โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ไม่ได้มีดีแค่อาหารราคาถูก “จีน” ครองเบอร์ 1 แหล่งไข่ปลาคาเวียร์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ม.ค. 2568 เวลา 04.07 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2568 เวลา 04.07 น.

คอลัมน์ : Market Move

หากพูดถึงวัตถุดิบอาหารที่จีนผลิตได้นั้น ผู้คนมักนึกถึงพืชผัก ผลไม้หรือเนื้อหมู แต่ขณะนี้ จีนได้กลายเป็นฐานการผลิตหลักของ “ไข่ปลาคาเวียร์” หนึ่งในอาหารหรูราคาแพงเทียบชั้นเห็ดทรัฟเฟิล และฟัวกราแล้ว ด้วยการครองสัดส่วนการผลิตไข่ปลาคาเวียร์มากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก

สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า ปัจจุบันจีนเป็นฐานผลิตไข่ปลาคาเวียร์อันดับ 1 ของโลก โดยมีส่วนแบ่งตลาดในสัดส่วนมากถึง 60% ของโลก โดยมีฐานการผลิตหลักอยู่ในเมืองหย่าอัน (Yaan) มณฑลเสฉวน ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของที่ราบสูงทิเบต และเป็นสถานที่เดียวกับแหล่งอาศัยหลักของเหล่าหมีแพนด้า

โดยปัจจัยสำคัญที่หนุนให้จีนแผ่นดินใหญ่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตไข่ปลาคาเวียร์อันดับ 1 ของโลกแทนที่เจ้าตลาดเดิมอย่างรัสเซียนั้น เป็นผลมาจากอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (The Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora : CITES) หรือ “อนุสัญญาวอชิงตัน”

ซึ่งจำกัดการจับและค้าขายปลาสเตอร์เจียน รวมถึงไข่ปลาคาเวียร์ระหว่างประเทศ เช่น การส่งออกจากรัสเซียที่เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ตั้งแต่ปี 2006 หลังความต้องการไข่ปลาคาเวียร์ที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ปลาสเตอร์เจียนในแหล่งธรรมชาติอย่าง ทะเลแคสเปียน ทะเลปิดที่อยู่ระหว่างทวีปเอเชียกับทวีปยุโรปมีเนื้อที่ผิวน้ำประมาณ 371,000 ตร.กม. อยู่ในสภาวะเสี่ยงจะสูญพันธุ์

ด้วยเหตุนี้ ปลาสเตอร์เจียนจากฟาร์มในจีนจึงทวีความสำคัญ เนื่องจากไข่ปลาคาเวียร์ที่ผลิตจากปลาเลี้ยงเหล่านี้ไม่เพียงจะราคาจับต้องง่าย แต่ยังมีคุณภาพที่สม่ำเสมอกว่าไข่ของปลาที่จับได้ตามธรรมชาติอีกด้วย ส่งผลให้จีนก้าวเข้าเป็นผู้เล่นรายหลักในตลาดไข่ปลาคาเวียร์โลก

สอดคล้องกับข้อมูลของอีควอลโอเชี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล (EqualOcean International) บริษัทวิจัยการลงทุน ที่ระบุว่า ฐานการผลิตไข่ปลาคาเวียร์หลัก ๆ ในจีนมีอยู่ 2 แห่ง คือ เมืองหย่าอัน มณฑลเสฉวน และภูมิภาคฉูโจว มณฑลเจ้อเจียง ซึ่งครองสัดส่วน 12% ของปริมาณการผลิตไข่ปลาคาเวียร์ทั่วโลก

โดยตั้งแต่ปี 2010 ปริมาณการส่งออกไข่ปลาคาเวียร์ของจีนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนสามารถกลายเป็นผู้ผลิตอันดับ 1 ได้ในปัจจุบัน และมีการส่งออกไปยัง 20 ประเทศทั่วโลก อาทิ ฝรั่งเศส, เยอรมนี, สวิตเซอร์แลนด์, ลักเซมเบิร์ก, สเปน, สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น

หนึ่งในผู้ผลิตไข่ปลาคาเวียร์สัญชาติจีนรายใหญ่คือ บริษัทประมง เสฉวน รุนเจ้า (Sichuan Runzhao Fisheries) ซึ่งมีบ่อเลี้ยงปลาสเตอร์เจียนสายพันธุ์ต่าง ๆ จำนวนมากกว่า 700,000 ตัว ในบ่อเลี้ยง 274 บ่อ บนพื้นที่ 150,000 ตารางเมตร พร้อมด้วยโรงงานแปรรูปที่หมักไข่ปลาสเตอร์เจียนด้วยเกลือนำเข้าจากยุโรปให้กลายเป็นไข่ปลาคาเวียร์

โรงงานแห่งนี้สามารถผลิตไข่ปลาคาเวียร์บรรจุกระป๋องได้ประมาณ 60 ตันต่อปี และส่งออกไปยัง 30 ประเทศทั่วโลก ทำให้บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดไข่ปลา
คาเวียร์โลกถึง 10%

ยุโรปเป็นหนึ่งในภูมิภาคแรก ๆ ที่นำเข้าไข่ปลาคาเวียร์จากจีน ก่อนจะขยายตลาดออกไปทั่วโลก โดยมีการใช้เป็นวัตถุดิบในภัตตาคารหรูหลายแห่ง อาทิ เดอะฮอลล์ (The Hall) ภัตตาคารที่บริหารโดยหลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) แบรนด์สินค้าลักเซอรี่สัญชาติฝรั่งเศส และ ฌอง-จอร์จ (Jean-Georges) ภัตตาคารสัญชาติฝรั่งเศสที่มีสาขาในเมืองใหญ่ทั่วโลก ใช้ไข่ปลาคาเวียร์จากจีนในเมนูซิกเนเจอร์ ไข่คนคาเวียร์ (Scrambled Eggs Caviar) รวมถึง เบตโตลา ดา โอชิไอ ภัตตาคารหรูในกรุงโตเกียว ของญี่ปุ่น

สึโตมุ โอชิไอ เจ้าของ และเชฟ ของเบตโตลา ดา โอชิไอ กล่าวว่า ทางร้านเลือกใช้ไข่ปลาคาเวียร์จากบริษัทประมง เสฉวน รุนเจ้า เป็นหลัก เนื่องจากความเสถียรของคุณภาพ และรสสัมผัสเมื่อทาน

ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงศักยภาพการผลิตของจีนที่ไม่จำกัดอยู่เพียงวัตถุดิบอาหารทั่ว ๆ ไป รวมถึงยังมีกำลังผลิตสูงจนสามารถแซงคู่แข่งขึ้นแท่นเบอร์ 1 ของโลกได้ด้วย ซึ่งต้องจับตาดูกันว่าจีนจะชิงตำแหน่งแหล่งผลิตวัตถุดิบอาหารหรูประเภทอื่น ๆ มาครองเพิ่มอีกหรือไม่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไม่ได้มีดีแค่อาหารราคาถูก “จีน” ครองเบอร์ 1 แหล่งไข่ปลาคาเวียร์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...