ย้อนดูประวัติศาสตร์จากละคร สมัยที่ "น้ำตาลมีค่าดั่งทอง"
เรียนรู้ประวัติศาสตร์จากละคร สมัยที่ "น้ำตาลมีค่าดั่งทอง" ย้อนดูความเป็นมาการค้าในสมัยรัชกาลที่ 3 จนถึงปัจจุบัน
“คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์” นำแสดงโดย โบว์-เมลดา สุศรี และ ภณ-ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ ได้รับเสียงตอบรับจากแฟนๆละครอย่างล้นหลาม เพราะนอกจากการแสดงที่น่ารักแล้ว ละครยังสอดแทรกความรู้ประวัติศาสตร์ไว้มากมาย
ล่าสุดในละครมีการกล่าวถึงการค้าขาย "น้ำตาล" ในสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญและเป็นสินค้าส่ง โดย ศิลปวัฒนธรรม ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า
ไทยเปิด “ตลาดเสรี” ตั้งแต่รัชกาลที่ 3 ก่อนทำสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง
เดิมประเทศไทยมีการผูกขาดสินค้าบางชนิด ในสมัยรัชกาลที่ 3 นโยบายผูกขาดสินค้าถูกยกเลิกไป โดยเป็นการตัดสินใจของรัฐบาลเอง
นับตั้งแต่วันแรกที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ ก็ได้ทรงประกาศเลิกการผูกขาด และปล่อยให้มีการค้าเสรีแก่ประชาชนของพระองค์ และชาวต่างชาติ ยกเว้นปืนไฟ ฝิ่น และของต้องห้ามอีกบางอย่างที่ยังสงวนไว้เท่านั้น
“ทัศนียภาพของเมืองบางกอก” (View of the city of Bangkok) จากหนังสือ “บันทึกของทูตจากข้าหลวงใหญ่แห่งอินเดียประจำสยามและโคชิน-ไชนา” (Journal of an embassy from the Governor-General of India to the courts of Siam and Cochin-China) โดย จอห์น ครอว์เฟิร์ด ทูตอังกฤษผู้รับหน้าที่มาเจรจากับสยามก่อน เบอร์นีย์
สนธิสัญญาเบอร์นีย์ สัญญาพระราชไมตรี-พานิชย์ ฉบับแรกไทยกับตะวันตก
สนธิสัญญาเบอร์นีย์ที่ไทยตกลงลงนามกับประเทศอังกฤษใน พ.ศ. 2369 นับเป็นสนธิสัญญาทางพระราชไมตรีและการพานิชย์ฉบับแรกที่ไทยทำกับประเทศตะวันตกในสมัยรัตนโกสินทร์
อาจกล่าวได้ว่าสนธิสัญญาฉบับนี้มีนัยสำคัญในการปูทางให้ชาติตะวันตกเริ่มเข้ามามีบทบาทในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของไทยอีกครั้งหนึ่ง
ความสําเร็จของเบอร์นีในการทําสัญญากับไทยใน พ.ศ. 2369 นั้น ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะสถานการณ์ทางการเมืองบังคับ แต่อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะข้อกําหนดเกี่ยวกับการค้าในสัญญาฉบับนี้ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว
โรงงานน้ำตาลจังหวัดลำปาง เมื่อปี 2482 (ภาพจาก หนังสือ ไทยสมัยรัฐธรรมนูญ ที่ระลึกในงานฉลองวันชาติและสนธิสัญญา 24 มิถุนายน 2482)
กิจการ "น้ำตาล" ของไทย
ภายหลังการทำสนธิสัญญาเบอร์นีในสมัยรัชกาลที่ 3 มีการส่งออกน้ำตาลในปริมาณมากขึ้น เช่น ปี พ.ศ. 2387 มีปริมาณส่งออกถึง 110,000 หาบ ทั้งนี้เป็นไปตามความต้องการของตลาดโลกโดยมีลูกค้าสำคัญคือ อเมริกาและอังกฤษ
ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 4 ระหว่างปี พ.ศ. 2405-8 การส่งออกน้ำตาลได้ขยายตัวอย่างมาก เห็นได้จากมีการสร้างโรงงานที่ใช้เครื่องจักรไอน้ำขึ้นบริเวณริมฝั่งแม่น้ำนครชัยศรีถึง 25 โรง
จนกระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ในปี พ.ศ. 2432 กิจการโรงงานน้ำตาลเริ่มประสบปัญหาการส่งออก เนื่องจากราคาน้ำตาลตลาดโลกตกต่ำ การส่งออกจึงหยุดชะงักลง จากเดิมที่ไทยเคยเป็นประเทศที่ผลิตเพื่อส่งออกกลับต้องนำเข้าน้ำตาลจากฟิลิปปินส์และชวา (อินโดนีเซีย)
จนกระทั่ง พ.ศ. 2470 จึงมีความพยายามฟื้นฟูกิจการโรงงานน้ำตาลของคนไทยอีกครั้งหนึ่ง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ย้อนดูประวัติศาสตร์จากละคร สมัยที่ "น้ำตาลมีค่าดั่งทอง"
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th