ชูขมิ้นชัน เป็น Herbal Champions จ่อยกระดับขมิ้นชันให้เป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรในระดับสากล ตีตลาดความงามมูลค่าเกือบ 8 พันล้านบาท
รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์และส่วนราชการอื่น ๆ ร่วมกันยกระดับขมิ้นชันให้เป็น Herbal Champions ผลักดันให้เป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรในระดับสากล หวังตีตลาดความงามซึ่งมีมูลค่าเกือบ 8 พันล้าน และมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าในปี 2570 จะมีมูลค่าตลาดถึง หมื่นล้านบาท
นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ว่า รัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์และส่วนราชการอื่น ๆ ร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการสร้างรายได้และขยายโอกาสภาคการเกษตรผ่านมาตรการเชื่อมโยงประสานผู้ประกอบการสมุนไพร “ขมิ้นชัน”สู่การพัฒนาต่อยอดส่งออกผลิตภัณฑ์สมุนไพรเสริมความงามโดยขมิ้นชันถือเป็นพืชสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณทางด้านการแพทย์ และมีสรรพคุณในด้านความงามและผิวพรรณเนื่องด้วยสารเคอร์คิวมินอยด์ (Curcuminoids) โดยเฉพาะ สารเคอร์คิวมิน (Curcumin) ช่วยลดการอักเสบของผิว บรรเทาอาการระคายเคือง ลดเลือนจุดด่างดำ ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ซึ่งเป็นสาเหตุการเกิดสิว
จึงสามารถนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ด้านความงามและผิวพรรณได้เป็นอย่างดี ขมิ้นชันจึงเป็นสมุนไพรที่ได้นิยมและแพร่หลายในตลาดโลกในด้านการดูแลผิวพรรณจากธรรมชาติ ซึ่งจะเห็นได้จากผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง แบรนด์ชั้นนำบางแบรนด์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่มักจะนำเอาขมิ้นชันไปทำเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ด้วยความนิยมและแพร่หลายในตลาดโลก
โดย ในปี 2567 ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากขมิ้นชันทั่วโลกมีมูลค่า 7,977.82 ล้านบาท ประเทศไทยมีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 5.6 คิดเป็นมูลค่า 450.24 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าตลาดจะเติบโตอย่างต่อเนื่องจนถึงปี พ.ศ. 2570 โดยมูลค่าตลาดทั่วโลกจะสูงกว่าหมื่นล้านบาท และประเทศไทยจะมีมูลค่าถึง 550 ล้านบาท หรือเติบโตเฉลี่ยปีละร้อยละ 11.4
นายอนุกูล กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีเครื่องสำอางที่มีขมิ้นชันเป็นส่วนประกอบ ขึ้นทะเบียนแล้ว จำนวน 5,954 ผลิตภัณฑ์ หรือคิดเป็นร้อยละ 2.06 ของเครื่องสำอางที่จำหน่ายอยู่ในประเทศไทยทั้งหมด แสดงถึงช่องว่างและโอกาสที่ขมิ้นชันจะสามารถเติบโตได้อีกมาก
รัฐบาลเล็งเห็นโอกาสที่ขมิ้นชันจะสามารถเติบโตได้อีกมาก จากระยะเวลาที่ผ่านมา โดยมีการประกาศให้ขมิ้นชัน เป็น 1 ใน 15 สมุนไพร Herbal Champions ที่มีความพร้อมเพื่อการพัฒนาต่อยอดทางเศรษฐกิจของประเทศ และการพัฒนาต่อยอดศักยภาพให้ขมิ้นชันเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้อยู่ในระดับสากล มีรูปแบบที่หลากหลายเหมาะสมต่อการใช้งาน เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ขมิ้นชันในระยะยาวต่อไป