โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ยังโตต่อได้หรือไม่ ? จับทิศทางหุ้นบิ๊กเทคสหรัฐ ในปี 2025

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ธ.ค. 2567 เวลา 03.05 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2567 เวลา 03.04 น.

คอลัมน์ : สถานีลงทุนทิสโก้ ผู้เขียน : สวภพ ยนต์ศรี บลจ.ทิสโก้

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐถือเป็นหุ้นกลุ่มที่สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง และเป็นแรงผลักดันสำคัญในการนำดัชนีตลาดหุ้นของสหรัฐ ทั้ง S&P500 และ Nasdaqไปสู่จุดสูงสุด จากแรงหนุนของผลประกอบการที่แข็งแกร่งและความคาดหวังต่อกำไรในอนาคต รวมถึงการมาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยิ่งเป็นแรงหนุนที่เพิ่มพลังให้กับหุ้นกลุ่มนี้

แต่สถานการณ์เหล่านั้นกำลังเปลี่ยนไปหรือไม่ และนักลงทุนอาจต้องเริ่มมองหาทางเลือกใหม่เพิ่มเติมในตลาดหุ้นปี 2025 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ?

บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐ หรือที่มักถูกเรียกว่า “Magnificent Seven” ได้แก่ Alphabet, Amazon, Apple, Microsoft, Mata, Nvidia และ Tesla กำลังเผชิญกับอัตราการเติบโตของกำไรที่ชะลอลง โดยในปี 2025 คาดว่าการขยายตัวของกำไรของกลุ่ม Magnificent Seven จะอยู่ที่ราว 18%

ซึ่งลดลงจากอัตราการเติบโตของทั้งปี 2024 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ราว 34% นอกจากนี้ หากตัด Nvidia ซึ่งยังคงถูกคาดหวังสูงจากการเติบโตของกำไร เนื่องจากเป็นบริษัทที่ได้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI อัตราการเติบโตกำไรของบริษัทในกลุ่มนี้อาจเหลือเพียงแค่ 3% เท่านั้น

โดยหากอัตราการเติบโต 18% เกิดขึ้นกับกลุ่มอื่น ๆ อาจจะเป็นอัตราที่น่าพอใจ แต่ตัวเลข 18% ก็อาจจะยังไม่เพียงพอกับความคาดหวังที่สูงของนักลงทุนต่อหุ้นบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ นอกจากนี้ หากอ้างอิงจากตัวเลขของนักวิเคราะห์ใน Bloomberg

ยังคาดว่าในปี 2025 ยังจะมีกลุ่มที่กำไรเติบโตได้อย่างโดดเด่น คือ Healthcare ที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตของกำไรอยู่ที่ 20% และการเติบโตโดยรวมกำไรของบริษัทในดัชนี S&P500 อยู่ที่ 13% เพิ่มขึ้นจาก 10% ในปี 2024 แสดงให้เห็นว่าดัชนี S&P500 สามารถมีอัตราการเติบโตของกำไรได้โดดเด่น โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาเพียงแค่กลุ่ม Magnificent 7 แต่เพียงอย่างเดียว

ซึ่งทิศทางของการเปลี่ยนกลุ่มหุ้นเริ่มแสดงออกมาให้เห็นผ่านความเคลื่อนไหวของเม็ดเงินลงทุน โดยรายงานจาก Bank of America ระบุว่า ในสัปดาห์ของวันที่ 4 ธันวาคม กลุ่ม Technology มีเงินทุนไหลออกสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ขณะที่หุ้นขนาดเล็กได้รับความสนใจมากขึ้น โดยมีเงินทุนไหลเข้าแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่มากกว่า 30,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้

นักวิเคราะห์จาก Bloomberg แสดงความเห็นว่าหุ้นในกลุ่มพลังงาน Biotech และหุ้นขนาดกลาง-เล็กอาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากการประเมินราคาหุ้นของ Big Tech ที่ยังคงสูง โดยบริษัทในกลุ่ม Magnificent Seven ซื้อขายที่ค่า PE สูงถึง 41 เท่า ณ ปัจจุบัน

และอีกหนึ่งประเด็นที่เริ่มสร้างความกังวลให้กับนักวิเคราะห์ฝ่ายที่เริ่มประเมินความเสี่ยงขอ’หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่เพิ่มสูงขึ้น โดยในปี 2024 บริษัทอย่าง Microsoft, Alphabet, Amazon และ Meta มีการใช้จ่ายเงินลงทุนรวมกันสูงถึง 200,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลด้าน AI โดยตัวเลขการลงทุนที่เห็นอาจเป็นข่าวดีกับ Nvidia แต่ก็เกิดคำถามเช่นเดียวกัน ว่าการลงทุนมหาศาลเหล่านั้นจะเริ่มให้ผลตอบแทนจากการลงทุนเมื่อใด

โดยในกลุ่ม Magnificent Seven มีเพียง Nvidia เท่านั้นที่ยังคงสร้างผลกำไรได้อย่างโดดเด่น ด้วยความต้องการเทคโนโลยี AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทยังคาดการณ์กำไรเติบโตถึง 49% ในปีหน้า แต่ก็เป็นระดับที่ลดลงจากการเติบโตระดับเลข 3 หลัก (Triple Digit) ในปีนี้

อย่างไรก็ดี หากย้อนภาพกลับไปในอดีตที่ผ่านมา มักเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นหลายต่อหลายครั้ง คือ การที่นักวิเคราะห์คาดว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจะเติบโตชะลอลง และถึงเวลาของหุ้นกลุ่มอื่นสลับขึ้นมาโดดเด่นปรับตัวขึ้นนำตลาด ยกตัวอย่างในช่วงต้นปี 2024 นักวิเคราะห์คาดว่ากำไรของหุ้นในกลุ่ม Magnificent Seven จะเติบโตเพียง 19% แต่ดูเหมือนว่าตัวเลขจริง ๆ ของทั้งปี 2024 จะสูงถึง 34%

ดังนั้น ถึงแม้ทิศทางของหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่จะเติบโตได้ในอัตราที่ชะลอลงในปี 2025 ตามที่นักวิเคราะห์คาด สิ่งที่นักลงทุนควรทำไม่ใช่การนำเงินลงทุนทั้งหมดออกจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ แต่เป็นแค่การกระจายการลงทุนไปยังหุ้นกลุ่มอื่น ๆ บ้างเท่านั้น

อาทิ กลุ่ม Healthcare ที่คาดว่าจะมีกำไรเติบโตโดดเด่น หรือหุ้นขนาดกลาง เล็กที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากนโยบายผ่อนคลายกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของว่าที่ประธานาธิบดี Donald Trump

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยังโตต่อได้หรือไม่ ? จับทิศทางหุ้นบิ๊กเทคสหรัฐ ในปี 2025

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...