โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จับตากระทบลูกโซ่ทั่วโลก หลังสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำ CATL ยักษ์แบตเตอรี่ EV จีน Tesla อาจลำบากสุด

Thairath Money

อัพเดต 09 ม.ค. 2568 เวลา 06.52 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. 2568 เวลา 06.10 น.
ภาพไฮไลต์

หลังกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำธุรกิจจีนครั้งล่าสุดที่ประกอบด้วย Tencent Holdings Ltd ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ เจ้าของแอป WeChat และ Contemporary Amperex Technology Co. Ltd. หรือ CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่ EV (รถยนต์ไฟฟ้า) รายใหญ่ที่สุดในโลกในข้อกล่าวหาว่ามีความเชื่อมโยงกับกองทัพจีน กำลังนำไปสู่ความกังวลที่ว่า บัญชีดำดังกล่าวอาจเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยเฉพาะผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับระบบนิเวศของอุตสาหกรรม EV

รายชื่อดังกล่าวที่เรียกว่า "1260H List" ที่ได้แปะป้ายว่าธุรกิจนั้น ๆ เป็นบริษัทของกองทัพ "Chinese military companies" เป็นความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสกัดความก้าวหน้าในการวิจัยและพัฒนาเพื่อต่อต้านการดำเนินงานของจีนในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีให้กับกองทัพ โดยรายชื่อบริษัทจีนรายอื่น ๆ ที่อยู่ในลิสต์ยังมี SenseTime Group Inc. และ Changxin Memory Technologies Inc. โดยระบุถึงผู้ผลิตชิปหน่วยความจำของจีนที่ถือว่ามีความสำคัญต่อความพยายามในการพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ของปักกิ่ง นอกจากนี้ยังมีบริษัทน้ำมันรายใหญ่ Cnooc Ltd. และ Cosco Shipping Holdings Co.

อย่างไรก็ตามทั้งสองบริษัทได้ประท้วงการกระทำของสหรัฐฯ ว่าเป็นความผิดพลาด หลังหุ้นของ Tencent ร่วงลงมากกว่า 7% ในฮ่องกง ซึ่งถือเป็นการร่วงลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม ส่วนหุ้นของ CATL ซึ่งจดทะเบียนในเซินเจิ้นลดลงมากกว่า 3% เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยระบุในแถลงการณ์ว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทหารและก่อตั้งโดยเอกชนเท่านั้น

Tesla อาจตกที่นั่งลำบาก

ทั้งนี้หลายฝ่ายกังวลการขึ้นบัญชีดำดังกล่าวอาจเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลก แม้ว่าจะไม่ได้มีมาตรการคว่ำบาตรที่ชัดเจน แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของทั้งสองบริษัท และทำให้บริษัทในสหรัฐฯ ไม่กล้าที่จะทำธุรกิจด้วย โดยเฉพาะผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับระบบนิเวศของอุตสาหกรรม EV

CATL ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในประเทศจีน ครองตลาดแบตเตอรี่ EV ทั่วโลกด้วยส่วนแบ่งที่สำคัญเกือบ 40% หรือคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าหนึ่งในสามของการขนส่งแบตเตอรี่ทั่วโลกในไตรมาสที่ 3 ของปี 2024 ตามข้อมูลของ SNE Research

บริษัทมีชื่อเสียงในด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ล้ำสมัย รวมถึงแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนและนวัตกรรมด้านประสิทธิภาพและความยั่งยืนของแบตเตอรี โดยผลิตและจัดหาแบตเตอรี่ให้กับผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ เช่น BMW ที่ร่วมมือกับ CATL เพื่อโซลูชันแบตเตอรี่ EV , Volkswagen ที่ร่วมมือกับ CATL พัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์ EV รวมถึง BYD ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่รายหนึ่งของจีนที่ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ของ CATL รวมถึงแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย เช่น Stellantis , Geely , Nio , Nissan , Honda เป็นต้น

ทั้งนี้หลายฝ่ายมองว่า ลูกค้าคนสำคัญอย่าง Tesla ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรม อาจตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากและอาจต้องสรรหาวิธีใหม่ในการสร้างสมดุลระหว่างบทบาทในรัฐบาลทรัมป์กับความสัมพันธ์กับจีน เพราะ CATL คือ ซัพพลายเออร์รายสำคัญของโรงงาน Tesla ในเซี่ยงไฮ้ที่ผลิตและจัดหาแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ให้กับรถยนต์ไฟฟ้า Tesla ซึ่งนับเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดของผู้ผลิตรถยนต์ในสหรัฐฯ Tesla และเป็นจุดส่งออกรถยนต์เหล่านี้ที่ติดตั้งแบตเตอรี่ CATL ไปยังตลาดอื่นๆ เช่น ยุโรปและแคนาดา

สมาชิกรัฐสภาวิพากษ์วิจารณ์โครงการจัดเก็บแบตเตอรี่บางส่วนของ CATL ทั่วสหรัฐฯ โดยให้เหตุผลว่าโครงการเหล่านี้อาจเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัย ทั้งนี้ตลาดสหรัฐฯ คิดเป็น 4% และ 35% ของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบจัดเก็บไฟฟ้า (ESS) ของ CATL ตามลำดับในปี 2023 ตามการประมาณการของ Citi

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเพิ่มเติมโดยอ้างอิงแหล่งข่าวว่า Tesla และ CATL กำลังดำเนินการตกลงอนุญาตให้ใช้เทคโนโลยีของ CATL ในการผลิตแบตเตอรี่ในรัฐเนวาดา โดยข้อตกลงดังกล่าวคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2025 นอกจากนี้ CATL ยังเตรียมจัดหาเซลล์แบตเตอรี่และชุดแบตเตอรี่แบบ Megapack ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จัดเก็บพลังงาน ให้กับโรงงานของ Tesla ในเซี่ยงไฮ้ นอกจากนี้ทั้งสองบริษัทยังอยู่ระหว่างการหารือถึงวิธีที่ CATL สามารถเพิ่มอุปทานเมื่อธุรกิจ Megapack เติบโตขึ้นอีกด้วย

ขณะที่ Tencent บริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดของจีนมีการลงทุนมหาศาลในสหรัฐฯ ตั้งแต่สตูดิโอ Fortnite อย่าง Epic Games Inc. ไปจนถึง Activision Blizzard Inc. บริษัทที่ก่อตั้งโดยมหาเศรษฐีอย่าง Pony Ma ซึ่งถือเป็นผู้บุกเบิกอินเทอร์เน็ตและภาคเอกชนรายหนึ่งในจีนที่พัฒนาแอปพลิเคชัน WeChat ซึ่งอีลอน มัสก์ยึดถือเป็นต้นแบบของ X

"บทบาทของ CATL ในภาคส่วนแบตเตอรี่สะท้อนถึงบทบาทของ Huawei ในภาคโทรคมนาคม ที่โดดเด่นในตลาดจนสหรัฐฯ กังวลว่าธุรกิจจีนจะครองความโดดเด่นซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติในวงกว้าง"

ทั้งนี้รายชื่อบัญชีดำมีที่มาจากคำสั่งที่ลงนามโดยทรัมป์ในช่วงปลายปี 2020 ซึ่งห้ามไม่ให้ชาวอเมริกันลงทุนกับบริษัทจีนที่กองทัพเป็นเจ้าของหรือควบคุม เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการควบคุมสิ่งที่สหรัฐฯ เรียกว่าแนวทางปฏิบัติทางธุรกิจที่ไม่เหมาะสมของรัฐบาลปักกิ่ง อย่างไรก็ตามกระทรวงกลาโหมได้ระบุไว้ในเอกสารที่ยื่นต่อ Federal Register ว่าบริษัทที่รวมอยู่ในรายชื่อดังกล่าวมีสิทธิ์ที่จะร้องขอการพิจารณาใหม่

โดยมีบริษัทจีนบางแห่งที่ต่อสู้เพื่อลบชื่อออกจากรายชื่อของตัวเองออกได้สำเร็จ ในปี 2021 อาทิ ยักษ์ใหญ่ด้านสมาร์ทโฟนอย่าง Xiaomi ที่สามารถยกเลิกสถานะของการเป็นบริษัททางการทหารเมื่อปีที่แล้ว รวมถึงบริษัทปัญญาประดิษฐ์หลายแห่ง เช่น Beijing Megvii Technology Co., China Marine Information Electronics Co., China Railway Construction Corp., China State Construction Group Co., China Telecommunications Corp. และ ShenZhen Consys Science & Technology Co. เป็นต้น

อ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg , Reuters

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับตากระทบลูกโซ่ทั่วโลก หลังสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำ CATL ยักษ์แบตเตอรี่ EV จีน Tesla อาจลำบากสุด

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...