เมื่อเพนกวินเลิกกับคู่ของมัน ทั้งสังคมก็ได้รับผลกระทบ
เมื่อเพนกวิน ‘เลิกรา’ สังคมทั้งหมดก็ได้รับผลกระทบ งานวิจัยใหม่เผยให้เห็นชีวิตลับ ๆ ของเพนกวินพันธุ์เล็กที่สุดในโลกที่อาจมีผลต่อความสำเร็จของประชากรทั้งกลุ่ม ซึ่งสามารถทำนายได้ด้วย ‘อัตราการหย่าร้าง’
ความสัมพันธ์เป็นเรื่องไม่แน่นอน วันนี้อาจรักกันดี พรุ่งนี้ก็อาจเลิกรากันไปก็ได้ ความไม่จีรังนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับมนุษย์เท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นในหมู่อาณาจักรสัตว์ด้วยเช่นสปีชีส์ที่ชื่อว่า little penguins (Eudyptula minor) หรือที่เรียกในภาษาไทยอย่างตรงตัวว่า ‘เพนกวินน้อย’ ที่เป็นเพนกวินสายพันธุ์ที่ตัวเล็กที่สุดในโลก
ตามรายงานใหม่ที่เพิ่งเผยแพร่บนวารสาร Ecology and Evolution เผยให้เห็นเมื่อเพนกวินน้อยไม่พอใจกับ ‘จำนวนลูก’ ที่ตนผลิตได้ก็จะหย่าร้างกับคู่ของมันและออกไปหาคู่ใหม่ อย่างไรก็ตามการตัดสินใจที่เสี่ยงนี้สามารถส่งผลต่อความสำเร็จในการผสมพันธุ์ครั้งต่อไปได้ ซึ่งมีผลต่อประชากรของสปีชีส์ทั้งหมด
“ในช่วงเวลาดี ๆ พวกมัน(เพนกวิน)มักจะอยู่ร่วมกับคู่ของมัน แม้ว่าจะมีเรื่องไม่เป็นเรื่องเกิดขึ้นบ้าง(ทะเลาะกัน)ก็ตาม” ศาสตราจารย์ Richard Reina หัวหน้ากลุ่มวิจัยจากมหาวิทยาลัยมอนแอช ซึ่งติดตามพฤติกรรมเพนกวินน้อยมานาน 20 ปี กล่าว
“อย่างไรก็ตาม หลังจากฤดูการสืบพันธุ์ที่ไม่ค่อยดี (มีลูกจำนวนน้อย) พวกมันอาจพยายามหาคู่ใหม่สำหรับฤดูกาลหน้าเพื่อเพิ่มโอกาสสืบพันธุ์”
การศึกษาทางวิทยาศาสตร์เชิงลึกนี้ได้ติดตามชีวิตของเพนกวินมาเป็นเวลากว่า 10 ปีใน 13 ฤดูกาลผสมพันธุ์ โดยพยายามค้นหาว่าการจับคู่ของเพนกวินน้อยนี้สามารถทำนายอนาคตของอาณานิคมได้อย่างไร ผ่านการสังเกตว่ามีคู่ใดเปลี่ยนคู่ครองของมันบ้าง
จากทั้งหมดประมาณ 1,000 คู่ นักวิทยาศาสตร์พบว่ามีการหย่าร้างทั้งหมดราว ๆ 250 ครั้ง ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจ นั่นคือในปีที่มี ‘อัตราการหย่าร้าง’ น้อย เพนกวินเหล่านี้ก็จะประสบความสำเร็จในการผสมพันธุ์ หรือพูดง่าย ๆ ว่ามีลูกรอดชีวิตมากขึ้น ซึ่งทำให้อาณานิคมมีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น
เหตุผลนั้นก็ง่าย ๆ ความผูกพันในระยะยาวของแต่ละคู่เป็นเรื่องดี พวกมัน ‘รู้ใจ’ ซึ่งกันและกัน ซึ่งทำให้เลี้ยงดูลูกได้ง่ายขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในทางกลับกัน การหย่าร้างและต้องออกไปหาคู่ใหม่ก็เหมือนกับการที่ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ตั้งแต่แรก ทำให้มีประสิทธิภาพน้อยลง
“ผลการศึกษาของเราเกี่ยวกับอัตราการหย่าร้างที่ลดลงในหมู่นกเพนกวินตัวเล็กในเกาะฟิลลิปภายใต้สภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยนี้ เน้นย้ำถึงความสำคัญของการพิจารณาพลวัตทางสังคมควบคู่ไปกับปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ในการออกแบบกลยุทธ์เพื่อปกป้องสายพันธุ์นกทะเลที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์นี้” ศาสตราจารย์ Andre Chiaradia นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลของ Phillip Island Nature Parks กล่าว
เพราะปัจจัยด้านความสัมพันธ์ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เพนกวินน้อยเหล่านี้สามารถเลี้ยงดูลูกของมันต่อไปได้ เพื่อให้ประชากรของสปีชีส์อยู่รอดต่อไป ‘ความรัก’ ก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้ปัจจัยอื่น ๆ
ที่มา
https://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1002/ece3.70787
https://www.popsci.com/environment/penguin-divorce/
https://phys.org/…/2025-01-secret-phillip-island…
Photo: JJ Harrison/wikicommons