โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ลุ้น ป.ป.ช. ชุดใหญ่กู้ศักดิ์ศรีหลังพบพิรุธ "ชงขม-ชงหวาน" การชี้มูลของคณะอนุฯ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2567 เวลา 03.00 น.

ลุ้น ป.ป.ช. ชุดใหญ่กู้ศักดิ์ศรีหลังพบพิรุธ "ชงขม-ชงหวาน" การชี้มูลของคณะอนุฯ

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2567 นับเป็นวันสำคัญวันหนึ่งในกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวกับคดีของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในช่วง2ปีที่ผ่านมา เพราะศึกระหว่าง“พลตำรวจเอกต่อศักดิ์ สุขวิมลกับพลตำรวจเอกสุรเชชษฐ์ หักพาล” ที่รับรู้กันว่านายษิทรา เบี้ยบังเกิดเป็นตัวแทนร้องเรียน”บิ๊กต่อ”ว่ากระทำผิดกฎหมาย(รับเงินเว็บพนัน) หลังจาก “บิ๊กโจ๊ก” ถูกค้นบ้านพักซอยวิภาวดีรังสิต60ก่อนการแต่งตั้งผบ.ตร.ในปี2566นั้น ตอนนี้งวดเข้ามาเรื่อยๆ เพราะสำนักงานปปช.ในฐานะผู้กลั่นกรอง/ผู้ไต่สวน/ผู้ชี้มูลก่อน เสนอให้อัยการและศาลตัดสินว่า อดีตสองนายตำรวจต้องเผชิญบ่วงกรรมในข้อกล่าวหาพัวพันเงินจากเว็บพนันหรือไม่!??!
โดยนายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ระบุว่า กรณีกล่าวหา พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผบ.ตร.กับพวก เรียกรับเงินหรือทรัพย์สินที่เชื่อว่าได้มาจากการกระทำความผิดเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์และธุรกิจผิดกฎหมายอื่นจำนวน 18 ประเภท คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณารายงานการตรวจสอบเบื้องต้นแล้วเห็นว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอ “จึงมีมติรับเรื่องไว้พิจารณาและดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง”

ต้นทางของเรื่องนี้นั้นพบว่า เมื่อวันที่25พ.ย. มติการประชุมอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่องกล่าวหา ประจำสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ1(สตร.1) สำนักงานปปช.ที่มีนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการปปช.ทำหน้าที่ประธานอนุกรรมการ ได้พิจารณาเรื่องกล่าวหาพลตำรวจเอกต่อศักดิ์กับพวกว่า ปรากฏข้อเท็จจริงว่า กลุ่มผู้ต้องหาคดีการพนันออนไลน์Venusmaster /Queenmafia/ BNKMASTER นั้นน่าเชื่อว่า พลตำรวจเอกต่อศักดิ์รู้เห็นและยินยอมให้ลูกน้องนำเงินจากบัญชีม้าไปทำบุญในนามตนเองและเป็นค่าใช้จ่ายคนในครอบครัว ถือได้ว่า พลตำรวจเอกต่อศักดิ์ได้รับทรัพย์สินฯอันอาจคำนวณเป็นเงินได้นอกเหนือจากทรัพย์สินฯอันควรได้ตามกฎหมาย เข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่

จึงมีข้อมูลเพียงพอที่จะไต่สวนพลตำรวจเอกต่อศักดิ์/ พตท.สุรกุล ธัญสิริดำรง(รองฝาง)/ดต.อภิชาต สุวรรณเพ็ชร ( ดาบยาว) / เอกชนสี่ราย/พตท.วีรวัฒน์ เจริญศิลป์ หากพบผู้ร่วมกระทำผิดอื่นให้ไต่สวนในคราวเดียวกัน ส่วนคนในครอบครัวบิ๊กต่อนั้น ปปช.ไม่กล่าวหาความผิดเพราะเชื่อว่า ไม่มีส่วนรู้เห็น

ส่วนเรื่องกล่าวหาพลตำรวจเอกสุรเชชษฐ์ อดีตรองผบ.ตร. ว่าร่วมกันเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินฯ/เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบโดยการเรียกรับผลประโยชน์จากนางสาวธันยนันท์ สุจริตชินศรี(มินนี่)และกลุ่มเว็บไซต์พนันออนไลน์/ตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำความผิดฐานฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน /กระทำความผิดตามพรบ.การพนัน/เป็นเจ้าหน้าที่รัฐรับทรัพย์สินฯเกินกว่ากฎหมายกำหนด(สามพันบาท)

และคดีที่สน.เตาปูน ที่มีความเชื่อมโยงของผู้ถูกกล่าวหามีความาเชื่อมโยงของสามเว็บพนันออนไลน์ โดยนางสาวพิมพ์วิไล ปล้องอ่อน,นายอนันทชัย ด่านชัย, ดต.อภิชาติ สุวรรณเพ็ชร ร่วมกันโอนเงินและถอนเงินกว่ายี่สิบล้านบาท และนำเงินดังกล่าวไปให้นายตำรวจคนอื่น และเว็บพนันทั้งสาม(queenmafia.com/venusmaster.com/BNKmaster.com)เชื่อมโยงกับกลุ่มบัญชีม้าซึ่งพตท.คริษฐ์ถือไว้ จึงไต่สวนบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับพตท.คริษฐ์คือ ตำรวจที่เป็นลูกน้องพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์รวม14คน เอกชนรวม11คน

โดยชี้มูลสองเคสในชั้นกลั่นกรองเพียงว่าบิ๊กโจ๊กอาจ”ร่ำรวยผิดปกติ/ตรวจสอบทรัพย์สินเพิ่มเติม”ส่วนข้อกล่าวหาอื่นๆนั้นคล้ายว่า”ให้ตกไป”

เเต่เลขาธิการปปช.ระบุว่า มติที่ประชุมคณะกรรมการปปช.ระบุว่า “ให้มีการไต่สวนเพิ่มเติม”กับการบ้านทึ่นายเอกวิทย์ชงวาระนีีเข้ามา

หากพินิจการวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯที่ชี้ว่าบิ๊กต่อและบิ๊กโจ๊กมี/ไม่มีส่วนร่วมในการกระทำผิดนั้น สิ่งหนึ่งที่น่าถอดรหัสในการวินิจฉัยคือ “การชี้มูลความผิดไปยังลูกน้องคนสำคัญของอดีตบิ๊กสีกากีทั้งสองนาย ”

โดยกรณีหนึ่งระบุว่าผู้บังคับบัญชารับรู้(บิ๊กต่อ)และอีกกรณีหนึ่งคือกลับบอกว่าผู้บังคับบัญชา(บิ๊กโจ๊ก)ไม่รับรู้ ทั้งๆที่มีพยานหลักฐานอื่นๆประกอบชัดเจน เช่น สำนวน1420หน้าของบก.ปปป.ที่ชี้ว่าบิ๊กโจ๊กรับรู้การกระทำของพตท.คริษฐ์

ตรงนี้สื่อถึงนัยยะพิกลๆที่อนุกรรมการกลั่นกรอง สตร.1 สำนักงานปปช.ชงสำนวนเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการปปช.(บอร์ดใหญ่ปปช.)แบบที่อาจมองได้ว่า”ชงหวานกับบางสำนวน”และ”ชงขมกับอีกสำนวน”ซึ่งอาจมีผลในแง่กฎหมายกับคดีอื่นๆที่เกิดขึ้นและกำลังจะเกิดขึ้นอีกมาก..สำหรับใครบางคนที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาในวันวาน/วันนี้/วันหน้า

และอาจมองลึกๆได้ว่าบอร์ดใหญ่ปปช.มองเห็น”จุดอ่อนของบางสำนวน”ที่มีการ”ชงหวาน”จึงให้ไต่สวนเพิ่มเติมกับสำนวน”บิ๊กโจ๊ก หวานเจี๊ยบ”เพื่อให้ปราศจากความน่าสงสัย…ผิดกับมุมที่อนุกรรมการฯ”ชงขม“ให้บิ๊กต่อเพราะบอร์ดใหญ่ปปช.ไฟเขียวกับข้อมูลทึ่นายเอกวิทย์เคาะมา
หากย้อนเวลากลับไปในช่วงเกือบสองปีกับคดีเขย่าเครดิตบิ๊กย่านปทุมวันจะพบว่า บิ๊กต่อเลือกที่จะนิ่งกับความเคลื่อนไหวกับข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้น จนยากที่จะแกะรอยข้อมูลว่า บิ๊กต่อวางแผนต่อสู้คดีอย่างไร

แต่บิ๊กโจ๊กและพวกเดินสายให้ข่าวผ่านสื่อหลายแขนง โดยเว้นที่จะกล่าวถึงข้อกล่าวหาของตนและพวก แต่“อ้างเทคนิคกฎหมายล้วนๆในการสู้คดี”และฟ้องร้องหลายฝ่ายตั้งแต่นายกรัฐมนตรีและประธานก.ตร./ผบ.ตร./สตช./กรรมการก.ตร./อดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายคน/นักร้องคนดัง/ถอดถอนกรรมการปปช.บางคน เพื่อสร้างกระเเสเเละปั่นข่าว

แต่เมื่อมติก.ตร./มติกพค.ตร./ ศาลปกครองสูงสุด ยกคำร้อง ‘บิ๊กโจ๊ก’ ขอเพิกถอนคำสั่งออกจากราชการ/มติคณะกรรมการธุรกรรม สำนักงานปปง.จะสรุปและสั่งฟ้องบิ๊กโจ๊กกับภรรยาว่าร่วมกันฟอกเงินประกันชีวิต10ล้านบาท(อายัดได้4.5แสนบาท)/ลุ้นผลสอบวินัยที่ใกล้จะคลอดนั้นบิ๊กโจ๊กจะรับชะตาเป็นการถาวรเพราะกระทำผิดวินัยร้ายแรง ?!?

ขณะเดียวกันสำนวนของบก.ปปป.1420หน้าที่ส่งให้สำนักงานปปช.ดำเนินการลงโทษพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ /พตท.คริษฐ์ /บุคลากรของสำนักงานปปช.สามคน(นายสมบัติ ธรธรรม/นายจัตุรงค์ พานิชเจริญ /นางสาวอารยา งามล้วน)และอั้ง เมืองชล เซียนพระชื่อดังว่า ร่วมกระทำผิดในการตกแต่งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์และนางศิรินัดดา หักพาลที่ต้องยื่นต่อสำนักงานปปช.หลายรายการ

โดยหนึ่งในบุคลากรของสำนักงานปปช.ซึ่งบก.ปปป.ชี้มูลความผิดคือ นายสมบัติ อดีตอนุกรรมการกลั่นกรองตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน ประจำสำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและการรัฐวิสาหกิจ 1 (กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) และผู้ทรงคุณวุฒิประจำตัวนายเอกวิทย์ เพราะบก.ปปป.มองว่านายสมบัติคือ”ตัวการสำคัญ”ที่เชื่อมโยง”คนในสนามบินน้ำหลายคนกับเครือข่ายบิ๊กโจ๊ก” เข้าด้วยกัน และล่าสุดหนึ่งในนั้นคือนายพิพิธ สุขเกษม เจ้าหน้าที่ไต่สวนระดับสูง สำนักงานปปช.ที่ร่วมในคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯชุดของนายเอกวิทย์ที่กลั่นกรองข้อกล่าวหาของบิ๊กต่อนั้น

บก.ปปป.พบว่านายสมบัติได้แนะนำนายพิพิธให้รู้จักกับพตท.คริษฐ์ โดยนายพิพิธได้ส่งข้อมูลคนในครอบครัวเพื่อให้พตท.คริษฐ์ไปลงทะเบียนเวชระเบียนที่รพ.ตำรวจ และรู้ๆกันดีว่าบิ๊กต่อกับ บิ๊กโจ๊กขัดแย้งกัน แต่นายพิพิธกลับทำหน้าที่นี้ได้…
และไม่นานมานี้พ.ต.ท.มนต์ชัย บุญเลิศ รองผู้กำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท. ได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการสำนักงานป.ป.ช. ขอให้นายเอกวิทย์ถอนตัวในการพิจารณาไต่สวนและวินิจฉัยคดีต่างๆ ของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์และถอนตัวจากการที่จะร่วมเป็นคณะอนุกรรมการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนพตอ.พ.ต.อ.กฤษณะพงศ์ กัญจน์ชัยกิจ รอง ผบก. กองร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ได้เดินทางไปที่สำนักงานปปช.เพื่อยื่นหนังสือคำร้องขอรื้อฟื้นคดีส่วยคาราโอเกะ ภาคอีสานที่ “บิ๊กโจ๊ก” ถูกกล่าวหา

รวมทั้งคดีที่บิ๊กโจ๊กร้องเรียนคนอื่นๆที่ยังอยู่ในสนามบินน้ำ เช่น ฟ้องร้องพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาใช้อำนาจโดยมิชอบในการย้ายตนจากสตช.มาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี/ฟ้องร้องพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ว่าทุจริตโครงการไบโอเมทริกซ์และรถตรวจการอัจฉริยะ ฯลฯนั้นจะขยับอย่างไร
เพราะมีกระแสข่าวว่าบิ๊กโจ๊กวางเครือข่ายคนใกล้ชิดไปทำงานในสนามบินน้ำแทบทุกระดับ โดยสิ่งที่ยืนยันคือสำนวนของบก.ปปป. บวกกับมีข้อมูลที่สื่อมวลชนหลายแขนงเสนอข่าวมาหลายครั้งว่าบิ๊กโจ๊กมีสัมพันธ์ที่ดีกับกรรมการปปช.ในอดีตหลายคนเช่น พลตำรวจเอกวัชรพล ประสานราชกิจ /พลตำรวจเอกสถาพร หลาวทอง /นางสาวสุภา ปิยะจิตติ และยังพยายามผลักดันคนใกล้ชิดให้สมัครเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการปปช.ชุดใหม่หลายครั้งแต่ความพยายามนี้ยังไม่สำเร็จ

รายงานข่าวจากแหล่งข่าวภายใน ปปช .แจ้งว่า นายเอกวิทย์ไม่ยอมถอนตัวจากคดีบิ๊กโจ๊ก ซึ่งเป็นที่ผิดปกติอย่างมาก อีกทั้งการเปลี่ยน เจ้าของสำนวนคดีบิ๊กโจ๊กนั้นพบว่ามีการจ่ายสำนวนนี้ ให้ไปอยู่ในมือเจ้าพนักงานไต่สวน ที่เป็นอดีตรองเลขาธิการปปช.ซึ่งเคยเป็นตำรวจ และเกษียณอายุราชการไปแล้วแต่ยังวนเวียนอยู่ในพื้นที่ภาค 5 ในฐานะอนุกรรมการกลั่นกรองคดีภาคของกรรมการปปช.คนหนึ่ง อีกด้วย

อันเป็นประเด็นที่สร้างความสงสัยให้ เจ้าหน้าที่ในสำนักงาน ปปช.อย่างมากว่าทำเเบบนี้ทำไม?!?

และเร็วๆนี้ก็มีความเป็นไปได้ว่า การรื้อบางสำนวนของบิ๊กโจ๊กตามข้อร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากคู่กรณีขึ้นมาปัดฝุ่นชำระความกันใหม่นั้น”มีความเป็นไปได้” รวมทั้งการเร่งเช็กบิลคนในสนามบินน้ำที่มีพยานหลักฐานแน่ชัดว่าร่วมแรงร่วมใจกับบิ๊กโจ๊กในหลายวาระ

เเว่วว่าบอร์ดใหญ่ปปช.จะอ่านอะไรๆในช่วงผ่านมาว่ามีอะไรเเปร่งๆเเปลกๆ ได้ เเละน่าจะไม่ช้าไม่นานที่จะชำระความให้สิ้นข้อสงสัยเพื่อเรียกศรัทธาและศักดิ์ศรีของสำนักงานปปช.ให้คืนกลับมาเร็วที่สุด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...