โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

ร้องเรียนยังไงดี หากบ้านไม่ได้มาตรฐานทั้งหลัง จนต้องรื้อสร้างใหม่

CondoNewb

เผยแพร่ 13 ม.ค. 2565 เวลา 05.20 น.

          การร้องเรียนบ้านไม่ได้มาตรฐานไม่ใช่ปัญหาที่เพิ่งเกิดขึ้น หากปัญหานี้มีมานานแล้วทุกครั้งที่เราขนย้ายข้าวของเพื่อเตรียมเข้ามาอยู่อาศัยแล้วเจอปัญหาจุกจิกกวนใจนับตั้งแต่ปัญหาน้ำรั่วลงมาจากฝ้าหรือเพดานจนต้องเรียกช่างเข้ามาช่วยแก้ไข ซึ่งลูกบ้านบางคนได้รับความช่วยเหลือจากนิติบุคคลในขณะเดียวกัน หลายคนไม่ได้รับการเยียวยาใด ๆ ดังนั้น บทความนี้มีคำตอบเมื่อเจอปัญหาบ้านไม่ได้มาตรฐานจนสร้างความยุ่งยากขึ้นในชีวิตประจำวัน เราต้องทำอย่างไรกันบ้าง? สำหรับเรื่องที่อยากรู้ คำตอบมีดังนี้ค่ะ

ทำไมต้องมีการตรวจรับบ้านก่อนโอนกรรมสิทธิ์ สำคัญยังไง มีประโยชน์กับผู้ซื้ออย่างเรายังไงบ้าง

          การตรวจรับบ้านก่อนโอนกรรมสิทธิ์ค่อนข้างมีความสำคัญมาก ๆ เลยก็ว่าได้เพราะมีผลต่อการอยู่อาศัยในระยะยาวรวมถึงรายจ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต จะอยู่บ้านหลังนี้ให้ปลอดภัยไปได้อย่างไร? ก่อนโอนเราจำเป็นต้องตรวจรับค่ะ

          การอยู่อาศัยในระยะยาว แบ่งได้เป็น 2 กรณี ได้แก่

 

กรณีแรก บ้านโครงการใหม่

          ปัญหาน้อยกว่าบ้านมือสองแต่ถ้าไม่ตรวจเช็คเลยก็เป็นเรื่องอันตรายเหมือนกันสำหรับผู้ที่ต้องการจะอาศัยอยู่ไปนาน ๆ ก่อนจะเซ็นรับควรตรวจทุกจุดไม่ว่าจะเป็นในส่วนของฝ้า เพดาน มีรอยร้าวหรือไม่? ถ้ามีให้ร้องเรียนบ้านร้าวได้เลยเพราะถ้าขืนปล่อยไว้เวลาฝนตก น้ำจะรั่วซึมลงมามีผลทำให้ฝ้าเสื่อมสภาพเร็วขึ้นอีกทั้งยังสร้างความสกปรกเลอะเทอะบนพื้นบ้านโดยเฉพาะฝ้าตรงบริเวณห้องนอน คงไม่มีใครอยากสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะมีน้ำรั่วลงมาจากฝ้ากันหรอกค่ะ

          ไม่เพียงแค่เรื่องของฝ้า พื้นกระเบื้องก็เช่นกัน ควรมีความเรียบเสมอกันในทุกจุดที่สัมผัสเวลาเดิน ถ้ากระเบื้องบางแผ่นมีส่วนที่นูนขึ้นมาจนเป็นเหตุให้เดินสะดุดล้ม ก็สามารถฟ้องโครงการบ้านโดยติดต่อนิติบุคคลให้ส่งช่างเข้ามาซ่อมด่วน เหตุผลนั่นเป็นเพราะยังอยู่ในช่วงรับประกันบ้านอันเป็นอีกหนึ่งนโยบายที่ทางโครงการมีไว้บริการลูกค้าที่สนใจดูและต้องการซื้อบ้าน ตรงจุดไหนมีปัญหาให้รีบแจ้ง เชื่อได้เลยว่า ทางโครงการพร้อมบริการให้ซึ่งจะเป็นข้อได้เปรียบของเราที่ยังไม่เซ็นสัญญาซื้อบ้านแต่อย่างใด

  • การตรวจดูสภาพบ้านก่อนเซ็นรับรองจะซื้อจะขาย

          นอกเหนือจากสามารถขอให้แก้ไขจุดที่มีปัญหาก่อนย้ายเข้ามา ในเรื่องของเอกสารสัญญาจะซื้อจะขาย การได้มาเห็นสภาพบ้านจริงย่อมทำให้เราได้เปรียบ รายละเอียดในสัญญาเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับความเป็นจริงตรงหน้า ถ้าอ่านดูแล้วไม่ตรงกับสิ่งที่เห็น เราสามารถแก้ไขรายละเอียดที่มีอยู่ในสัญญาได้

  • การตรวจก่อนเซ็นรับทำให้เรารู้สึกสบายใจ

          และมีความรักในบ้านหลังที่เราซื้อมากขึ้นทั้งนี้เกิดจากการขอให้ปรับและแก้ไขจนเรารู้สึกสบายใจ มั่นใจได้ว่า เมื่อเราย้ายเข้ามาอยู่ บ้านหลังนี้จะปลอดภัยไม่มีปัญหาฝ้าถล่มแต่อย่างใดให้เราและสมาชิกคนอื่น ๆ ในบ้านรู้สึกเป็นกังวลใจ

 

  • เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

          เมื่อบ้านพร้อม ไม่มีปัญหาเรื่องฝ้า เพดาน ฐานรากมีความแข็งแรงพอที่จะอาศัยอยู่ไปนาน ๆ ทำให้เราไม่ต้องเสียเงินซ่อมภายหลังบ้านหมดอายุประกัน

 

กรณีที่ 2 ในกรณีที่เป็นบ้านมือสอง

          มีความจำเป็นต้องตรวจสอบให้มาก ๆ ตรงบริเวณไหนมีปัญหาต้องรีบบอกเจ้าของบ้านเดิมซึ่งเป็นผู้ประกาศขายให้ทำการปรับปรุงด่วน เพราะถ้าไม่ทำแบบนั้น โอกาสที่จะไม่ได้รับการซ่อมแซมหลังเซ็นสัญญาจะซื้อจะขายมีค่อนข้างสูงเพราะไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของโครงการอยู่แล้วอันเป็นผลมาจากการที่นิติบุคคลได้หมดหน้าที่ไปนานแล้ว ดังนั้นในกรณีของบ้านมือสอง ต้องรอบคอบมาก ๆ เพราะทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต่างเป็นคนแปลกหน้าของกันและกันอยู่แล้ว

 

หากไม่ตรวจรับให้ดีก่อนโอน จะมีผลเสียยังไง

          ถ้าไม่ตรวจให้ดีก่อนรับโอนไม่ว่าจะเป็นบ้านใหม่หรือบ้านมือสอง ผลเสียย่อมตามมาอย่างแน่นอนคร่าว ๆ ดังนี้

  • ในเรื่องของความไม่ปลอดภัยในชีวิต ใครจะไปรู้ วันดีคืนดี ฝ้าหรือโคมไฟอาจจะหล่นใส่ตัวเราที่กำลังเดินอยู่จนหัวร้างข้างแตกและเข้าโรงพยาบาลก็เป็นได้
  • จะได้รับความล่าช้าในการซ่อมแซมหรือในบางคราวอาจต้องควักเงินจ่ายเองด้วยซ้ำไปในกรณีที่เป็นบ้านมือสองแล้วติดต่อผู้ซื้อที่เป็นเจ้าของเดิมไม่ได้ การจะร้องเรียนบ้านไม่ได้มาตรฐาน ก็จะเกิดขึ้น ณ นาทีนี้ เป็นต้น
  • อาจจะเสียเปรียบในเรื่องของเอกสาร การไม่ตรวจสภาพความเป็นจริงของตัวบ้านให้ดีเสียก่อนมีผลเกี่ยวเนื่องโยงใยกับเอกสารจะซื้อจะขายนั่นเท่ากับเรายินยอมและเห็นดีเห็นงามที่จะรับบ้านหลังดังกล่าวมาเป็นของตัวเองไปแล้ว เมื่อลงนามเซ็นสัญญาจะมาแก้รายละเอียดในภายหลังก็เป็นเรื่องยากกระทั่งเจอปัญหาก็นำมาสู่การร้องเรียนบ้านไม่ได้มาตรฐานในท้ายที่สุดอยู่ดี
  • อาจจะเสียเวลาในกรณีบ้านมีปัญหาจนอยู่ไม่ได้ เมื่อไม่สามารถเอาผิดกับโครงการหรือเจ้าของบ้านเดิมได้ แต่ไม่รู้ต้องรับมืออย่างไร? ซึ่งก็เหลือเพียงแค่ทางออกเดียวนั่นก็คือการ ร้องเรียนบ้านไม่ได้มาตรฐานกับทางสคบ.ซึ่งก็จะมีรายละเอียดปลีกย่อยในการเตรียมตัวฟ้องร้อง ต้องเตรียมทั้งหลักฐานและเอกสารต่าง ๆ รูปถ่ายต้นตอปัญหาและอื่น ๆ ซึ่งก็จะมีความยุ่งยากมากขึ้นไปอีกแทนที่จะได้อยู่อาศัยกลายเป็นว่าต้องมาดำเนินเรื่องร้องเรียนบ้านไม่ได้มาตรฐาน

 

เหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากเจอ หากจองซื้อบ้านช่วง Presale เมื่อใกล้ถึงกำหนดรับโอน แต่ตรวจเช็ด Defect แล้ว พบจุดบกพร่องทั้งหลัง

          ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจคำว่า Defect กันก่อนดีกว่าแปลว่าอะไร?

          การตรวจดีเฟคไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโดก็ดี ถ้าจะเปรียบก็เหมือนกับการตรวจรับสินค้าเพื่อเช็คดูว่าเรียบร้อยและสามารถนำมาใช้งานได้ปกติหรือเปล่า จากนั้นถึงจะจ่ายเงินส่วนที่เหลือเพื่อทำการซื้อบ้านก็จะเป็นการจบการซื้อขายที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งเท่ากับว่า 90% ของบ้านที่เรากำลังจะได้เป็นเจ้าของนั้นเหลือรายละเอียดเพียงเล็กน้อยจำพวกยาแนวซิลิโคน เก็บสีเก็บขอบอีกเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น เสร็จจากขั้นตอนนี้ก็สามารถย้ายเข้าไปอยู่ได้เลย ทว่าในทางกลับกันหากไม่เป็นดั่งหวังภายหลังตรวจสอบอย่างละเอียดครบถ้วนกลับพบว่ามีจุดบกพร่องทั้งหลังรวมถึงปัญหาที่ต้องแก้ไขมากมายหลายรายการ

          สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สร้างความน่าเบื่อหน่ายแก่ผู้ที่ต้องการจะย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังงามที่ตัวเองได้เลือกไว้ เหตุผลเพราะการจะทำเรื่องย้ายจากสถานที่เก่ามายังสถานที่ใหม่ย่อมผ่านการวางแผนมาแล้วเป็นอย่างดีว่าควรจะไปวันไหน ต้องเตรียมอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่ใช้ในการเตรียมตัว สัมภาระข้าวของต่าง ๆ การว่าจ้างรถขนย้ายซึ่งถ้ามันเกิดปัญหาขึ้นก็ต้องเลื่อนออกไปอีก รวมถึงในกรณีหาที่ทำงานใกล้ที่อยู่อาศัยใหม่ได้แต่พบว่ามีปัญหาต้องรอสะสางจนกว่าจะย้ายเข้าไปได้ ทำให้เสียเวลา เสียอารมณ์ และเปลืองค่าใช้จ่าย

          ไม่เพียงแค่แผนที่ต้องเลื่อนออกไป เมื่อตรวจพบ Defect ทั้งหลังทำให้เสียเวลาเทียวไล้เทียวขื่อมาดูหน้างานว่างานแก้ได้ดำเนินการไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว ปรับแก้ไปแล้วถูกใจเราหรือไม่อย่างไร และมีรายการไหนบ้างที่ต้องรอการแก้ไข ซึ่งต้องใช้เวลาตรวจสอบอยู่พอสมควรและซ้ำร้ายไปกว่านั้น ใกล้ถึงกำหนดต้องโอนบ้านตามที่ตกลงกันไว้แต่งานแก้ไขยังไม่เสร็จ เราควรทำอย่างไร เป็นคำถามจุกจิกที่สร้างความลำบากใจนักจนต้องขยายระยะเวลาโอนบ้านออกไปอีกจนกว่าจะแก้งานจนสำเร็จดีกว่ามาร้องเรียนบ้านไม่ได้มาตรฐานกันในภายหลัง ซึ่งสามารถแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้กับทางโครงการได้อันเป็นการยืนยันสิทธิ์ของตัวเองว่ายังสามารถครอบครองบ้านหลังนั้นได้หรือจะถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานเพื่อยืนยันสิทธิ์หรือจะใช้วิธีเบสิค ช่วยกันเร่งงานช่างทำงานให้เสร็จตามกำหนดซึ่งเป็นอะไรที่ยุติธรรมกันทุกฝ่ายเพื่อที่ว่าในอนาคตไม่ต้องมาทำเรื่องร้องเรียนบ้านไม่ได้มาตรฐานกันค่ะ

 

Defect ในจุดที่ร้ายแรง เช่น ส่วนของโครงสร้าง หลังคา ฐานราก

          ปัญหาใหญ่ขนาดนี้เป็นเรื่องที่ปล่อยผ่านไปไม่ได้เลยแม้จะต้องใช้เวลาแก้ไขก็ตามดีกว่ามาร้องเรียนบ้านไม่ได้มาตรฐานในภายหลัง และแม้จะเป็นอะไรที่กินเวลามาก ๆ ก็ต้องยอมเลิกหงุดหงิดเพราะนั่นหมายถึงความปลอดภัยในชีวิตภายหลังเข้ามาอยู่ ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่โครงสร้างรวมถึงหลังคาและฐานรากยังไม่ได้รับการปรับปรุงแล้วเข้าไปอยู่อาศัยจนเกิดเรื่อง เราในฐานะผู้อาศัยย่อมทนไม่ได้จนนำมาสู่ปัญหาการร้องเรียนบ้านไม่ได้มาตรฐานซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความรำคาญใจพอสมควร ในส่วนของการตรวจพบ Defect ที่ร้ายแรงอย่างโครงสร้างและรากฐานไม่ได้มาตรฐาน อยู่อาศัยไปก็ไม่ปลอดภัยถือว่าเป็นปัญหาใหญ่มาก ๆ โดยเฉพาะใกล้ถึงเวลาไม่นานก็ต้องทำเรื่องโอนบ้านกันแล้ว มาถึงเหตุใดปัญหานี้ถึงร้ายแรงจนอาจนำมาสู่การร้องเรียนบ้านไม่ได้มาตรฐาน คำตอบมีดังนี้

  • ฐานรากบ้านเป็นหัวใจสำคัญของบ้านทุกหลัง เพราะต้องรองรับน้ำหนักทั้งหลังของบ้านเอาไว้โดยจะฝังอยู่ใต้ดินเช่น ฐานรากเสาเข็ม เป็นต้น เมื่อไหร่ที่สร้างมาอย่างไม่ได้มาตรฐาน โอกาสบ้านจะพังลงมาทั้งหลังจนทำให้ผู้อาศัยบาดเจ็บหรือเสียชีวิตกระทั่งนำมาสู่การร้องเรียนบ้านไม่ได้มาตรฐาน เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญมาก ๆ
  • หลังคาก็เช่นเดียวกัน เมื่อไม่ได้มาตรฐาน อันเกิดจากการใช้วัสดุไม่ดีหรือจัดเรียงกันแล้วยังมีช่องว่างที่จะทำให้ฝนรั่วลงมาตามฝ้าหรือเพดานจนสร้างความเสียหายทำให้บวมจนใช้การไม่ได้ สิ่งที่ต้องทำแม้ไม่ร้ายแรงเท่างานฐานรากแต่ก็ใช้เวลาแก้ไขอยู่พอสมควร

          ในส่วนของวิธีแก้ไขเมื่อตรวจพบ Defect เช่นนี้ วิธีแก้ที่กล่าวไปแล้วข้างต้นนั้นก็คือช่วยกันเร่งงานช่างพร้อมทำจดหมายแจ้งโครงการไปถึงเหตุผลที่ยังไม่สามารถรับโอนบ้านได้ ดีกว่ารีบทำเรื่องรับโอนจนเกิดเรื่องนำมาสู่ปัญหาร้องเรียนบ้านไม่ได้มาตรฐานในภายหลังเวลาเกิดปัญหาค่ะ

 

ผู้ซื้อสามารถร้องเรียนอะไรกับทางผู้พัฒนาโครงการได้บ้าง

          เมื่อเข้าไปอยู่อาศัยแล้วเกิดปัญหา ผู้ซื้อสามารถร้องเรียนบ้านไม่ได้มาตรฐานกับทางผู้พัฒนาโครงการได้เลยทั้งนี้เพราะกฎหมายได้บังคับเอาไว้อยู่แล้วเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับผู้อาศัยในระดับหนึ่งจนไม่ต้องมาทำเรื่องร้องเรียนบ้านไม่ได้มาตรฐานกันในภายหลัง สำหรับเรื่องที่จะให้ทางนักพฒนาโครงการรับรู้จนนำมาสู่การเยียวยากันตามตัวบทกฎหมายมีดังนี้

          ถ้าเป็นที่โครงสร้างไม่ว่าจะเป็นฐานรากตัวอาคาร จำพวก เสาเข็ม เสา รวมไปถึงโครงหลังคา ฝ้า ผนังรับน้ำหนัก ตามกฎหมายแล้ว นับตั้งแต่วันที่โอนกรรมสิทธิ์ จะได้สิทธิ์การคุ้มครองถึง 5 ปี และเมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดปัญหาขึ้น ผู้อาศัยสามารถใช้สิทธิ์นี้ร้องเรียนบ้านไม่ได้มาตรฐานกับทางนักพัฒนาโครงการได้เลย เพราะมีความเข้าใจในตัวบทกฎหมายกันอยู่แล้ว

          ในส่วนของรั้วบ้าน กำแพงหรืออื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับโครงสร้างบ้าน กฎหมายคุ้มครองสิทธิ์ผู้อาศัยถึง 1 ปีเต็ม ดังนั้น หากเกิดปัญหาร้องเรียนบ้านไม่ได้มาตรฐาน สามารถนำเรื่องไปร้องเรียนนักพัฒนาโครงการได้

 

สามารถเรียกร้องค่าชดเชยได้เท่าไหร่ยังไงบ้าง

          ขึ้นอยู่กับลักษณะความเสียหายในแต่ละจุดก็จะมีเรทค่าชดเชยที่ไม่เท่ากัน เช่น ถ้าฐานบ้านทรุดย่อมไม่สามารถร้องเรียนบ้านไม่ได้มาตรฐานโดยใช้เรทราคาเดียวกับงานฝ้าหรือระเบื้องได้ซึ่งโดยปกติแล้วถ้าเป็นในเคสบ้านเพิ่งซื้อทางโครงการจะรับผิดชอบตั้งแต่ให้เข้ามาตรวจเช็ค Defect ก่อนโอนบ้านให้อยู่แล้วโดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ แต่ถ้าในกรณีที่เซ็นรับบ้านไปแล้วเพิ่งมาเจอปัญหาและดูเหมือนทางโครงการจะไม่ยอมแสดงความรับผิดชอบใด ๆ ถ้าจะทำเรื่องร้องเรียนบ้านไม่ได้มาตรฐาน สามารถนำหลักฐานไปฟ้องร้องกับทาง สคบ. ได้ซึ่งก็คงมีเรทค่าชดเชยต่าง ๆ ให้มากน้อยขึ้นอยู่กับระดับความเสียหาย

 

หากทางโครงการไม่ยอมรับผิดชอบ สามารถร้องเรียนได้ที่ไหนบ้าง

          ในกรณีที่เกิดปัญหาร้องเรียนบ้านร้าวหรืออื่น ๆ กับทางโครงการแล้วไม่รับผิดชอบ ไม่ต้องตกใจค่ะ เรายังมีอีก 1 ทางออกที่แสนจะดีงาม เมื่อไม่สามารถพึ่งพาโครงการได้ ทางออกดีสุดคือให้ไปดำเนินการร้องเรียนเรื่องบ้านกับ สคบ. ได้เลยโดยมีขั้นตอนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • ไปที่ website www.ocpb.go.th
  • ให้ผู้ร้องทุกข์เลือกร้องเรียนออนไลน์ กรอกข้อมูลขอเป็นสมาชิก
  • กรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบแล้วกดปุ่มยืนยันข้อมูล
  • ล็อคอินเข้าระบบเพื่อทำเรื่องร้องเรียนบ้านไม่ได้มาตรฐานที่ช่อง username ใส่เลขบัตรประชาชนตามด้วยรหัสพาสเวิร์ดที่เรากำหนดไว้ตอนลงทะเบียน

 

มาถึงวิธีร้องทุกข์ออนไลน์

  • เมื่อล็อคอินเข้าระบบเรียบร้อยแล้วให้เลือก “ร้องทุกข์ออนไลน์”
  • โดยจะมี 3 รายการให้เลือก ได้แก่อสังหาริมทรัพย์ สินค้าและบริการ ให้เลือก “อสังหาริมทรัพย์”
  • มาถึงหน้าข้อมูล ใส่ให้ครบถ้วนจากนั้นกดคำว่า “ต่อไป” เลือกข้อมูลตามจริงแล้วกดถัดไป พอมาถึงหน้านี้ให้แนบไฟล์เอกสารต่าง ๆ เช่น สำเนาบัตรประชาชน หลักฐานการแจ้งความ สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาเช่าซื้อ ใบโฆษณา ภาพถ่าย เป็นต้น แล้วกดปุ่มตกลงเพื่อรอทางเจ้าหน้าที่ดำเนินการร้องเรียนบ้านไม่ได้มาตรฐานโดยไม่ต้องเดินทางด้วยตัวเอง

 

          จะเห็นได้ว่าเมื่อบ้านที่เราซื้อมาสร้างปัญหาจนส่งผลต่อการอาศัยอยู่ การปล่อยเฉย ๆ ไม่จัดการปัญหาใด ๆ เป็นเรื่องที่ไม่ควรเพิกเฉย ดังนั้น เมื่อจำเป็นต้องทำเรื่องร้องเรียนบ้านไม่ได้มาตรฐานก็สามารถทำได้เลยในกรณีที่โครงการไม่รับผิดชอบ ทาง สคบ.จะช่วยทวงความยุติธรรมให้ซึ่งปัจจุบันไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงาน เมื่อไหร่ก็ตามที่พบปัญหาแล้วต้องการร้องเรียนเกี่ยวกับบ้านไม่ได้มาตรฐาน เดี๋ยวนี้ยื่นผ่านช่องทางออนไลน์ได้ จากนั้นรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...