หยุดเวลาในวัยเด็ก ด้วยทฤษฎีสัมพัทธภาพ ของ "ไอน์สไตน์"
H.I.P Marketing Studio
อัพเดต 08 ม.ค. 2565 เวลา 07.35 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. 2565 เวลา 04.06 น. • H.I.P The Shout.
ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2448 อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน ได้เขียนตำราเกี่ยวกับสัมพัทธภาพของเวลา ซึ่งได้เสนอทฤษฎีที่โด่งดังว่าเวลาจะผ่านไปเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับว่าวัตถุนั้นๆ เคลื่อนที่เร็วหรือช้าสัมพัทธ์กับวัตถุอื่นๆ
.
ทฤษฎีนี้ได้เปลี่ยนแปลงความเข้าใจเรื่องจักรวาลของเราไปอย่างสิ้นเชิง ให้ความกระจ่างต่อปริศนาการกำเนิดจักรวาล วิถีโคจรของดาวเคราะห์ และหลุมดำ ทั้งนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง เช่น การนำร่องด้วยระบบจีพีเอส และอีกหนึ่งตัวอย่าง คือ ฝาแฝดที่คนหนึ่งออกไปนอกโลกด้วยความเร็วใกล้แสง เทียบกับแฝดที่อยู่บนโลก เวลาของแฝดที่ออกไปนอกโลกจะช้ากว่าแฝดที่อยู่บนโลก ซึ่งไอน์สไตน์เรียกปรากฏการณ์ดังกล่าวว่า "การยืดของเวลา" (time dilation)
.
สำหรับการวัดการยืดของเวลาตามทฤษฎีไอน์สไตน์นี้เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2481 โดยนักวิทยาศาสตร์สหรัฐฯ ได้ใช้ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ (Doppler effect) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงของความถี่เสียงและการได้ยินของผู้คน เมื่อมีการเคลื่อนที่เข้าหาหรือออกห่างจากกัน เป็นเครื่องมือในการพิสูจน์ทฤษฎีของไอน์สไตน์
.
หากจะพูดว่าทฤษฎีสัมพัทธภาพเป็นเสาหลักสำคัญของฟิสิกส์ในศตวรรษที่ 20 นำไปสู่การประยุกต์ใช้งานด้านการสื่อสาร การคมนาคม อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การทหาร และอีกมากมาย ที่ล้วนส่งผลกระทบต่อมวลมนุษยชาติอย่างมหาศาลจนถึงทุกวันนี้ก็คงจะไม่ผิดมากนัก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเริ่มต้นมาจากจินตนาการจากเด็กๆ ทั้งสิ้น
.
เมื่อไอน์สไตน์อายุได้ห้าขวบ พ่อของเขานำเข็มทิศพกพามาให้เล่น และทำให้ไอน์สไตน์ได้รู้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างในพื้นที่ที่ว่างเปล่า ซึ่งส่งแรงผลักเข็มทิศให้เปลี่ยนทิศไป นั่นจึงจุดประกายให้เขาได้เกิดแรงบันดาลในการคิดค้นทฤษฎีต่าง ๆ ตามมาในอนาคต
.
และที่สำคัญไอน์สไตน์ถือเป็นผู้ที่เรียนรู้ได้ช้า สาเหตุอาจเกิดจากการที่เขามีความพิการทางการอ่านหรือเขียน (dyslexia) ซึ่งเขาก็ได้ยกความดีความชอบในการพัฒนาทฤษฎีของเขาว่าเป็นผลมาจากความเชื่องช้าของเขาเอง โดยกล่าวว่ามีเวลาครุ่นคิดถึงอวกาศและเวลามากกว่าเด็กคนอื่น ๆ เขาจึงสามารถพัฒนาทฤษฎีเหล่านี้ได้
.
หากจะพูดว่าเด็กเป็นกลไกที่สำคัญในการพัฒนาประเทศก็คงจะไม่ผิดนัก แต่หากลองมองกลับมา กลับกลายเป็นว่าการให้ความสำคัญกับเด็กยิ่งลดน้อยถอยลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาที่เป็นรากฐานของบ่อเกิดแห่งความรู้ รวมไปถึงเด็กบางส่วนที่ขาดโอกาสในสิ่งที่พวกเขาควรได้รับ และเด็กทุกคนก็ไม่ได้โชคดีที่จะได้รับโอกาสแบบไอน์สไตน์ หากทุกคนยังมองว่าสิ่งเหล่านี้ยังเป็นเรื่องไกลตัว โลก…ก็จะยังคงย่ำอยู่ที่จุดเดิมตลอดกาล
.
ข้อมูลอ้างอิง :
www.kroobannok.com/408#:~:text=เมื่อปี%202448%20อัล,สัมพัทธ์กับวัตถุอื่นๆ
https://www.bbc.com/thai/features-48612393
.
Read Me - We Shout l The Shout
Living Online Magazine
[Life, Culture, Creative, Play]