรวย กลายเป็นคู่แข่งกับตระกูลหลี่ของพระรองไปอีก

แต่ก็นะ….ที่นางเข้าสู่เส้นทางการขายยาได้ หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากพระรอง นางก็เป็นแค่ผู้ขายสมุนไพรทั่วไปเท่านั้น จะเปิดร้านขายยาได้ต้องมีเอกสารรับรอง มีผู้ที่เป็นขุนนางให้การรับรอง ซึ่งเส้นสายในส่วนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้อีกแล้วถ้าไม่ใช่พระรองคนดีคนเดิม

ในอีเว้นท์ที่ดื้อดึงของนางเอกครั้งนี้เอง เป็นอีเว้นท์ที่ทำให้นางได้เจอกับ “พระเอก” ที่ได้รับบาดเจ็บลอยมาตามน้ำ เขาหมดสติอยู่บนแพขนาดเล็ก ใบหน้าเต็มไปด้วยบาดแผลจนดูน่ากลัว ทุกคนพากันเรียกเขาว่า “ปีศาจ” เนื่องจากมีรอยแผลเช่นนี้ตั้งแต่ยังเด็ก มีเพียงนางเอกเท่านั้นที่ช่วยเหลือเขา และไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจเลยแม้แต่น้อย

บุญคุณที่ช่วยชีวิต ตอบแทนด้วยการมอบทั้งชีวิตให้นาง เขามีเงินติดตัวมาอยู่ไม่น้อย ใช้มันแลกกับที่อยู่เป็นบ้านหลังเล็กๆในหมู่บ้าน ที่ปกติแล้วก็ไม่มีใครต้องการเนื่องจากเป็นบ้านพักชายเขา ยิ่งเวลากลางคืนยิ่งอันตราย หากไม่ระวังตัวก็อาจจะถูกสัตว์ป่าฆ่าตายได้ง่ายๆเลย

ทว่า….พระเอกผู้นี้หรือจะใช่คนที่มาตายเพราะสัตว์ป่า ไม่เพียงแค่เขาไม่กลัวมันเท่านั้น ยังจับพวกมันมาประทังชีวิต แล้วแบ่งบางส่วนไปขายในเมือง สร้างรายได้มั่นคง ก้าวเป็นคนมีเงินในหมู่บ้านด้วยเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าพรสวรรค์ของเขามันเป็นของระดับสูงจริงๆ

ก็นะ….ในฐานะบุตรชายแม่ทัพใหญ่แล้ว เขาจะมีความสามารถธรรมดาสามัญได้อย่างไร ทักษะในการต่อสู้ก็สูงล้ำ แต่ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ….การที่เขาเรียกใช้ภูตผีปีศาจได้ต่างหาก

เพราะออร่ารอบๆตัวเป็นออร่าของคนตาย ผนวกรวมกับรูปลักษณ์ของเขา ไม่แปลกที่จะถูกต่อต้านจากสังคม ถูกเรียกว่า “ปีศาจ” ตั้งแต่อายุยังน้อย ใบหน้าลำตัวที่เต็มไปด้วยรอยคมดาบนั้นมาจากการถูกโยนเข้าสนามรบตั้งแต่อายุไม่เท่าไร แม้จะฟังดูเหมือนโหดร้าย แต่บิดาของเขาเป็นแม่ทัพใหญ่ สั่งสอนลูกเช่นนี้นับว่าถูกต้องแล้วจริงๆ

พอถึงวันที่บิดาบังเกิดเกล้าไม่อาจจะอยู่ปกป้องได้ แถมเขาก็ยังรวบรวมกองกำลังของตนเองไม่ได้ สุดท้ายจึงต้องหนีตายมาถึงที่นี่ อาศัยเมืองเล็กๆแห่งนี้เป็นฐานในการรวบรวมคน อยู่ไกลหูไกลตาจากคนเป็นลุงที่ต้องการกำจัดเขา หวังไม่ให้สามารถกลับไปรับตำแหน่งต่อจากบิดาได้

เอาเถอะ เนื้อเรื่องนิยายก็คงจะประมาณนี้ หากพระเอกอยู่ดีมีสุขที่เมืองหลวง อย่างนั้นก็คงจะไม่ได้มีบทของนางเอกสุดแกร่งคนนี้หรอก

“คุณชายเล็กขอรับ คุณชายก็จะไปที่หมู่บ้านนั่นอีกแล้วหรือขอรับ”

ฝูเซ่า เด็กหนุ่มผู้ติดตามรับใช้ชิงหมินมาตั้งแต่ยังเด็กเอ่ยถามขึ้น ปากของเขาเบะออกอย่างช่วยไม่ได้ เนื่องจากตัวเขาไม่ชื่นชอบที่จะเดินทางไปยังสถานที่ห่างไกลนั้นเลย แม้ว่าจะสามารถควบม้าไปที่นั่นได้ และใช้เวลาเพียง 40 นาทีเท่านั้น ทว่า….สถานที่ลำบากลำบนเช่นนั้นมีอะไรให้น่าชมกัน?

พวกเขาเดินทางไปกลับที่นั่นเป็นว่าเล่น ไปถึงก็เจอสภาพของชาวบ้านที่ยากไร้ บางคนนอนตายอยู่หน้าหมู่บ้าน บ้างก็ตวาด่าทอกันไม่เหลือความเป็นมนุษย์ผู้ดี นี่สมควรจะเป็นเส้นทางที่คุณชายของเขาต้องมาเจอหรือ?

ชีวิตของคุณชายโรยด้วยกลีบดอกไม้มาตั้งแต่ยังเล็ก หากไม่ใช่วันนั้นได้เจอกับเด็กสาวจากชนบทที่ติดตามบิดามาขายสมุนไพร ชีวิตของคุณชายของเขาก็คงจะไม่เกี่ยวข้องกับสถานที่เช่นนี้อย่างสิ้นเชิงไปแล้ว

โชคชะตาหนอโชคชะตา ช่างเล่นตลกได้เก่งกาจเหลือเกิน….

“ฝูเซ่า เหตุใดเจ้าแสดงสีหน้าเช่นนั้น หากเจ้าหิวแล้ว…เช่นนั้นข้าก็จะซื้อซาลาเปาเนื้อให้เจ้าไปกินระหว่างทางเอง”

“โถ่ คุณชายขอรับ ข้าไม่ได้แสดงสีหน้าเช่นนี้เพราะหิว ข้าก็แค่…” ยังพูดไม่ทันจบ ฝูเซ่าก็ต้องชะงักไปกับเสียง “โครก” ที่ดังขึ้นจากท้องของตนเอง

ชิงหมินหัวเราะเบาๆตามประสาคุณชายมากมารยาท เขาดันหลังฝูเซ่าเพื่อเดินเข้าร้านอาหารหรู สั่งของกินมากมายไปเผื่อครอบครัวของนางเอกด้วย และแน่นอนว่าของอร่อยที่สุดย่อมต้องสั่งให้ตนเองและฝูเซ่ากินกันก่อน

สองนายบ่าวควบม้าไปพร้อมกัน ท่วงท่าแสนสบายและสง่างามนั้นทำให้ผู้คนในเมืองมองตามกันเป็นแถว คุณชายบ้านนี้มักจะออกไปเที่ยวเล่นเสมอ แต่กลับไม่เคยทำเรื่องเสื่อมเสียให้ได้ยินเลย

เขาเป็นคุณชายที่ให้ความรู้สึกแตกต่างอย่างสิ้นเชิง จะบอกว่าเป็นคุณชายบัณฑิต แต่กลับขี่ม้าได้คล่องแคล่วว่องไว หากบอกว่าเป็นผู้ปราดเปรียวและเหมาะกับสนามรบก็ไม่ใช่เช่นนั้นอีก ร่างกายที่สูงโปร่งของเขา เกรงว่าทันทีที่รับดาบศัตรูก็จะกระเด็นออกมาสามตลบเสียมากกว่า

ใบหน้ายิ้มคล้ายไม่ยิ้ม แต่ให้ความสงบอบอุ่นนั้นชวนให้มอง ทั้งชายและหญิงต่างก็ชมชอบที่จะเห็นใบหน้าของเขาเช่นนี้ ยิ่งรู้ว่าคุณชายตัวน้อยคนนี้สามารถช่วยงานตระกูลหลี่ได้อย่างดีเยี่ยม หลายคนก็ยิ่งต้องการจะส่งบุตรีมาเกี่ยวดองด้วยกันใหญ่ น่าเสียดายที่ครอบครัวสกุลหลี่ไม่คิดจะหักหาญน้ำใจของเขา ปล่อยให้เขาได้ใช้ชีวิตเป็นอิสระเช่นที่ต้องการทุกวันนี้

ฮี๊!!

หลี่ชิงหมินบังคับบังเหียนให้ม้าหยุดวิ่งเมื่อมาถึงทางเข้าหมู่บ้าน เพื่อไม่ให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกับการขี่ม้า จึงเปลี่ยนความเร็วให้กลายเป็นวิ่งเหยาะๆแทน

กลิ่นอาหารที่ถือมานั้นโชยเข้าจมูกของชาวบ้านจำนวนมาก พวกเขาแทบจะเดินลอยตามกลิ่นกันอยู่แล้ว หลายคนทำได้แค่อิจฉาครอบครัวบ้าน “อู่” เท่านั้นที่วาสนาดีเหลือเกิน บางคนพยายามจะส่งลูกสาวของตนเองออกมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจมาตั้งนานแล้ว อีกทั้งการวุ่นวายกับขุนนางมากเกินไปจะทำให้เป็นภัย ต่อให้อยากจะถวายตัวมากแค่ไหนก็ยังต้องควบคุมความอยากของตนเองให้ได้

อู่เจ๋อ บิดาของนางเอกได้ยินเสียงม้าตั้งแต่ไกล เขาทำงานจนลืมไปว่านี่เป็นเวลาเที่ยงวันแล้ว หลังจากเห็นคุณชายผู้สูงศักดิ์มาที่นี่ ก็ส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุดมือทำงานแล้วมาต้อนรับเขาแทน

ครอบครัวของนางเอกประกอบไปด้วย “อู่เจ๋อ” ผู้เป็นบิดา “อู่ตี๋” ผู้เป็นมารดา “อู่อี” บุตรชายคนแรก “อู่เอ้อ” บุตรีคนแรก เป็นบุตรคนที่สองของครอบครัว คาดว่าปีหน้าก็คงจะถูกส่งไปแต่งงานให้ครอบครัวอื่นแล้ว

“อู่ซาน” บุตรคนที่สามของครอบครัว “อู่ซือ” ก็คือนางเอกที่เป็นลูกคนที่สี่ นอกจากนี้ยังมีลูกคนที่ห้าและหก แต่ก่อนหน้านี้ขายออกไปให้กับพ่อค้าแรงงานแล้ว ถ้าไม่ใช่พระรองมาพบกับ “ซือซือ” เสียก่อน คาดว่านางเอกก็จะถูกขายเป็นคนต่อไป

“คุณชายหลี่มาที่นี่อีกแล้ว รบกวนคุณชายมากเกินไปแล้ว มาๆนั่งพักก่อนเถอะ” อู่เจ๋อต้อนรับชายหนุ่มอย่างดี

ชิงหมินคลี่ยิ้ม ไม่ได้แสดงความถือตัวใดๆ แม้ว่ามือของอู่เจ๋อที่ยื่นออกมารับจะเต็มไปด้วยเศษดินเศษโคลนก็ตาม เขากระโดดลงจากม้าพร้อมกับส่งอาหารให้กับครอบครัวอู่ที่กำลังตาโต

“ข้าเข้าใจว่าวันนี้พวกท่านจะทำการเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่ อาจจะไม่มีเวลาตระเตรียมอาหาร เช่นนั้นข้าจึงได้นำบางอย่างติดไม้ติดมือมาด้วย หวังว่าพวกท่านจะไม่รังเกียจ”

“ฮ่าๆ รังเกียจอันใดกัน นี่นับเป็นน้ำใจครั้งใหญ่ของพวกเราแล้ว มาเถอะๆ มากินกันได้แล้ว” อู่อีหิวจนไส้กิ่ว ตอนเช้าได้กินเพียงน้ำข้าวต้มเปล่าเท่านั้น กลิ่นอาหารในตอนนี้ช่างทำให้เขาปวดใจยิ่งนัก

“อู่อี ลูกคนนี้ช่างไร้มารยาทเสียจริงๆ ของเหล่านี้คุณชายนำมาให้ซือซือของพวกเราต่างหาก เจ้าจะมากินก่อนได้อย่างไร” มารดาของพวกเขาแสร้งตำหนิ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว นางช่างลำเอียงต่อบุตรชายของตนเองมาก

ไม่ว่าจะเป็นอู่อีหรืออู่ซาน ทั้งสองล้วนได้กินของดีๆก่อนใครเพื่อน ลูกสาวอย่างอู่เอ้อและอู่ซือ แค่ไม่ถูกขายออกไปก็นับเป็นโชคดีแล้ว

“ไม่เป็นไร ข้านำมาให้ทุกคนนั่นแหละ กินกันได้เลย เอ่อ…ซือซือ เจ้าเองก็…”

“ข้าไม่ต้องการของของท่าน พวกเราไม่ใช่ครอบครัวขอทาน ครั้งหน้าไม่จำเป็นต้องเอามาอีก!”

สายตาของหญิงสาวช่างดุดันเหลือเกิน แก้มของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงเนื่องจากทำงานกลางแจ้งทั้งวัน ผมสีดำขลับเข้ากันดีกับดวงตาของนาง ถ้าไม่ใช่เพราะที่บ้านไม่มีสิ่งบำรุง ผมนี่ก็คงจะราบรื่นเงางามน่าสัมผัสไปแล้ว

ชีวิตของแม่นางเอกคนนี้น่าเศร้าใจเกินไป แม้ว่าชิงหมินจะรู้สึกว่าตนเองโชคร้ายได้เกิดมาเป็นพระรอง แต่เมื่อคิดทบทวนอีกที พระรองที่อาภัพเพียงเรื่องรักเท่านั้น กลับเป็นชีวิตที่ดีกว่าใครๆในเรื่องเลยไม่ใช่หรือ?

แม้ว่าเขาจะถูกหักอก แต่ก็ยังนอนเล่นอยู่บนกองเงินกองทองทุกวัน ในขณะที่นางเอกต้องปากกัดตีนถีบเพื่อให้ได้มาซึ่งวาสนาของนาง ส่วนพระเอกก็เกือบตายไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งกว่าจะเอาชนะทุกอย่างได้ เช่นนั้น…ถ้าเลือกได้อีกครั้ง เขาก็ขอรับบทพระรองคนนี้ตลอดไปก็แล้วกัน

“ซือซือ ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้นเลย…”

“ท่านจะคิดหรือไม่ก็เป็นเรื่องของท่าน แต่ข้าคิดว่าท่านกำลังดูถูกครอบครัวของข้าอยู่”

“ซือซือ เช่นนั้นหลังจากนี้…”

เพี๊ยะ!

ไม่ปล่อยให้ชิงหมินพูดจนจบ ครอบครัวตัวดีของนางเอกก็เข้าใจท่าทางของคุณชายหลี่คนนี้เป็นอย่างดี อู่ซือชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ นางทำเช่นนั้นได้ตลอด ซึ่งหมายความว่า…หากนางไม่ยอมให้คุณชายนำอาหารมาให้อีก วาสนาดีๆของพวกเขาก็จะต้องหายไปด้วย อย่างนั้นแล้ว…พวกเขาจะยอมได้อย่างไร

“นังเด็กไม่รักดี กล้าพูดกับคุณชายหลี่เช่นนั้นได้อย่างไร คนเขามีน้ำใจเอาของมาให้ ไม่ขอบคุณไม่ว่า…ยังจะตำหนิคุณชายอีกด้วย เจ้าต้องการทำให้คุณชายเสียน้ำใจหรือ? เร็วเข้า!! ยังไม่รีบขอโทษอีก!!” มารดาตัวร้ายของนางเอกด่าตวาดลั่น ทั้งหลังจากลงมือก็ไม่ได้สนใจอาการแก้มแดงเป็นรอยนิ้วของตนเองเลย

ชิงหมินขมวดคิ้ว แสดงท่าทางไม่พอใจออกมา มือยื่นออกไปหวังต้องการจะช่วยเหลือนางเอกที่เป็นคนรักของเขาและปกป้องนางให้ได้ แต่ก็นั่นแหละ….คนไม่ถูกรัก เช่นไรก็ไม่ถูกรักอยู่อย่างนั้น

ซือซือมองเขาด้วยความเกลียดชังก่อนจะวิ่งจากไป ทิ้งให้ชิงหมินยืนรู้สึกผิดอยู่เช่นนั้น…

…………………………………………………..

บทที่ 3 ชาโม่ลี่ฮวา

บทที่ 3 ชาโม่ลี่ฮวา

แน่นอนว่าพระรองเช่นเขาคงจะไม่ตามเข้าไปให้เสียเปล่า บทบอกให้เขานำอาหารมาให้ครอบครัวนี้ หลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าเรื่องราวเป็นเช่นไรอีก ในเนื้อหากล่าวเพียงนางเอกช่วยเหลือพระเอกเอาไว้ก็เท่านั้น แล้วก็เป็นบทของพระนางต่อไป ตัวพระรองเช่นเขาไม่มีความจำเป็นอีกแล้ว เช่นนั้นเขาก็ไม่อยู่ให้กลายเป็นลำบากตนเอง

“ทุกท่าน วันนี้ข้าคงจะขอตัวกลับก่อน หากซือเอ๋อร์กลับมา ให้กล่าวกับนางว่าข้าขอโทษที่ทำเรื่องเช่นนี้โดยพลการ ข้าเพียงแค่ห่วงว่านางจะกินไม่อิ่มท้องแล้วอาจจะเป็นลมล้มพับไปได้ ข้าไม่ได้เจตนาจะดูแคลนนางเลย”

“พวกเราเข้าใจคุณชายอยู่แล้วขอรับ หากนังเด็กไม่รักดีกลับมา ข้าจะสั่งสอนนางเอง”

“เอ่อ สำหรับเรื่องนี้…ข้าขอให้ท่านไม่ลงไม้ลงมือกับนางได้หรือไม่ ข้าไม่อยากให้นางต้องเกลียดชังข้าไปมากกว่านี้”

“อะ อ่อ ฮ่าๆ ได้อยู่แล้วคุณชาย นี่เป็นวิธีสั่งสอนในครอบครัวของข้า หากคุณชายไม่ชอบก็เปลี่ยนมันเสียเถอะ”

“ขอบคุณพวกท่านที่เข้าใจขอรับ”

เมื่อหลี่ชิงหมินกล่าวจบลง เขาก็หมุนตัวกลับไปทันที ราวกับว่าไม่อยากจะอยู่ที่นี่นานเกินไปอย่างไรอย่างนั้น การกระทำของคุณชายถูกใจฝูเซ่ามากที่สุดแล้ว เด็กหนุ่มรีบควบม้าตามไปทันที ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาแทบจะไม่ปริปากพูดอะไรกับครอบครัวอู่ที่น่ารังเกียจพวกนี้เลยด้วยซ้ำ

ทั้งสองนายบ่าวควบม้าจนถึงหน้าจวนสกุลหลี่ แสงแดดจ้าของหน้าร้อนทำให้ไม่ค่อยมีคนเดินพลุกพล่านมากนัก เว้นไว้เพียงพวกคนงานของตระกูลเท่านั้น เหล่าเจ้านายของตระกูลล้วนแต่หลบแดดอยู่ในสวน ไม่ก็พักอยู่ในห้องพักของตนเอง ครั้นเมื่อบ่าวไพร่ได้เห็นคุณชายคนเล็ก พวกเขาก็รีบกรูกันเข้ามาต้อนรับทันที

“คุณชายกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ คือว่า….นายหญิงกำลังรอคุณชายอยู่ที่สวนหน้าจวนอยู่เลยเจ้าค่ะ” หญิงรับใช้หัวเราะแห้งๆ นางได้รับมอบหมายหน้าที่นี้ เพื่อให้บอกคุณชายก่อนที่จะเข้าไปพบนายหญิงใหญ่ด้วยตนเอง

“หืม? ท่านแม่รอข้าที่สวนหรือ? คงจะเป็นสวนโม่ลี่ฮวา (ดอกมะลิ) กระมัง”

“เอ่อ แหะๆ ใช่แล้วเจ้าค่ะ”

“อืม ขอบใจที่มาแจ้งก็แล้วกัน” ชิงหมินอดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้

ก่อนหน้านี้เขาเคยตำหนิมารดาและเหล่าพี่น้องของตนเองเกี่ยวกับการรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวมาบ้างแล้ว พวกนางชื่นชอบสวนโม่ลี่ฮวาของเขาเป็นอย่างมากจึงทำให้แวะเวียนมาที่สวนของเขาทุกวันจนแทบจะไม่มีเวลาอยู่กับตัวเอง

ถึงเขาจะเข้าใจว่าที่นี่มีแรงดึงดูดมากเกินไป ซึ่งอาจจะเป็นเพราะกลิ่นที่หอมจนดึงดูดผีเสื้อหลากสีเข้ามา ทำให้สวนแห่งนี้ดูมีชีวิตชีวามากกว่าสวนอื่นๆของจวน

หรือการที่ดอกโม่ลี่ฮวาสีขาวบริสุทธิ์ของมันทำให้หัวใจที่ยุ่งยากเปลี่ยนกลับมาเงียบสงบ เมื่อรวมกับฝีมือการออกแบบสวนของเขาที่เรียนรู้มาจากยุคสมัยใหม่ ยิ่งทำให้บรรยากาศของมันไม่ต่างอะไรกับคาเฟ่นั่งดื่มกินอย่างสบายใจ

หรือสุดท้ายนี้ ที่อาจจะเป็นเพราะ “ชาโม่ลี่ฮวา” สูตรพิเศษที่ยิ่งได้ดื่มมันในสวนโม่ลี่ฮวาแล้วจะยิ่งทำให้อร่อยมากขึ้นกว่าเดิมเป็นสิบเท่าก็ตามที

ชิงหมินได้ออกกฎสำหรับพวกนางเกี่ยวกับการมาเยี่ยมชมสวนของเขาแล้วว่า จะต้องแจ้งล่วงหน้า และไม่บุ่มบ่ามเข้ามาไม่รู้เวลาอีก แม้ว่าหลายคนจะเชื่อฟังตามคำขอนั้น แต่หลายๆครั้งก็จะมีเหตุการณ์เช่นนี้ปรากฏให้เห็นอยู่ดี

คราวนี้เห็นทีมารดาของเขาคงจะมีเรื่องทุกข์ใจอะไรอีกนั่นแหละ ไม่อย่างนั้นจะบุกรุกเข้ามาโดยไม่วางแผนล่วงหน้าก่อนได้อย่างไร แต่ก็นะ….ดูเหมือนว่าเขา ชิงหมินผู้นี้ควรจะต้องทำใจให้ชินไปเสียแล้ว

“แล้วท่านแม่กำลังกังวลเรื่องใดอยู่?”

“เอ่อ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่นายท่านถูกเรียกตัวไปที่เมืองหลวงเจ้าค่ะ”

“หืม?”

“เป็นการเรียกตัวกะทันหัน เนื่องจากในจวนแม่ทัพใหญ่เกิดเรื่องเจ้าค่ะ มีกลุ่มกบฏที่เคยถูกแม่ทัพใหญ่จัดการกลับมาแก้แค้น แม่ทัพใหญ่เสียชีวิตที่นั่น และมีผู้บาดเจ็บอีกมากมาย ดังนั้นจึงมีการเรียกผู้เกี่ยวข้องไปที่เมืองหลวงเพื่อให้ความช่วยเหลือเจ้าค่ะ”

“โอ้ เป็นการเรียกตัวอย่างกะทันหันนี่เอง” ชิงหมินพยักหน้ารับคำของสาวใช้ประจำตัวมารดา นางรู้เรื่องได้รวดเร็วจริงๆ ต่างจากเขาที่มัวแต่ไปสนใจเรื่องของซือซือ จนเรื่องในจวนยังรู้เป็นคนสุดท้าย

มารดาของเขาจะกังวลก็ไม่แปลกอะไร การที่มีการทำร้ายและก่อกบฏเช่นนี้ ผู้คนส่วนใหญ่ยังกลัวว่าจะเกิดการซ้ำรอยเดิม อาจจะมีการโจมตีระลอกที่สอง หรือมีผู้ไม่หวังดียื่นมือเข้ามายุ่มย่าม ความปลอดภัยของบิดาจึงน่าเป็นห่วง

ทว่า ชิงหมินที่รู้เนื้อเรื่องมาก่อนแล้วไม่ได้คิดเช่นนั้นเลย การเดินทางไปเมืองหลวงครั้งนี้ไม่ได้มีพูดเอาไว้มากนัก เว้นเสียแต่เป็นบทที่เรียกตัวผู้เกี่ยวข้องเข้าเมืองก็เท่านั้น การต่อสู้ระลอกที่สองไม่ได้เกิดขึ้น ตัวตนของบุตรชายคนสำคัญหายไปจากจวน สิ่งที่พวกคนร้ายหรือคนเป็นลุงต้องการมากที่สุดก็คือ “ตำแหน่งของบุตรปีศาจ” คนนั้น

ถึงจะต้องเดินทางไกลและต้องลำบากลำบนเสียหน่อย ทว่าก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ครอบครัวของพระรองที่นี่ก็ยังมีชีวิตที่สงบสุขดี ไม่ได้มีปัญหาอะไรให้ต้องกังวล มีเพียงพระรองเท่านั้นที่เริ่มเจอกับความปวดใจหลังจากที่เห็นสาวงามสนใจบุรุษอื่นอย่างออกนอกหน้า

ก็นะ….บทของพระรองจะซับซ้อนไปเพื่ออะไรกันล่ะ จริงไหม?

“ท่านแม่ ข้ามาแล้วขอรับ”

“โอ้ ชิงหมินน้อยของแม่ เจ้ามาแล้วหรือ?” หญิงวัยกลางคนที่มีอำนาจมากที่สุดในจวนยืนขึ้นเมื่อเห็นว่าเจ้าของสวนโม่ลี่ฮวาตัวจริงเดินเข้ามาแล้ว นางยังทำหน้าเศร้าให้เขา เพื่อดึงความน่าสงสารมาที่ตนเองอีกสิบส่วนด้วย

ชิงหมินไม่ได้ตำหนิอีกฝ่าย เพียงกล่าวสิ่งที่ตนเองรู้มา พร้อมทั้งปลอบประโลมมารดาให้ใจเย็น คลายความกังวลลงก็เท่านั้น

“ข้ารู้เรื่องการเรียกตัวแล้ว ท่านแม่ไม่ต้องกังวลไปขอรับ นี่นับเป็นโอกาสดีด้วยซ้ำที่บิดาจะได้พบเจอกับขุนนางมากขึ้น ต่อไปเส้นทางการค้าก็อาจจะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน คิดเสียว่าเป็นการเดินทางไปค้าขายก็ได้ขอรับ”

“แต่มารดาเกรงว่าบิดาของเจ้าจะมีภัย การก่อกบฏที่สังหารได้กระทั่งแม่ทัพนี้ อาจจะไม่ใช่แค่การแก้แค้นธรรมดาๆ หากมันบานปลายถึงขนาดมีการต่อสู้ชิงบัลลัง…”

“ท่านแม่ ท่านคิดมากเกินไปแล้วขอรับ”

“เจ้ายังเด็ก ยังไม่เข้าใจหรอกว่าที่เมืองหลวงน่ากลัวขนาดไหน หากเกิดเรื่องใหญ่จริงๆ บิดาของเจ้าอาจจะเอาชีวิตกลับมาไม่ได้ก็ได้”

“ข้าเข้าใจขอรับ พวกเรากังวลไปก็ทำสิ่งใดไม่ได้อยู่ดี ตอนนี้ทำได้แค่คิดเกี่ยวกับเรื่องโชคดีเอาไว้เท่านั้นขอรับ ท่านแม่เองก็หาโอกาสไปที่อารามเพื่อขอพรให้บิดาด้วยก็ดี ให้พระท่านมอบคำทำนายมาด้วยเลย”

“อืม มารดาเจ้าก็คิดเช่นนั้น แล้วพรุ่งนี้เจ้ามีเวลาหรือไม่”

“ขอรับ?”

“มารดาอยากจะไปทำบุญเสียหน่อย แต่เจ้าอาวาสที่นั่นชมชอบชาโม่ลี่นี้ หากว่าชิงหมินน้อยเป็นห่วงบิดา อยากให้ท่านเจ้าอาวาสอวยพรดีๆ อย่างนั้น….”

“พรุ่งนี้ลูกไม่สะดวกน่ะสิขอรับ”

“เอ่อ เช่นนั้น….ลูกมอบเพียงชา…”

“ฮ่าๆ ท่านแม่ ลูกเข้าใจแล้ว ท่านแม่สนใจเพียงชาของลูกก็เท่านั้นเองสินะขอรับ”

“เอ๋ เจ้าลูกคนนี้ แม่จะคิดสนใจเพียงเท่านั้นได้อย่างไร แม่ก็ชวนเจ้าแล้ว แต่เจ้าปฏิเสธไม่ใช่หรือ?” คนเป็นมารดาทำตาเขียว กลบเกลื่อนความเขินอายของตนเอง

ที่นางมาที่นี่ก็เพราะคิดเหมือนกับชิงหมินนี่แหละ อยากจะเดินทางไปอาราม ขอพรและขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มาคุ้มกันสามีในระหว่างเดินทางเสียหน่อย แต่การไปอารามครั้งก่อน ท่านเจ้าอาวาสพอใจในชาโม่ลี่อย่างมาก หากครั้งนี้ไปกราบไหว้แต่ไม่ได้นำชาไปด้วย เกรงว่าคำอวยพรนั้นจะเปลี่ยนเป็นไม่ดี

ถึงจะรู้ว่าพระท่านคงไม่ทำเช่นนั้น แต่มันน่าจะดีกว่าหากทำทุกอย่างให้สมบูรณ์พร้อม ทั้งนี้ก็เพื่อความสบายใจของตนเองทั้งสิ้น

หลี่ชิงหมินไม่ได้โต้เถียงกับมารดาอีก เขาเพียงสนับสนุนสิ่งที่ทำได้ก็เท่านั้น ถึงแม้ว่าชาโม่ลี่ฮวาฉบับชิงหมินจะเป็นของล้ำค่า เนื่องจากเขาจะคัดเอาโม่ลี่ฮวาที่พร้อมที่สุด มีกลิ่นหอมมากที่สุด เติบโตเต็มวัยและเหมาะสมมากที่สุดเพื่อนำมาตากแห้ง หลังจากนั้นก็บดเพื่อทำเป็นผงชา ผสมกันกลายเป็นชาที่มีกลิ่นหอมพิเศษของตนเอง

กระบวนการนี้กินเวลานานไม่น้อย และคนขยันอย่างเขาจึงต้องหวงแหนชาเป็นพิเศษ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องลงมือทำงานหนักในครั้งต่อไป กระนั้น…เมื่อเป็นเรื่องของครอบครัวที่มอบความสุขให้เขาเช่นนี้ ชิงหมินก็จำยอมที่จะมอบของดีให้กับพวกเขา

นอกจากจะให้มารดาเตรียมไปทำบุญแล้ว ยังมอบห่อชาให้บิดาไปอีกหลายห่อด้วย หวังว่าเขาจะมีความสุขในระหว่างที่ทำงานหนักอยู่ในเมืองหลวง และได้มีช่วงเวลาคิดถึงครอบครัวทางนี้บ้าง

บิดาของเขาก็เหมือนกับบุรุษในยุคสมัยนี้ทั่วไป ค่านิยมความรักไม่ใช่การมีภรรยาเดียว ที่จวนของพวกเขานี้มีอนุภรรยาอยู่ 4-5 คนแล้ว ยังมีตามรายทางเรื่อยไป เข้าหอโคมแดงโคมเขียวก็บ่อยครั้ง ถ้าไม่ใช่เพราะมารดาของพวกเขาแข็งแกร่งมากพอ คงจะจัดการเรื่องราวของหลังจวนให้สงบเช่นนี้ไม่ได้เป็นแน่

การเตรียมตัวส่งบิดาไปเมืองหลวงนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว ชิงหมินยังมีเวลาพักผ่อนหลังจากที่เขาทำความดีครั้งใหญ่ด้วยการมอบชาล้ำค่าให้ทั้งมารดาและบิดา โชคดีที่ผ่านมานี้ไม่มีบทสำหรับพระรองเช่นเขา ไม่อย่างนั้นคงจะวุ่นวายน่าดู

อิงตามเนื้อเรื่อง…หลังจากผ่านไป 1 สัปดาห์ พ่อพระเอกและนางเอกจะกลายเป็นมิตรต่อกันแล้ว พระเอกที่ไม่ไว้ใจใครเลยก็จะเชื่อใจนางเอกมากขึ้น เมื่อพบว่านางดูแลตนเองอย่างดีแม้ว่าจะลำบากอยู่ก็ตาม ตัวเขานั้นเป็นผู้ปลุกพลังได้แล้ว ใช้วิญญาณแถวๆนั้นให้ตรวจสอบเรื่องของนางเอกและหมู่บ้านแห่งนี้ หากมีเรื่องไม่ชอบมาพากลจะได้จัดการเสียตั้งแต่ต้น

หลังจากที่รู้ว่าสามารถใช้ชีวิตที่นี่ได้ เขาก็เบาใจลงไม่น้อย หนึ่งสัปดาห์ก็สามารถวางกับดักล่าสัตว์เล็กๆน้อยๆได้ ฝีมือของบุตรชายแม่ทัพใหญ่ไม่ได้น้อยหน้า แค่เหลาไม้แหลมเอาไว้ไม่กี่สิบไม้ ก็สังหารหมูป่าที่พยายามจะเข้ามาหาของกินในบ้านเขาได้ไปแล้ว 2 ตัว

เนื้อหมูชั้นดีถูกแบ่งให้นางเอกได้กินด้วย บางส่วนก็นำไปติดต่อกับหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อที่จะมอบเป็นสินน้ำใจ พร้อมกับขอเช่าที่บ้านเล็กๆนั้นอยู่อาศัยเป็นเวลานาน

ชาวบ้านไม่ได้มีอาหารดีอยู่แล้ว เมื่อเห็นพระเอกเก่งกาจและมีน้ำใจเช่นนี้ ย่อมต้องการให้อยู่ด้วยกัน ลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้านเสียใจจากคุณชายหลี่ ก็เปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นคนกำยำแข็งแกร่งเช่นพระเอกแทน

แม้จะพูดว่า “เปลี่ยนใจ” ไม่ได้เต็มปาก เพราะรูปร่างของชิงหมินไม่ได้ทำให้สาวๆหวั่นไหว พวกนางเป็นคนชนบท บุรุษในฝันย่อมเป็นคนร่างกายกำยำแข็งแรง ถ้าจะมีสาวงามสนใจชิงหมิน ก็ต้องเป็นสาวงามในเมืองเท่านั้นแหละ ดังนั้นทันทีที่พระเอกปรากฏตัวพร้อมกับความสามารถเช่นนี้ สาวๆมากมายก็มองตามเขาด้วยสายตาหยาดเยิ้มกันแล้ว

หลังจากพระเอกสร้างฐานความนิยมให้ตนเองได้ใน 1 สัปดาห์ ก็ถึงเวลาของชิงหมินที่จะต้องปรากฏตัวเพื่อค้นพบว่าสาวงามในดวงใจกำลังมองบุรุษอื่นด้วยสายตาที่เขาหวังให้นางมองมาตลอด

การแย่งทำคะแนน พร้อมกับการเริ่มมีปัญหาเล็กๆน้อยๆกับพระเอกก็เริ่มต้นจากนี้ บทบาทของเขาที่มากขึ้นทำให้ชิงหมินรู้สึกปวดหัวตั้งแต่ยังไม่ได้ลงมือ

เขาจึงเก็บตัวตลอดเวลา 4 วัน เมื่อมีพลังงานเต็มเปี่ยมแล้วจึงยอมลุกจากเตียงนอนเพื่อไปยังหมู่บ้านชายป่าตามบทบาทที่ได้รับอีกครั้ง…

……………………………………..

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...