โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ปี25 ชี้โอกาสลงทุนอยู่ที่ “หุ้นนอกสหรัฐ” ชู “หุ้นจีน” ระยะกลางน่าสนใจ “หุ้นยุโรป-อังกฤษ” ไซส์เล็กเด่นสุด ราคาต่ำกว่ามูลค่าแท้จริงกว่า 40% มอง “พันธบัตรสหรัฐ” เด่นรับ “ดอกเบี้ยขาลง” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2567 เวลา 10.24 น. • โต๊ะกองทุน Wealthy Thai

Fun of Funds: ปี2024 ถือเป็นอีกปีที่ดีสำหรับ “ตลาดหุ้นสหรัฐ” ดัชนี S&P500” ยังทะยานต่อเนื่องมาอยู่บริเวณ 6,035 จุด บวกไป +27%
และมีการปรับเป้าหมายดัชนี S&P500” ในปีหน้าขึ้นเป็น 6,700 จุด หรือมีอัพไซด์จากปัจจุบันประมาณ 10%
แม้จะไม่มากมายเหมือนช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ยังเป็นตลาดที่มีโมเมนตัมที่จะไปต่อได้ ท่ามกลางคำถามจากนักลงทุนบางส่วนว่า…“แพงไปหรือยังไง?” หรือ “กำลังเป็นฟองสบู่หรือไม่?”
ซึ่งคำตอบที่ได้ คือ พื้นฐานที่แข็งแกร่งและกำไรบจ.ของสหรัฐเอง จะช่วยสนับสนุนให้ตลาดยังห่างไกลจากความกังวลเหล่านี้ไปได้
อย่างไรก็ตาม มุมมองของ Morningstar” ในปี2025 เองนั้น กลับให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนใน “หุ้นนอกสหรัฐ” เพราะประเมินว่าผลตอบแทนของตลาดจะ “ไม่ถึง 10%” และยังมีตลาดอื่นที่น่าสนใจและให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าให้เลือกลงทุนอยู่นั่นเอง
มีตลาดไหน? สินทรัพย์อะไรบ้างนั้น? ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัพเดทพร้อมๆ กันได้เลย

ปี25 แนะเพิ่มน้ำหนัก “หุ้นนอกสหรัฐ”…ชู “หุ้นจีน” การลงทุนระยะกลางน่าสนใจ – “หุ้นยุโรป-อังกฤษ” ไซส์เล็กโดดเด่นกลุ่มตลาดพัฒนาแล้ว

ทาง “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” เปิดมุมมองการลงทุนปี25 เอาไว้ว่า ในปี24 “ตลาดหุ้นสหรัฐ” ปรับเพิ่มขึ้นได้ดีเหนือกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ จนปัจจุบันมีมูลค่าที่แพงกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น โดยตลาดหุ้นสหรัฐปีนี้ปรับขึ้นแล้วกว่า 25% ซึ่งมีผลมาจากการปรับขึ้นของหุ้นที่อิงกระแส AI และความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
“สำหรับโอกาสการลงทุนในปีหน้าเราแนะนำให้เน้นไปที่ภูมิภาคอื่นนอกเหนือจากสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับความเสี่ยงที่มี ทั้งนี้จากการประเมินของ ‘Morningstar’ คาดว่าตลาดหุ้นสหรัฐจะให้ผลตอบแทนไม่ถึง 10% ขณะที่ตลาดอื่นๆ มีโอกาสให้ผลตอบแทนที่สูงกว่ามากในอนาคต อย่างไรก็ดีไม่ได้แปลว่าให้หลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นสหรัฐไปเลยแต่ให้ลองมองหุ้นที่ราคายังไม่ได้ปรับขึ้นเยอะเพื่อลงทุนไว้ได้”

ส่วน “ตลาดหุ้นจีน” ในระยะกลางยังเป็นบวก แม้ที่ผ่านมาสถานการณ์จะย่ำแย่และอนาคตยังดูไม่ดีขึ้น แต่ความพยายามจากภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจก็คาดว่าจะทำให้เห็นภาพที่ดีขึ้น นอกจากนี้ “ตลาดยุโรป” และ “อังกฤษ” ก็นับว่าน่าสนใจที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว โดยหุ้นที่มีมูลค่าตลาดขนาดเล็ก (Small-cap) คาดว่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าหุ้นที่มีมูลค่าตลาดขนาดใหญ่ (Large-cap) เนื่องจากปัจจุบันหุ้นขนาดเล็กซื้อขายในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็นเกือบ 40%
“แม้ภาพเศรษฐกิจและการเมืองจะสร้างความกังวลให้กับตลาดเกิดใหม่ (Emerging markets) แต่สำหรับนักลงทุนระยะยาวที่สามารถรองรับความผันผวนในระยะสั้นได้นั้นจึงถือได้ว่าเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าลงทุนในช่วงนี้ที่ตลาดมีความผันผวนสูงเพื่อผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว นอกจากนี้ยังคงให้รอดูพัฒนาการทางเศรษฐกิจของจีนเพราะอาจทำให้ตลาดหุ้นจีนกลับมาเป็นที่นิยมได้”

“พันธบัตรสหรัฐ” โอกาสลงทุนรับ “ดอกเบี้ยขาลง”…แนะขยับสู่ “ตราสารหนี้ระยะยาว” มากขึ้น

อีกสินทรัพย์ที่น่าสนใจ ก็คือ “พันธบัตรสหรัฐ” ในช่วงที่เงินเฟ้อและดอกเบี้ยอยู่ในแนวโน้มขาลง นักลงทุนอาจไม่มั่นใจว่าจะลงทุนในตราสารหนี้อย่างไร ทั้งนี้นักวิเคราะห์เศรษฐกิจของ Morningstar คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐจะปรับลดลงจากปัจจุบัน 5.25%-5.50% เหลือ 4.25%-4.50%ในสิ้นปีนี้ และเหลือ 3.00%-3.25% ในช่วงสิ้นปี25 และ 2.00%-2.25% ช่วงสิ้นปี26 ซึ่งสะท้อนมายังอัตราผลตอบแทนจากการฝากเงินในธนาคารว่ามีแนวโน้มปรับลดลงด้วยเช่นกัน

“สำหรับนักลงทุนระยะยาวจึงแนะนำให้น้ำหนักการลงทุนใน ‘ตราสารหนี้ระยะยาว’ มากขึ้น เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง และลงทุนไปใน ‘ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่’ มากขึ้นเพื่อกระจายการลงทุนและเพิ่มผลตอบแทนเพื่อให้ได้ผลตอบแทน นอกจากนี้ในอีก 10 ปีข้างหน้าเรายังคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 2.3% พันธบัตรรัฐบาลระยะยาวจึงให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจได้มากกว่าการถือเงินสดหรือฝากเงินไว้ในธนาคาร และน่าสนใจกว่า ‘ตราสารหนี้เอกชน’ เมื่อเทียบผลตอบแทนกับความเสี่ยงแล้ว”
ใน “ปีมะเส็ง-2025” นั้น นักวิเคราะห์ของ Morningstar ยังคงให้ความระมัดระวังในการลงทุน “หุ้นสหรัฐ” ในบางกลุ่ม และเห็นโอกาสในการลงทุนใน “หุ้นนอกสหรัฐ” โดยเฉพาะ “จีน” ในระยะกลางยังมีมุมมองเป็นบวก รวมถึง “หุ้นยุโรป-อังกฤษ์” ไซส์เล็ก ตลอดจนการลงทุนใน “พันธบัตรรัฐบาล” นับเป็นการช่วยกระจายสินทรัพย์ลงทุนและยังให้ผลตอบแทนที่ดีในภาวะเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มลดลง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...