โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไม่รับประกันภัย “พื้นที่น้ำท่วม” ปรับเงื่อนไข-เพิ่มเบี้ย 54 จังหวัดเสี่ยง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ม.ค. 2568 เวลา 00.26 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. 2568 เวลา 00.26 น.

เอฟเฟ็กต์ “น้ำท่วม-ดินถล่ม” เกิดขึ้นทั่วประเทศ พ่อค้า-ธุรกิจตั้งแต่เหนือจรดใต้ร้องระงมบริษัทประกันปฏิเสธรับประกันความเสี่ยง หลังกระอักมหาภัยพิบัติทั่วไทยรอบที่แล้วต้องจ่ายเคลมอ่วม ทั้งเชียงใหม่-เชียงราย-พัทลุง พ่อค้าข้าว-ปุ๋ยไม่กล้าตุนสต๊อกกลัวแบกรับความเสี่ยงไม่ไหว อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เผยบริษัทประกันเตรียมนำ “แผนที่เสี่ยงเกิดแผ่นดินถล่ม” ครอบคลุมพื้นที่ 54 จังหวัด ใช้พิจารณา “พื้นที่เสี่ยง” ไม่รับคุ้มครองความเสียหาย สมาคมประกันยอมรับธุรกิจผวา “ภัยน้ำท่วม” ปรับเงื่อนไข-เพิ่มเบี้ย-ลดวงเงินคุ้มครอง คปภ.หวั่นปัญหาบานปลายตั้งคณะทำงานหาทางออก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์ภัยพิบัติมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ของประเทศไทยที่เกิดขึ้นในปี 2567 หลายพื้นที่ย่านเศรษฐกิจใจกลางเมืองของหลายจังหวัด ที่ไม่เคยเกิดเหตุอุทกภัยในรอบเป็น 100 ปี ก็เกิดขึ้นในรอบปีที่ผ่านมา เช่น วันที่ 23 สิงหาคม 2567 ได้เกิดเหตุดินโคลนถล่มบริเวณเขานาคเกิด ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต มีผู้เสียชีวิต 13 ราย บาดเจ็บ 19 ราย มีครัวเรือนได้รับผลกระทบ 260 ครัวเรือน,

วันที่ 9-14 ก.ย. 2567 เหตุการณ์ดินถล่ม และน้ำท่วม อ.แม่สาย อ.เมืองเชียงราย รวมถึงเหตุการณ์น้ำท่วม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ครั้งใหญ่ ช่วงวันที่ 3-7 ตุลาคม 2567 และปลายเดือนพฤศจิกายน-ต้นธันวาคม 2567 เกิดเหตุการณ์น้ำท่วม อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นต้น

ปี’67 ธรณีพิบัติภัยนับพัน

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยว่า ในรอบปี 2567 ประเทศไทยเผชิญเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัย รวม 1,112 เหตุการณ์ แบ่งเป็น แผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก 160 เหตุการณ์ แผ่นดินไหว 947 เหตุการณ์ และหลุมยุบ 5 เหตุการณ์

และจากการสำรวจล่าสุดพบว่า ประเทศไทยมีพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินถล่มระดับสูงมากถึงปานกลาง ครอบคลุมพื้นที่ 54 จังหวัด 463 อำเภอ 1,984 ตำบล 15,559 หมู่บ้าน คิดเป็นพื้นที่เสี่ยงรวม 142,067 ตารางกิโลเมตร (84.8 ล้านไร่) หรือประมาณร้อยละ 25 ของพื้นที่ประเทศไทย

โดยเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำ “แผนที่พื้นที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินถล่มของประเทศไทย” ไปใช้ประกอบการเตรียมความพร้อม ป้องกันเฝ้าระวัง และเตือนภัยในพื้นที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินถล่มในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว

ประกันใช้เกณฑ์เสี่ยงภัย 54 จังหวัด

นายพิชิต สมบัติมาก อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทราบข่าวว่าจากที่ผ่านมาเกิดเหตุภัยพิบัติขึ้นทำให้ในอนาคตบริษัทประกันจะนำ “แผนที่พื้นที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินถล่มประเทศไทย” ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงภัย 54 จังหวัด ไปใช้ประกอบการพิจารณาการรับประกัน

โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยสีแดง หากไปปลูกสร้างอาคาร บ้านเรือน อยู่ในพื้นที่เหล่านี้ บริษัทประกันภัยอาจไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะทราบอยู่แล้วว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งในต่างประเทศมีการเขียนระบุเงื่อนไขเหล่านี้ไว้ชัดเจน

เชียงใหม่เมินบ้าน-ร้านถูกน้ำท่วม

แหล่งข่าวธุรกิจประกันภัยในจังหวัดเชียงใหม่เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ ทำให้บริษัทประกันภัยส่วนใหญ่ได้ปรับเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การทำประกันภัยในส่วนสัญญาเพิ่มเติมภัยธรรมชาติเข้มข้นมากขึ้น

โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เคยถูกน้ำท่วม บริษัทอาจปฏิเสธการรับทำประกัน เช่น หลายพื้นที่ในเขต อ.เมือง โดยเฉพาะบริเวณหนองหอย และบางพื้นที่ของ อ.สารภี ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่มีหมู่บ้านจัดสรรจำนวนมากที่ถูกน้ำท่วมครั้งใหญ่ ช่วงวันที่ 6-7 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา

เนื่องจากมีปัจจัยความเสี่ยงด้านต้นทุนการจ่ายเงินชดเชยที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ด้วยปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยเฉพาะปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีแนวโน้มความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น

“น้ำท่วมใหญ่ของเชียงใหม่ครั้งใหญ่ที่ผ่านมา บริษัทประกันหลายแห่งต้องแบกรับการจ่ายเคลมความเสียหายเป็นระดับเป็นพันล้านบาทขึ้น” แหล่งข่าวกล่าว

ทั้งนี้ พบว่าบริษัทประกันภัยหลายแห่งมีการปรับอัตราเบี้ยประกันสูงขึ้น และพิจารณาโซนพื้นที่ความเสี่ยงน้ำท่วมว่าผู้ทำประกันภัยอยู่อาศัยในพื้นที่โซนความเสี่ยงน้ำท่วมหรือไม่ หากอยู่ในโซนความเสี่ยงก็จะพิจารณาอย่างเข้มงวด

เชียงรายประกันปฏิเสธยกอำเภอ

นางพร้อมพร จินดาวงศ์ เนตรหาญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เชียงรายพัฒนาเมือง จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ดินโคลนถล่ม ผู้ประกอบการในพื้นที่ อ.เมืองเชียงราย หลายรายเป็นกังวล จึงต้องการทำประกันภัยน้ำท่วมเพื่อลดความเสี่ยง โดยได้เชิญตัวแทนบริษัทประกันมาให้ข้อมูล

ปรากฏว่าตัวแทนบริษัทประกันได้ชี้แจงว่า ต้องรอให้พ้นช่วงภัยพิบัติน้ำท่วม หรือให้รอพ้นหน้าฝนก่อน โดยไม่รับทำประกันในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงเคยถูกน้ำท่วมมาก่อน แต่พอช่วงต้นปี 2568 เริ่มมีการปลดล็อกรับทำประกันในบางอำเภอที่ไม่ถูกน้ำท่วม

“ปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นอยากร้องเรียนไปยัง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ให้มาช่วยเหลือประชาชนกรณีถูกบริษัทประกันภัยปฏิเสธการรับทำประกันภัย จะมีหนทางช่วยเหลือดูแลได้อย่างไรบ้าง” นางพร้อมพรกล่าว

พ่อค้าข้าว-ปุ๋ยพัทลุงถูกปฏิเสธ

แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการรายใหญ่เขตเทศบาลตำบลแม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมหนักที่เขตเทศบาลแม่ขรี ปรากฏว่าทางบริษัทประกันภัยบางบริษัทไม่รับทำประกันต่อ ส่งผลให้ผู้ประกอบการการค้าแทบทุกแขนงเกิดความกังวล ไม่กล้านำสินค้าปริมาณมากมาเก็บในสต๊อก เช่น กลุ่มค้าปลีกค้าส่ง กลุ่มค้าปลีกค้าส่งข้าวสาร กลุ่มค้าปลีกค้าส่งปุ๋ย กลุ่มเครื่องยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ

“บางรายได้ทำประกันภัยไปเมื่อปี 2566 แต่เมื่อถูกน้ำท่วมปี 2567 สัญญาครบกำหนดพอดี บริษัทประกันรายเดิมก็ปฏิเสธไม่ต่อสัญญา บางบริษัทประกันส่งตัวแทนไปสำรวจสถานที่ตั้งคลังสินค้าแล้ว ตัวแทนก็หายเงียบไปเลย” แหล่งข่าวกล่าว

ด้านนายสำราญ สุบรรณวงศ์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแม่ขรี จ.พัทลุง กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เขตเทศบาลตำบลแม่ขรี ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจธุรกิจการค้า จ.พัทลุง ตอนล่าง มีผู้ประกอบการทำประกันภัยประมาณ 10% จากทั้งหมด

จากเหตุการณ์น้ำท่วมหนักจึงมีผู้สนใจทำประกันภัยเพิ่มขึ้น แต่บริษัทประกันภัยได้พิจารณาถึงเหตุการณ์น้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมาแล้ว จึงยังไม่ตอบรับในการทำประกันภัยน้ำท่วม คาดว่าอยู่ระหว่างการพิจารณา จึงเกิดความกังวลต่อผู้ประกอบการ

“เทศบาลตำบลแม่ขรีปกติน้ำไม่เคยท่วมมาร่วม 40-50 ปี แต่ปรากฏว่าได้เกิดน้ำท่วมเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งได้สร้างความเสียหายต่อพื้นที่เศรษฐกิจ ซึ่งทางเทศบาลได้วางแผนออกแบบเพื่อป้องกันน้ำท่วมให้เกิดประสิทธิภาพ

แต่ตอนนี้ไม่มีงบประมาณเพียงพอ จึงอยากขอสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล 40-50 ล้านบาท ในการขุดลอกแหล่งรับน้ำและระบาย หาไม่แล้วหากเกิดฝนตกหนักก็จะเกิดน้ำท่วมทันที และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจย่านการค้าอย่างใหญ่หลวง มูลค่านับร้อยล้านบาท”

ธุรกิจประกันระวัง “ภัยน้ำท่วม”

ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมหนักที่แทบจะเกิดในทุกภูมิภาคของประเทศไทย ถือเป็นเรื่องใหม่ที่ภาคธุรกิจประกันวินาศภัยต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น จากช่วงหลายปีก่อน เรื่องภัยน้ำท่วมส่วนใหญ่เป็นการแถมความคุ้มครองเข้าไปในกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย แต่ช่วงหลังมานี้ภัยน้ำท่วมกลายเป็นส่วนที่สร้างความเสียหาย หรือกดดันยอดจ่ายเคลมสินไหมสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ในช่วง 9 เดือน ปี 2567 กำไรจากการรับประกันของบริษัทประกันวินาศภัยทั้งอุตสาหกรรม ปรับตัวลดลง 28.9% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) มาอยู่ที่ 9,448 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเกิดจากมีอัตราความเสียหายจ่ายเคลมสินไหม (Loss Ratio) เพิ่มขึ้นของประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน โดยมีสถิติอัตราการเคลมปรับขึ้นเป็น 44% จากระดับ 28.5% และประกันอัคคีภัย ปรับขึ้นจาก 23.6% เป็น 23.7%

ปรับเงื่อนไขลดเงินคุ้มครอง

ดร.พงษ์ภาณุ ดำรงศิริ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้บริษัทประกันมีการปรับเงื่อนไขการทำประกัน ส่วนกรณีที่จะไม่ต่อสัญญากรมธรรม์ประกันคงจะเกิดขึ้นน้อยรายมาก

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือช่วงที่ผ่านมาการแข่งขันของธุรกิจประกันมีการไปปรับเพิ่มเงื่อนไขจำกัดความรับผิด (Sublimit) ในส่วนความคุ้มครองด้านภัยธรรมชาติสูงขึ้น โดยเสนอวงเงินความคุ้มครองให้ลูกค้าตั้งแต่หลักแสนบาทขึ้นไปจนถึงหลักล้านบาท

เช่น ลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอี มีทุนประกันทรัพย์สิน 20 ล้านบาท บริษัทประกันอาจเพิ่มวงเงิน Sublimit ที่จะจ่ายเมื่อเกิดเหตุภัยธรรมชาติให้สูงสุดถึง 10% หรือกำหนดเป็นวงเงินก้อนสูงสุดที่ 1-2 ล้านบาท จากเดิมที่ให้วงเงินน้อยกว่านั้น

แต่ในช่วงปีที่ผ่านมา บริษัทประกันได้รับผลกระทบจ่ายเคลมสูงจากเหตุการณ์ภัยธรรมชาติ-น้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ก็ทำให้บริษัทประกันต้องจ่ายเคลมความเสียหายที่สูง จึงส่งผลต่อการพิจารณาการต่ออายุสัญญากรมธรรม์ประกันอัคคีภัยได้

โดยบริษัทประกันอาจมีการปรับเงื่อนไขการต่อสัญญาในลักษณะ คือ 1.ไม่คุ้มครองภัยน้ำท่วม 2.ลดวงเงิน Sublimit เช่น เดิมให้สูงสุด 10% หรือไม่เกิน 2 ล้านบาท ก็ปรับลดลงเหลือแค่ 10% ไม่เกิน 5 แสนบาท เป็นต้น

“ประกันภัยต่อ” ปรับขึ้นเบี้ย

ดร.พงษ์ภาณุกล่าวว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ภาวะตลาดประกันภัยต่อ (Reinsurance) ในโลก เผชิญภาวะตลาดที่แข็งตัว (Hard Market) ค่อนข้างรุนแรง คือรีอินชัวเรอร์มีการปรับขึ้นเบี้ยประกันและเข้มงวดในมาตรฐานการรับประกัน เนื่องจากการเกิดมหันตภัยหรือเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความเสียหายขนาดใหญ่ ทำให้มีต้นทุนค่าสินไหมที่เพิ่มขึ้น และเผชิญการแข่งขันที่รุนแรง

สำหรับการต่ออายุสัญญาประกันภัยต่อในปี 2568 ก็ยังมีความเข้มงวด แต่ไม่มีการปรับเบี้ยที่รุนแรงเหมือนช่วงก่อนหน้า เป็นลักษณะยืนบนเงื่อนไขเดิม แต่ถ้าประวัติของพอร์ตโฟลิโอนั้นมีอัตราการเคลมที่สูงก็อาจถูกปรับเงื่อนไขได้

คปภ.ตั้งคณะทำงานหาทางออก

ด้านนายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการด้านกำกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากกระแสบริษัทประกันบางรายไม่ต่อสัญญากรมธรรม์กับลูกค้า จากเหตุภัยน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่เมื่อปีที่แล้วนั้น ขณะนี้ คปภ.ยังไม่ทราบรายละเอียด แต่เป็นสิ่งที่ คปภ.ก็มีความกังวลใจว่าจะเกิดขึ้นได้

เพราะจากความเสี่ยงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบมากขึ้น ทำให้บริษัทประกันจำเป็นต้องบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมบ่อยและซ้ำซาก จะถูกจำกัดสิทธิหรือบริษัทไม่รับทำประกันได้ ซึ่งเป็นสิทธิที่บริษัทประกันดำเนินการได้ เพราะไม่ใช่ภาคบังคับ แต่เป็นภาคสมัครใจ เช่นเดียวกับพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินถล่มของประเทศไทยใน 54 จังหวัด ตามที่ ครม.เห็นชอบไปแล้วด้วย

“ในแง่มุมการรับประกันของบริษัทประกันคือ เขารู้เท่าทันความเสี่ยง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่อีกแง่มุมหนึ่งคือ ประชาชนบริหารความเสี่ยงไม่ได้ เมื่อบริษัทประกันไม่รับทำประกัน ทำให้ คปภ.ค่อนข้างเป็นห่วงเรื่องนี้ ทำให้ คปภ.ได้มีการตั้งคณะทำงานศึกษาเรื่องประกัน ซึ่งแนวทางที่เกิดขึ้นยังค่อนข้างตอบยาก เพราะเป็นเรื่องของภาคธุรกิจ แต่โดยภาพรวมอาจจัดให้มีการประกันภัยแบบเหมาทั้งประเทศสำหรับพื้นที่เสี่ยงภัย”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไม่รับประกันภัย “พื้นที่น้ำท่วม” ปรับเงื่อนไข-เพิ่มเบี้ย 54 จังหวัดเสี่ยง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...